'นฤมล' ร่วมประชุม รมต.เกษตร ของอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ชู ความร่วมมือด้านการเกษตรระหว่างกัน

22 พ.ย. 2567 - นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงการหารือกับ H.E. Mr. Zhang Zhili รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและกิจการชนบท ในการประชุมระดับรัฐมนตรีเกษตรของอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ครั้งที่ 3 พร้อมด้วย นายถาวร ทันใจ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมว่า การประชุมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อผลักดันความร่วมมือด้านวิชาการและเพิ่มโอกาสในการขยายตลาดสินค้าเกษตรและอาหารระหว่างกัน

นางนฤมล กล่าวว่า เราได้มีการยกประเด็นการส่งเสริมและสนับสนุนความร่วมมือด้านการเกษตรระหว่างไทยและจีน ภายใต้บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือทางวิชาการเกษตรไทย – จีน (Sino – Thai Agricultural Technical Cooperation) ซึ่งมีการจัดการประชุมร่วมกันมาแล้ว 12 ครั้ง สามารถดำเนินโครงการความร่วมมือร่วมกันกว่า 70 โครงการ โดยทั้งสองประเทศจะใช้กลไกความร่วมมือทวิภาคีในการกระชับความร่วมมือด้านการเกษตรให้มากยิ่งขึ้น และมุ่งหวังในการประชุมครั้งที่ 13 ที่ฝ่ายจีนเป็นเจ้าภาพจะเป็นโอกาสให้ทั้ง 2 ฝ่าย สามารถผลักดันโครงการความร่วมมือด้นการเกษตรของทั้ง 2 ประเทศให้ความสำคัญ อาทิ การใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม เกษตรอัจฉริยะ ระบบตรวจสอบย้อนกลับ รวมถึงสร้างความเป็นอยู่ที่ดีให้แก่เกษตรกร

นอกจากนี้ ฝ่ายไทยได้ตรียมความพร้อมในการเยือนของนายกรัฐมนตรีในเดือนมกราคม 2568 เพื่อกระชับความสัมพันธ์ทางการทูตและเศรษฐกิจระหว่างไทยและจีน โดยเฉพาะในบริบทของการเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปี ของความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสองประเทศ ซึ่งเป็นโอกาสอันดีในการลงนามพิธีสารว่าด้วยความปลอดภัยอาหารด้านการสัตวแพทย์ การปกป้องพืช เพื่อการส่งออกผลิตภัณฑ์จากผึ้งจากไทยไปจีน ร่วมกับ GACC ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อประเทศไทย ทำให้สามารถทำการส่งออกน้ำผึ้งรวมไปถึงนมผึ้ง (royal jelly) และเกสรผึ้ง (bee-collected pollen) จากไทยไปจีนได้มากขึ้น

ทั้งนี้ สาธารณรัฐประชาชนจีนเป็นตลาดส่งออกอันดับ 1 ของไทยสำหรับสินค้าเกษตร โดยมีมูลค่าส่งออก 11,271 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นร้อยละ 42 ของมูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรกรรมทั้งหมด และมีมูลค่าการส่งออกที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีสินค้าเกษตรที่สำคัญ อาทิ ทุเรียน มันสำปะหลัง ยางพารา สำหรับสินค้าผลไม้ที่ไทยส่งออกไปจีนได้แล้วมีทั้งสิ้นจำนวน 22 รายการ และอยู่ระหว่างการขอยื่นการเปิดตลาดอีก 6 รายการ โดยขอให้จีนสนับสนุนและผลักดันให้การพิจารณาแล้วเสร็จ เพื่อการขยายตลาดของทั้งสองฝ่ายให้เพิ่มมากขึ้นอีกด้วย

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

รัฐบาลตีปี๊บ ประมูลยางค้างสต็อก 1.8 หมื่นตัน ได้เงิน 1.23 พันล้านบาท

รัฐระบายยางค้างสต็อกกว่า 1.8 หมื่นตัน ประมูลทะลุ 1.23 พันล้านบาท ย้ำไม่กระทบราคาตลาด ช่วยรักษาเสถียรภาพรายได้ชาวสวนยาง

“รมช.ปิยะรัฐชย์” เร่งเครื่องนโยบาย DRIVEs ยกระดับความเข้มแข็งสหกรณ์ทั่วประเทศ นำเทคโนโลยีมาช่วยลดต้นทุนและเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรให้สมาชิกสหกรณ์

นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดโครงการประชุมการขับเคลื่อนนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เพื่อยกระดับความเข้มแข็งของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร โดยมี นายนิรันดร์ มูลธิดา

'รมช.ปิยรัฐชย์' เดินหน้าแก้หนี้สหกรณ์ทั้งระบบ ชู Quick Win มั่นใจคลอดผลงานใน6เดือน

“รมช.ปิยรัฐชย์”เร่งหารือหน่วงงานที่เกี่ยวข้องเดินหน้าแก้ปัญหาหนี้ในระบบสหกรณ์แบบ Quick Win มั่นใจ เห็นผลเป็นรูปธรรมใน 6 เดือน

กปร. ผนึกกระทรวงเกษตรฯ ยกระดับศูนย์พัฒนาไม้ผลตามพระราชดำริ จังหวัดจันทบุรี สู่ศูนย์เรียนรู้เกษตรคุณภาพ พัฒนาพันธุ์ไม้ผลไทยอย่างยั่งยืน

สำนักงาน กปร. ร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เดินหน้าสืบสาน รักษา และต่อยอด “ศูนย์พัฒนาไม้ผลตามพระราชดำริ จังหวัดจันทบุรี” มุ่งพัฒนาพันธุ์พืชและพันธุ์สัตว์คุณภาพ ทั้งด้านความต้านทานโรค คุณภาพผลผลิต และ ความเหมาะสมกับสภาพพื้นที่ รวมถึงตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค พร้อมขยายองค์ความรู้สู่เกษตรกรอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันมีประชาชนและเกษตรกรเข้าศึกษาดูงานมากกว่า 2,000 คนต่อปี

รมช.ปิยะรัฐชย์ ชู 'สหกรณ์นักเรียน' หัวใจสำคัญถ่ายทอดอุดมการณ์สหกรณ์สู่เยาวชนไทย ครบรอบ 35 ปี มีโรงเรียนสอนวิชาสหกรณ์และดำเนินกิจกรรมสหกรณ์นักเรียน 35,596 แห่ง

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีเปิดงาน“7 มิถุนายน วันสหกรณ์นักเรียน ประจำปี 2569” ภายใต้แนวคิด “35 ปี สหกรณ์นักเรียน เรียนรู้ร่วมกัน สร้างสรรค์อนาคต” เพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี

สั่ง 'สารวัตรเกษตร Cyber' เดินหน้าปราบสินค้าเกษตรผิดกฎหมายออนไลน์

รัฐบาลสั่ง 'สารวัตรเกษตร Cyber' เดินหน้าปราบสินค้าเกษตรผิดกฎหมายออนไลน์ ยกระดับมาตรฐานเกษตรไทย-คุ้มครองความปลอดภัยผู้บริโภคทั้งระบบ