นักวิชาการธรรมศาสตร์ ชี้ รถบัส 2 ชั้น เสี่ยงอุบัติเหตุกว่ารถชั้นเดียวถึง 7 เท่า เสี่ยงตายมากกว่า 10 เท่า จึงไม่เหมาะสมวิ่งทางไกล-ทางคดเคี้ยว-ลาดชัน เหตุผู้โดยสารอยู่ข้างบน ส่งผลให้ ‘จุดศูนย์ถ่วง’ ไม่สมดุล ระบุ ต่างประเทศใช้แค่เป็นรถชมเมืองเท่านั้น เสนอแก้ปัญหาเบื้องต้น กำหนดโซนให้รถ 2 ชั้น วิ่งได้จำกัด
27 ก.พ. 2568 - กรณีที่เกิดอุบัติเหตุรถโดยสารไม่ประจำทาง ของคณะศึกษาดูงานของเทศบาลตำบลพรเจริญ พลิกคว่ำ โดยตกข้างทางบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 210 ถนนสาย 304 เขาศาลปู่โทน อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี จนทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวน 18 ราย และบาดเจ็บจำนวน 31 ราย
ดร.ณฐกร พุกสุขสกุล อาจารย์ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) เปิดเผยว่า ตามหลักการทางวิทยาศาสตร์ รถบัส 2 ชั้น ไม่เหมาะสมในการวิ่งหรือโดยสารในระยะทางไกล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่หรือเส้นทางที่มีความคดเคี้ยว และลาดชัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ต่างจังหวัด เนื่องจากรถบัส 2 ชั้น ซึ่งมีผู้โดยสารนั่งอยู่ที่ชั้นสอง จะส่งผลต่อน้ำหนักและจุดศูนย์ถ่วงของตัวรถ จึงมีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้มากกว่ารถบัสประเภทชั้นเดียวถึง 7 เท่า และหากเกิดอุบัติแล้ว มีความเสี่ยงที่ผู้โดยสารจะเสียชีวิต ได้มากกว่ารถบัสชั้นเดียวถึง 10 เท่า
ดร.ณฐกร กล่าวว่า การที่ผู้โดยสารนั่งอยู่ที่ชั้น 2 ของตัวรถนั้น จะทำให้จุดศูนย์ถ่วงของรถบัสไม่สมดุล เพราะน้ำหนักทั้งหมดจะอยู่ที่ชั้น 2 ขณะที่บริเวณด้านล่างไม่มีคนนั่ง หรือสัดส่วนของน้ำหนักและจำนวนที่นั่งไม่เท่ากับด้านบน จึงสุ่มเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุรถพลิกคว่ำได้ง่าย ในเชิงหลักวิชาการที่ควรจะเป็น รถโดยสารประเภท 2 ชั้น ทั้งรถบัส รถทัวร์ ฯลฯ จึงไม่มีความเหมาะสมที่จะใช้ในการเดินทางไกล หรือใช้เป็นรถโดยสาร ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบประจำทาง หรือไม่ประจำทางก็ตาม
สำหรับการใช้งานรถบัส 2 ชั้นที่เหมาะสม นักวิชาการธรรมศาสตร์ กล่าวว่า รถบัส 2 ชั้น เหมาะสมสำหรับการเป็นรถชมเมือง (City tour) เพื่อการท่องเที่ยว โดยเป็นรถเปิดประทุน วิ่งในพื้นที่เมือง และวิ่งด้วยความเร็วเพียง 30 – 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในพื้นที่ระยะทางที่ไม่ไกลมากนัก ซึ่งในหลายประเทศก็ใช้งานเช่นนี้
ดร.ณฐกร กล่าวอีกว่า แม้ว่าสิ่งที่ได้นำเสนอจะเป็นทฤษฎีหรือหลักการที่ควรจะเป็น แต่ถ้าจะให้มีการยกเลิกการใช้งานรถโดยสารประเภท 2 ชั้น ในประเทศไทยซึ่งมีอยู่กว่า 7,000 คัน โดยเกินกว่า 50% เป็นลักษณะของรถไม่ประจำทาง ย่อมเป็นเรื่องยากที่จะทำได้ทันที ดังนั้นเบื้องต้นจึงขอเสนอแนะให้มีการปรับมาตรการการบังคับใช้ ด้านความปลอดภัยในการใช้รถไม่ประจำทาง ให้อยู่ในมาตรฐานเดียวกันกับรถประจำทาง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของจำนวนคนขับ เรื่องข้อกำหนดระยะเวลาที่ต้องมีจุดพักรถ หรือเรื่องการควบคุมความเร็วซึ่งอาจจะกำหนดให้ต่ำกว่า 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง รวมไปถึงการกำหนดโซนพื้นที่ที่รถโดยสารประเภท 2 ชั้น สามารถวิ่งได้ในระยะทางที่ไม่ไกลมากนัก ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำได้ง่ายกว่า.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ธรรมศาสตร์' คว้าอันดับ 1 ของโลก มหาวิทยาลัยยั่งยืนด้านความยุติธรรม
“ธรรมศาสตร์” ขึ้นแท่นมหาวิทยาลัยอันดับ 1 ของโลก ด้าน SDG16 “สันติภาพ-ยุติธรรม-สถาบันที่เข้มแข็ง” พร้อมประกาศความร่วมมือกับทุกภาคส่วน ใช้องค์ความรู้ขับเคลื่อนภารกิจสร้างความเป็นธรรมให้สังคม ตอกย้ำบทบาท “มหาวิทยาลัยเพื่อประชาชน”
พระองค์ภาฯ ในความทรงจำพระสหายนิติศาสตร์ ธรรมศาสตร์ รุ่น 40
ย้อนกลับไปเมื่อปี พ.ศ. 2540 นักศึกษาใหม่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คงไม่คาดคิดว่าพวกเขาจะได้เป็น “พระสหายร่วมรุ่น” ของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเ
‘สิริพงศ์’เร่งเครื่องอุ้ม 7 กลุ่มขนส่ง ตรึงค่าโดยสาร-ลดผลกระทบน้ำมันแพง
“คมนาคม”ส่งสัญญาณบวก หลังถกคลัง เล็งเคาะมาตรการเยียวยา 7 กลุ่มผู้ประกอบการขนส่งต่อเนื่อง หลังมาตรการเดิมคุมดัชนีค่าโดยสารพุ่งไม่เกิน 10% ด้าน “เอกนิติ”รับลูกหาช่องใช้งบเหลือจ่ายตรึงค่าโดยสาร ถกต่อสัปดาห์หน้า รุกเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด
นักวิชาการ มธ. หนุนลดไฟถนน แนะงัดสิทธิภาษีจูงใจเอกชนร่วมประหยัด
นักวิชาการธรรมศาสตร์ เผยลดใช้ไฟฟ้าแสงสว่างบนถนน 1 พ.ค. 69 เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ แต่ “กรมทางหลวง” ควรมีมาตรการความปลอดภัยอื่น เช่น ใช้เครื่องหมายจราจรบนพื้น – สติกเกอร์สะท้อนแสงร่วมด้วย ระบุมาตร
เสนอ 5 แนวทางสร้างความคุ้มค่า หลังกระทรวงอุตฯ ผุดแนวคิด ตั้ง 'กองทุนแสนล้าน' ยกระดับ SME
นักวิชาการธรรมศาสตร์ ชี้ กระทรวงอุตฯ จ่อตั้งกองทุนแสนล้านยกระดับ SME ด้วยนวัตกรรมเป็นเรื่องดี พร้อมเสนอ 5 แนวทาง
นักวิชาการ ชี้เร่งอำนาจเต็ม ครม. ไม่ช่วยแก้วิกฤตพลังงาน เพิ่มเสี่ยงการเมือง
นักวิชาการธรรมศาสตร์มอง การเร่งให้ ครม. มีอำนาจเต็มผ่านรัฐธรรมนูญ ม.161 ไม่ได้ช่วยคลี่คลายวิกฤตพลังงานในทันที ชี้ปัญหาอยู่ที่การบริหารจัดการมากกว่า พร้อมเตือนอาจเพิ่มความเสี่

