‘ชัชชาติ’ ชวนคนกรุงแสดงพลังปิดไฟ 1 ชั่วโมง เพื่อลดโลกร้อน

กทม. ชวนคนกรุงร่วมแสดงพลังและลดใช้พลังงาน ปิดไฟ 1 ชั่วโมง เพื่อลดโลกร้อน 2 ทุ่มครึ่ง ถึง 3 ทุ่มครึ่ง เสาร์ที่ 22 มี.ค. 68

4 มี.ค. 2568 – นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวเชิญชวนประชาชนและทุกภาคส่วน ร่วมแสดงพลังเชิงสัญลักษณ์และลดใช้พลังงานที่ไม่จำเป็นเพื่อช่วยโลกลดภาวะโลกร้อน ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างโลกที่ยั่งยืน ในกิจกรรม 60+ Earth Hour 2025 : ปิดไฟ 1 ชั่วโมง เพื่อลดโลกร้อน ด้วยการปิดไฟที่ไม่จำเป็น ถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่ใช้งาน รวมถึงลดการใช้พลังงานทุกชนิด เป็นเวลา 1 ชั่วโมง พร้อมกันกับผู้คนอีกหลายล้านคนจาก 190 ประเทศ 7,000 เมืองทั่วโลก ในวันเสาร์ที่ 22 มีนาคม 2568 เวลา 20.30 – 21.30 น.

ตั้งแต่ปี 2551 กรุงเทพมหานคร ร่วมกับองค์การ WWF ประเทศไทย และภาคีเครือข่าย รณรงค์กิจกรรมปิดไฟ 1 ชั่วโมง เพื่อลดโลกร้อน (60 Earth Hour) ด้วยการปิดไฟที่ไม่จำเป็น เป็นเวลา 1 ชั่วโมง ระหว่างเวลา 20.30 – 21.30 น. รวมระยะเวลา 17 ปี ลดการใช้พลังงานได้ 22,537 เมกกะวัตต์ สามารถลดปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ลงได้ 12,272 ตัน โดยเมื่อปี 2567 จากการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในพื้นที่กรุงเทพฯ สามารถลดการใช้ไฟฟ้าลงได้ 24.65 เมกกะวัตต์ เมื่อเทียบกับการใช้ไฟฟ้าในพื้นที่กรุงเทพฯ ในวันเสาร์ก่อนหน้าวันจัดกิจกรรมในช่วงเวลาเดียวกัน (โดยการคำนวณของการไฟฟ้านครหลวง) สามารถลดปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ลงได้ 11 ตัน หรือเทียบกับการเดินทางด้วยเครื่องบิน จากกรุงเทพฯ – เชียงใหม่ จำนวน 92 เที่ยวบิน หรือการใช้รถยนต์ดีเซลเป็นระยะทาง 66,000 กิโลเมตร หรือเทียบกับการปิดไฟครัวเรือน 49,500 ครัวเรือน

สำหรับปี 2568 กรุงเทพมหานคร ร่วมกับภาคีเครือข่าย ยังคงเดินหน้ารณรงค์กิจกรรมปิดไฟ 1 ชั่วโมง เพื่อลดโลกร้อน ซึ่งปีนี้กำหนดจัดกิจกรรมในวันเสาร์ที่ 22 มีนาคม 2568 เวลา 20.30 – 21.30 น. ด้วยการขอความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายทั้งองค์กรภาครัฐ เอกชน ผู้ประกอบการ ร้านค้า และประชาชน รวมทั้งสื่อมวลชนทุกแขนง ลดการใช้พลังงานและปิดไฟที่ไม่จำเป็น เช่น ไฟประดับ ไฟอาคาร ตึกสูง ป้ายโฆษณา ไฟบ้านเรือน และการถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่ใช้งานลดการใช้เครื่องปรับอากาศ ในอาคารบ้านเรือน เป็นเวลา 1 ชั่วโมง โดยเชิญชวนร่วมแชร์การมีส่วนร่วมกิจกรรมในโซเชียลมีเดีย ด้วยการติดแฮชแท็ก คำว่า #EarthHour2025 หรือ #BiggestHourForEarth หรือ #MyHourForEarth

นอกจากนี้ กรุงเทพมหานครขอความร่วมมือสถานที่ปิดไฟเชิงสัญลักษณ์ในปีนี้ ประกอบด้วย 5 สถานที่หลัก ได้แก่ 1. วัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว) พระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร 2. วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร เขตบางกอกใหญ่ 3. เสาชิงช้า เขตพระนคร 4. สะพานพระราม 8 เขตบางพลัด และ 5. ภูเขาทอง (วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร) เขตป้อมปราบฯ รวมถึงสำนักงานเขต 50 เขต ได้ร่วมกับภาคีเครือข่าย ผู้ประกอบการเจ้าของอาคาร/สถานที่ในพื้นที่เขต พร้อมใจกันร่วมปิดไฟเชิงสัญลักษณ์บริเวณอาคาร บ้านเรือนในถนนด้วยกรุงเทพมหานคร ขอเชิญชวนประชาชน ร่วมแสดงพลังในกิจกรรม “ปิดไฟ 1 ชั่วโมง เพื่อลดโลกร้อน” ในวันเสาร์ที่ 22 มีนาคม 2568 เรามีนัดปิดไฟที่ไม่ใช้งาน ตั้งแต่เวลา 2 ทุ่มครึ่งถึง 3 ทุ่มครึ่ง (20.30 – 21.30 น.) พร้อมกับ 7,000 เมือง 190 เมืองทั่วโลก ซึ่งนอกจากจะช่วยประหยัดค่าไฟภายในบ้านแล้ว ยังเป็นการช่วยชาติประหยัดพลังงาน ประหยัดงบประมาณ และช่วยรักษ์โลกรักษ์สิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน และถ้าเราทุกคนร่วมมือกันทำต่อเนื่องในทุกที่ทุกเวลา จนเป็นกิจวัตรในชีวิตประจำวัน จะช่วยผลักดันให้การลดใช้พลังงานไปสู่การบรรลุเป้าหมายในการลดภาวะโลกร้อน การรณรงค์ปิดไฟ 1 ชั่วโมง ในวันนี้ ไม่ใช่แค่การแสดงพลังของคนกรุงเทพมหานครเท่านั้น แต่ยังเป็นการรวมพลังงานของประเทศไทย ในการช่วยกันลดการใช้ไฟฟ้าที่ไม่จำเป็นในชีวิตประจำวันเพื่อบ้านเมืองของเรา เพื่อโลกของเรา

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นักวิชาการฟันธง 'ชัชชาติ' นอนมาคะแนนเกินล้าน! นั่งลุ้น 'ที่สอง-สก.' สนุกกว่า

อาทิตย์นี้ไม่ต้องลุ้น นักวิชาการชี้เปรี้ยง 'ชัชชาติ' ชนะม้วนเดียวจบ การันตีคะแนนไม่มีต่ำกว่าหนึ่งล้าน ไม่น้อยกว่ารอบที่แล้ว 1.38 ล้านเสียง มองศึกชิง 50 เก้าอี้ สก. สนุกกว่า เขียว-ส้ม-ฟ้า-แดง เบียดกันเข้มข้น

KPI Poll ย้ำสนามผู้ว่าฯ กทม. 'ตัวบุคคล' มีน้ำหนักสูงกว่าสังกัดพรรค สก.ยังเปลี่ยนใจได้

สถาบันพระปกเกล้า เปิดเผยผลสำรวจ เรื่อง “เลือกตั้ง กทม. 69: ฐานเสียงการเมืองกับการเลือกผู้ว่าฯ และแนวโน้มการเลือก ส.ก. ก่อนโค้งสุดท้าย

'ดุสิตโพล' เปิดผลสำรวจเลือกตั้งกทม. ครั้งที่ 3  ‘ชัชชาติ’ นำโด่งไร้คู่แข่ง

“สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นของคนกรุงเทพฯ เฉพาะผู้มีสิทธิเลือกตั้ง  เรื่อง “การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.คนที่ 18 (ครั้งที่ 3)”

'ชัชชาติ' หนาว! ร้อง ป.ป.ช. เอาผิด ปล่อย 'อากง' วิ่งเต้นซื้อขายตำแหน่ง

นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ได้เดินทางมายื่นคำร้องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เพื่อขอให้ไต่สวนและวินิจฉัยเอาผิดนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์