“ฝ่ายที่ต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2560 หากยังมุ่งเดินเกมหักดิบแบบเดิมก็ยากจะประสบความสำเร็จ และอาจจบลงเป็นเพียง “วาทกรรมทางการเมือง” มากกว่าการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจริง รวมถึงความฝันของ “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” ผู้นำทางจิตวิญญาณของพรรคส้ม ที่หวังปลดพันธนาการต่างๆ จากรัฐธรรมนูญหลังพ้นโทษตัดสิทธิ์ทางการเมืองในปี 2573”.
เป็นที่ชัดเจนแล้วว่า เกมแก้รัฐธรรมนูญต้องกลับไป “นับหนึ่งใหม่” อย่างเป็นทางการ หลังคณะรัฐมนตรี (ครม.) ของ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ไม่ยืนยันร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 และเพิ่มหมวดใหม่ว่าด้วยการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่ค้างการพิจารณาในวาระสองของสภาชุดที่ผ่านมา ภายในกรอบเวลา 60 วัน ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 147 ส่งผลให้ร่างดังกล่าวตกไปโดยปริยาย
แม้ฝ่ายพรรคประชาชน (ปชน.) จะออกมาโจมตีว่าเป็นการ “คว่ำเสียงประชามติ 21 ล้านเสียง” และกล่าวหารัฐบาลไม่เคารพเจตจำนงประชาชน
แต่ในอีกด้านหนึ่ง “พริษฐ์ วัชรสินธุ” สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวว่า ขอตั้งข้อสังเกตว่า ที่นายกฯ ไม่อยากให้กระบวนการนี้เดินหน้า เพราะนายกฯ และพรรคภูมิใจไทย รวมถึงเครือข่ายที่เกี่ยวข้องได้ประโยชน์จากรัฐธรรมนูญปี 2560 หรือไม่ โดยเฉพาะประโยชน์จากการเอื้อให้มีการฮั้ว สว. ไม่ว่าจะมีข้อสงสัยอย่างไร ประชาชนก็ไม่สามารถเข้าชื่อยื่นถอดถอนได้ รวมถึงมีช่องโหว่ที่ประธานสภาฯ สามารถปัดตกการยื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช. ว่าปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือไม่
อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับเดิม ในมุมของพรรคภูมิใจไทยและฝ่ายอนุรักษนิยม มองว่าอาจกลายเป็น “ชนวนความขัดแย้ง” ทางการเมือง มากกว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของฉันทามติร่วม ในช่วงเวลาที่สังคมกำลังให้ความสำคัญกับปัญหาปากท้องและภาวะเศรษฐกิจ
เพราะหากย้อนกลับไปดูต้นตอของความขัดแย้ง จะพบว่า ปมสำคัญไม่ได้อยู่ที่การมี สภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือ ส.ส.ร.เพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ความพยายามลดอำนาจ เปรียบเป็นการตัดอวัยวะสำคัญของวุฒิสภา โดยเฉพาะเงื่อนไขเสียงเห็นชอบ 1 ใน 3 ของ สว. ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่ฝ่ายพรรคประชาชนต้องการรื้อออก จนกลายเป็นแรงปะทะโดยตรงกับ สว. และเครือข่ายพรรคอนุรักษนิยม
กระทั่งบานปลายไปถึงขั้นที่ “ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” หัวหน้าพรรคประชาชน ออกมาโจมตีรัฐบาลและเรียกร้องให้นายกฯ อนุทินยุบสภาในช่วงก่อนหน้า
ดังนั้น การที่รัฐบาลไม่รับรองร่างเดิมอาจตีความได้ว่า คือการ “รีเซตเกม” ทางการเมือง เพื่อไม่ให้ร่างเดิมกลับมาเป็นชนวนเผชิญหน้าขัดแย้งอีกรอบ เพราะหากดันทุรังส่งกลับเข้าสภา ก็มีโอกาสสูงที่จะถูกตีตกซ้ำ และยิ่งทำให้กระบวนการแก้รัฐธรรมนูญเสียของ เสียเวลา และต้องรอไปอีกหนึ่งสมัยประชุม
ท่าทีของ “อนุทิน” จึงชัดเจนว่า “กระบวนการทุกอย่างต้องเริ่มที่รัฐสภา อย่ามาผูกรัฐบาล นั่นคือรัฐบาลชุดที่แล้ว” พร้อมย้ำว่า การแก้รัฐธรรมนูญต้องคำนึงถึงคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ และต้องไม่แตะหมวดเกี่ยวกับอธิปไตยของรัฐ และสถาบัน
ขณะที่ “ภราดร ปริศนานันทกุล” รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี จากพรรคภูมิใจไทย ก็อธิบายชัดว่า สาเหตุที่ไม่รับรองร่างเดิมที่ค้างสภาชุดที่แล้วเพราะมีความเห็นต่างอย่างรุนแรงระหว่าง สว. กับพรรคประชาชน ในประเด็นตัดอำนาจเสียง 1 ใน 3 ของ สว. ซึ่งหากส่งร่างเดิมกลับเข้าสภา ก็อาจถูกตีตกอีก และจะยิ่งทำให้การแก้รัฐธรรมนูญล่าช้าออกไป
นั่นจึงทำให้แนวทางใหม่ หากจะเดินหน้าตามผลประชามติ 21 ล้านเสียงจริง ก็ต้องเริ่มต้นใหม่ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 256 โดยฝ่ายนิติบัญญัติเป็นผู้เสนอร่างเข้าสภาอีกครั้ง โดยพรรคภูมิใจไทยเตรียมนำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเสนอต่อที่ประชุมพรรคในวันที่ 19 พ.ค.เพื่อชงเข้าสู่วาระของรัฐสภาต่อไป เช่นเดียวกับพรรคประชาชน พรรคเพื่อไทย หรือประชาชนเข้าชื่อจำนวน 5 หมื่น สามารถ จะยื่นร่างเข้ามาได้เช่นเดียวกัน เพื่อหาจุดร่วมในการตั้ง ส.ส.ร.แก้ไขรัฐธรรมนูญต่อไป
แต่เงื่อนไขสำคัญที่ทุกฝ่ายรู้ดีคือ หากอยากให้การแก้รัฐธรรมนูญเดินไปได้จริง ต้องไม่แตะหมวดอธิปไตย และหมวดสถาบัน รวมถึงต้องไม่เดินเกมหักดิบลดอำนาจ สว. หรือริบอำนาจองค์กรอิสระแบบสุดทาง
เพราะในความเป็นจริง สว.ยังเป็นกลไกสำคัญในฐานะ “องค์กรพิทักษ์รัฐธรรมนูญ” และเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างอำนาจรัฐพันลึกที่อยู่เบื้องหลังการเมืองไทย
หากฝ่ายแก้รัฐธรรมนูญยังเดินเกมแบบเดิม พยายามสอดไส้ลดอำนาจสภาสูง ตัดเงื่อนไข 1 ใน 3 ไม่รับรองอำนาจ สว. หรือจำกัดบทบาทองค์กรอิสระต่างๆ อาทิ กกต. ป.ป.ช. และศาลรัฐธรรมนูญ โอกาสที่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะผ่าน ก็แทบเป็นศูนย์ และอาจจบลงเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา
ดังนั้น ฝ่ายที่ต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2560 หากยังมุ่งเดินเกมหักดิบแบบเดิมก็ยากจะประสบความสำเร็จ และอาจจบลงเป็นเพียง “วาทกรรมทางการเมือง” มากกว่าการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจริง รวมถึงความฝันของ “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” ผู้นำทางจิตวิญญาณของพรรคส้ม ที่หวังปลดพันธนาการต่างๆ จากรัฐธรรมนูญ หลังพ้นโทษตัดสิทธิ์ทางการเมืองในปี 2573.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สั่งสอบนอภ.-ใช้‘ปปง.’ ปราบต่างชาติรุกที่รัฐ
"อนุทิน" เรียกบิ๊ก ตร.เข้าทำเนียบรัฐบาล สั่งเอาจริงปราบนอมินีต่างชาติ-รุกที่สาธารณะให้สิ้นซาก
เท้งสำนึกความเป็นผู้แทน ภท.จ่อเคาะร่างแก้ไขรธน.
"ณัฐพงษ์" รับสนองพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นผู้นำฝ่ายค้านฯ
ถก10กลุ่มทุนใหญ่ รัฐบาลนำไอเดียยกเครื่องศก./สภาเบรกบรรจุพ.ร.ก.กู้เงิน
รัฐบาลคึกคัก! "นายกฯ" เรียก "รมต." บรีฟข้อมูลก่อนเปิดทำเนียบฯ
สัมพันธ์ลึก“ชัชชาติ-กลุ่มคนทำงาน” โหนผู้ว่าฯกทม.?-กัปตันทีมมีคำตอบ
สนามเลือกตั้ง เมืองหลวง กรุงเทพมหานคร กับศึกเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและสมาชิกสภาเขตกรุงเทพมหานคร (สก.) รวม 50 เก้าอี้ ที่จะเปิดรับสมัครผู้ลงชิงชัย ระหว่าง 28 พ.ค.-1 มิ.ย. และเลือกตั้งวันอาทิตย์ที่ 28 มิ.ย.
ล้างแก๊งฮุบพะงัน เย้ยพิพัฒน์ร้อนตัว
นายกฯ ยกคณะลงพื้นที่พะงัน ล้างนอมินีต่างชาติฮุบเกาะ ฮึ่มสั่ง ตร.ลากเส้นทางเงิน พร้อมลุยจัดระเบียบชายหาด
อนุทินสั่งครม.ลุยกู้ มั่นใจพรก.ไม่สะดุด‘ไทยช่วยไทยพลัส’เดินตามไทม์ไลน์
“นายกฯ” โชว์ขี่รถพ่วงข้างพุ่มพวงพา "ศุภจี” ซ้อนท้าย เปิด “ไทยช่วยไทยลดภาระค่าครองชีพ” กระจายสินค้าราคาถูก

