กษ.คิกออฟโครงการเพิ่มประสิทธิภาพ การบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ลุ่มต่ำ

20 พ.ย. 2567 - นายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธาน Kick Off “โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ลุ่มต่ำ โดยภาครัฐ เอกชน และเกษตรกร” โดยมี นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายเดช เล็กวิชัย รองอธิบดีกรมชลประทาน นายเสริมชัย เซียวศิริถาวร ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 10 นายวัชระ ไกรสัย ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 12 ผู้แทนภาครัฐและเอกชนเข้าร่วมกิจกรรม ณ ประตูเรือสัญจรเจ้าเจ็ด ตำบลรางจรเข้ อำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ว่า “โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ลุ่มต่ำ โดยภาครัฐ เอกชน และเกษตรกร” มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในพื้นที่ลุ่มต่ำเจ้าพระยา ซึ่งเป็นแหล่งเพาะปลูกข้าวที่สำคัญของประเทศ ที่มักจะประสบปัญหาน้ำท่วมขังในช่วงฤดูฝน ให้สามารถเตรียมพื้นที่เพาะปลูกตามปฏิทินการเพาะปลูกข้าวนาปรังได้สอดคล้องกับฤดูกาลและสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป เป็นการส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และเกษตรกรในพื้นที่ โดยได้กำหนดจุด Kick Off เดินเครื่องสูบน้ำพร้อมกัน 4 จุด ได้แก่ บริเวณทุ่งโพธิ์พระยา จังหวัดสุพรรณบุรี 3 จุด และบริเวณทุ่งผักไห่ ประตูเรือสัญจรเจ้าเจ็ด จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 1 จุด ผ่านการถ่ายทอดสด
พร้อมกันทั้ง 4 จุด

“การจัดกิจกรรม Kick Off โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ลุ่มต่ำ อำเภอเสนา ในครั้งนี้ จะช่วยให้เกษตรกรในพื้นที่ลุ่มต่ำเจ้าพระยา บริเวณทุ่งผักไห่ และทุ่งโพธิ์พระยา ได้รับประโยชน์จากการระบายน้ำที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ช่วยลดปัญหาน้ำท่วมขัง เพิ่มโอกาสในการเพาะปลูก เกษตรกรสามารถเริ่มต้นเพาะปลูกและเก็บเกี่ยวได้ทันฤดูน้ำหลาก ลดความเสี่ยงและความสูญเสียทางเศรษฐกิจที่อาจเกิดขึ้น ส่งเสริมความมั่นคงด้านการเกษตร ซึ่งจะส่งผลเชิงบวกต่อเศรษฐกิจและความมั่นคงทางอาหารของประเทศได้อย่างยั่งยืนต่อไป” นายอัครา กล่าว

นอกจากนี้ นายอัคราได้พบปะเกษตรกรที่มาให้การต้อนรับ พร้อมทั้งให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่อีกด้วย

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ประธาน กมธ.พาณิชย์ ยันขยายเวลานำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ไม่เกิน 31 ส.ค. ยึดกรอบเดิม AFTA

ประธานกมธ.พาณิชย์ หวั่นเกษตรกรเข้าใจผิด ระบุครม.ขยายเวลานำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากประเทศเพื่อนบ้านถึง 31 ส.ค. 2569 เป็นการดำเนินการภายใต้กรอบ AFTA มาตั้งแต่ปี 2554 ไม่ใช่การขยายเวลาเพิ่ม พร้อมย้ำปีนี้ยังต้องบริหารสมดุลระหว่างผลผลิตในประเทศกับความต้องการใช้ของอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ เพื่อไม่ให้กระทบราคาและเกษตรกรในระยะยาว

รัฐบาลตีปี๊บ ประมูลยางค้างสต็อก 1.8 หมื่นตัน ได้เงิน 1.23 พันล้านบาท

รัฐระบายยางค้างสต็อกกว่า 1.8 หมื่นตัน ประมูลทะลุ 1.23 พันล้านบาท ย้ำไม่กระทบราคาตลาด ช่วยรักษาเสถียรภาพรายได้ชาวสวนยาง

บอร์ดธ.ก.ส.สั่งลุย‘สินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่ง’ช่วยเกษตรกร

ข่าวดี! ‘บอร์ด ธ.ก.ส.’ สั่งลุย ‘โครงการสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่ง’ วงเงิน 30,000 ล้านบาท ระยะเวลา 3 ปี เคาะปล่อยกู้เกษตรกรรายละไม่เกิน 100,000 บาท หนุนลดต้นทุน-เพิ่มรายได้เกษตรกรอย่างยั่งยืน

“รมช.ปิยะรัฐชย์” เร่งเครื่องนโยบาย DRIVEs ยกระดับความเข้มแข็งสหกรณ์ทั่วประเทศ นำเทคโนโลยีมาช่วยลดต้นทุนและเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรให้สมาชิกสหกรณ์

นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดโครงการประชุมการขับเคลื่อนนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เพื่อยกระดับความเข้มแข็งของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร โดยมี นายนิรันดร์ มูลธิดา

'รมช.ปิยรัฐชย์' เดินหน้าแก้หนี้สหกรณ์ทั้งระบบ ชู Quick Win มั่นใจคลอดผลงานใน6เดือน

“รมช.ปิยรัฐชย์”เร่งหารือหน่วงงานที่เกี่ยวข้องเดินหน้าแก้ปัญหาหนี้ในระบบสหกรณ์แบบ Quick Win มั่นใจ เห็นผลเป็นรูปธรรมใน 6 เดือน

กปร. ผนึกกระทรวงเกษตรฯ ยกระดับศูนย์พัฒนาไม้ผลตามพระราชดำริ จังหวัดจันทบุรี สู่ศูนย์เรียนรู้เกษตรคุณภาพ พัฒนาพันธุ์ไม้ผลไทยอย่างยั่งยืน

สำนักงาน กปร. ร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เดินหน้าสืบสาน รักษา และต่อยอด “ศูนย์พัฒนาไม้ผลตามพระราชดำริ จังหวัดจันทบุรี” มุ่งพัฒนาพันธุ์พืชและพันธุ์สัตว์คุณภาพ ทั้งด้านความต้านทานโรค คุณภาพผลผลิต และ ความเหมาะสมกับสภาพพื้นที่ รวมถึงตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค พร้อมขยายองค์ความรู้สู่เกษตรกรอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันมีประชาชนและเกษตรกรเข้าศึกษาดูงานมากกว่า 2,000 คนต่อปี