สคบ.โกอินเตอร์!จิราพรนำทีมร่วมประชุมที่กรุงปารีส

'จิราพร' นำทีม สคบ. ร่วมประชุม OECD กรุงปารีส ถกแนวทางยกระดับความร่วมมือคุ้มครองผู้บริโภค

10 ต.ค.2567 - น.ส.จิราพร สินธุไพร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค เปิดเผยว่า ระหว่างวันที่ 8 - 9 ต.ค.ได้เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนจากประเทศไทย เข้าร่วมประชุมระดับรัฐมนตรีของคณะกรรมการนโยบายผู้บริโภคภายใต้องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (The Ministerial-level meeting of the OECD Committee on Consumer Policy) ณ สำนักงาน OECD กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส โดยมีผู้แทนจากประเทศสมาชิก 38 ประเทศ และประเทศภาคีเครือข่ายรวมทั้งองค์กรที่เกี่ยวข้องรวมทั้งสิ้น 67 หน่วยงาน จำนวนประมาณ 300 คน เข้าร่วม

น.ส.จิราพร กล่าวว่าได้ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ในประเด็น ‘ผู้บริโภคเป็นศูนย์กลางการเปลี่ยนผ่านสู่โลกดิจิทัลและการรักษาสิ่งแวดล้อม’ (Consumer at the center of the digital and green transitions) โดยได้นำเสนอถึงบทบาทสำคัญของผู้บริโภคในการเปลี่ยนผ่านด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งปัจจุบันพบว่าผู้บริโภคประสบปัญหาการขาดข้อมูลเพื่อใช้ในการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าและบริการที่ยั่งยืนต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงการให้ความสำคัญการบูรณาการการทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วน เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของสินค้า ลดปัญหาการฟอกเขียว (Greenwashing) พัฒนาสินค้าให้มีความยั่งยืนต่อสิ่งแวดล้อมในราคาที่สมเหตุสมผล และสร้างความตระหนักรู้และความเข้าใจในปัญหาสิ่งแวดล้อมแก่เด็กและเยาวชน

“ประเทศไทยได้ยื่นหนังสือแสดงเจตจำนงในการเข้าเป็นสมาชิก OECD เมื่อเดือนเมษายน ปี 2567 และเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา คณะมนตรี OECD ซึ่งประกอบด้วยประเทศสมาชิกทั้งหมด มีมติเอกฉันท์เห็นชอบเปิดการหารือกระบวนการเข้าเป็นสมาชิก (accession discussion) กับไทย ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญที่ไทยจะมีบทบาทในเวทีโลกและยกระดับประเทศสู่มาตรฐานสากลในทุกมิติ โดยการประชุมครั้งนี้ถือเป็นการจัดประชุมคณะกรรมการนโยบายผู้บริโภคระดับรัฐมนตรีครั้งแรก และเป็นครั้งแรกที่ประเทศไทยได้รับเชิญเข้าร่วม จึงถือเป็นโอกาสดีของไทยที่ได้แสดงให้ทั่วโลกได้เห็น ถึงศักยภาพการทำงานด้านการคุ้มครองผู้บริโภค และแสดงความมุ่งมั่น ตั้งใจในการเข้าเป็นสมาชิก OECD โดยนำเอาประสบการณ์และแนวทางจากการพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ระหว่างองค์กรภาครัฐ ภาคธุรกิจ และกลุ่มผู้บริโภคจากนานาประเทศ มาปรับใช้กับการกำหนดแนวทางการยกระดับคุ้มครองผู้บริโภคในประเทศไทยได้ต่อไป” น.ส.จิราพร กล่าว

น.ส.จิราพร กล่าวว่า นอกจากนี้ ในการประชุมครั้งนี้ ที่ประชุมได้ร่วมรับรองถ้อยแถลงของรัฐมนตรีในกลุ่มประเทศสมาชิกและภาคยานุวัติ ในการที่จะส่งเสริมและร่วมมือกันพัฒนากระบวนการคุ้มครองผู้บริโภคที่มีการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล และมุ่งเน้นให้ความสำคัญกับการบริโภคสีเขียวที่ส่งเสริมให้ผู้บริโภคได้ตระหนักถึงความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม อันจะนำไปสู่ความร่วมมือระหว่างประเทศในการยกระดับกระบวนการคุ้มครองผู้บริโภคของโลกให้มีประสิทธิภาพ ผู้บริโภคได้รับการปกป้องคุ้มครองสิทธิและมีความรู้เท่าทันที่จะรับมือกับผู้ค้าที่ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเป็นเครื่องมือในปัจจุบัน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ศุภมาส' เข้าทำเนียบฯ เรียกประชุม สคบ. วางมาตรการไม่ให้ประชาชนถูกเอาเปรียบ

น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางเข้ามายังทำเนียบรัฐบาล เพื่อสักการะศาลพระภูมิและศาลตายาย ซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำทำเนียบรัฐบาล เพื่อความเป็นสิริมงคล หลังเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการอีกครั้งหนึ่ง

ต้องเกาะติด! ภราดรบอกหารือ 'เอกนิติ' เคาะงบคนละครึ่งพลัสได้เท่าไหร่

'ภราดร' ไหว้ศาลทำเนียบฯ ขอพรให้ นายกฯ - ครม.ทำงานราบรื่บ ดูแล ปชช.เต็มที่ จ่อหารือ 'เอกนิติ' งบ 'คนละครึ่งพลัส' ส่วนจะได้ 20 ล้านสิทธิ์เท่าเดิมหรือไม่ บอกอยู่ในช่วงออกแบบยันจะดำเนินการเฟสแรกให้เร็ว

'อนุทิน' แบ่งงาน 7 รองนายกฯ 4 รมต.ประจำสำนายกฯแล้ว

'นายกฯ' ลงนามคำสั่งแบ่งงาน รองนายกฯ - รมต.ประจำสำนักนายกฯ 'พิพัฒน์' คุม 'คมนาคม - ดีอี - อีอีซี' ส่วน 'เอกนิติ' ดู 'คลัง - พลังงาน' ด้าน 'ยศชนัน' คุมทุกกระทรวงโควตาเพื่อไทย

เคาะ '6 มาตรการด่วน -1 แผนปฏิบัติการ'รับมือสงครามตะวันออกกลาง

รัฐบาล เคาะ '6 มาตรการด่วน -1 แผนปฏิบัติการ' รับมือผลกระทบสงคราม พร้อมควบคุมค่าสาธารณูปโภค ขอความร่วมมือร้านค้ารับชำระเงินแบบโอนและเงินสด ป้องกันเครือข่ายโทรคมนาคมขัดข้อง หากเกิดปัญหาด้านพลังงาน

'ภราดร' ขอทุกฝ่ายช่วยถาม กกต. เหตุใดยังไม่เห็นชอบงบเยียวยาน้ำท่วมอีก 2.2 พันล้าน ทั้งที่ครม.อนุมัติแล้ว

นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการจ่ายเงินเยียวยาเพิ่มเติมแก่ผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง และภาคใต้ว่ารัฐบาลไม่เคยนิ่งนอนใจ แต่ด้วยที่ผ่านมาเป็นช่วงการหาเสียงเลือกตั้ง จึงมีความจำเป็นต้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้งพิจารณาก่อน