นักวิชาการฟันธงคนกรุงได้เห็น 'ชัชชาติ' เป็นผู้ว่าฯ ที่แข็งแกร่งที่สุดในปฐพีอีก 4 ปีแน่

นักวิชาการเชื่อ 'ชัชชาติ' ไร้คู่แข่งนำม้วนเดียวจบ แต่จะได้คะแนนน้อยกว่าปี 65 ฟันเปรี้ยง 'ดร.โจ้-พรรคส้ม' เปิดตัวมาสองวัน กระแสไม่ปัง ส่วน ปชป.เชื่อไล่กวดไม่ทัน หลังเห็นชัดไม่พร้อม แต่จะได้ สก.มากขึ้น

07 พ.ค.2569 - ผศ.ดร.เชษฐา ทรัพย์เย็น นักวิชาการและนักวิเคราะห์การเมืองจากวิทยาลัยพัฒนามหานคร มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช กล่าววิเคราะห์การเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและสมาชิกสภากรุงเทพมหานครหรือ สก.ที่จะเปิดรับสมัครปลายเดือนนี้ว่า จากการพิจารณาติดตามกระแสมาตลอดช่วงหกเดือนที่ผ่านมา เช่น จากการทำโพลหรือดูโพลต่างๆ รวมถึงจากการที่ได้ติดตามในโซเชียลมีเดียตามแพลตฟอร์มต่างๆที่เวลามีข่าวของนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม. แล้วก็เข้าไปดูคอมเมนต์ในข่าว ที่เรียกกันว่า social listening รวมถึงการที่ผมต้องทำงานในการนำองค์ความรู้ไปลงชุมชนเป็นระยะตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา ซึ่งเวลาลงพื้นที่ผมก็จะลองสอบถามชุมชนต่างๆในกรุงเทพมหานคร จากข้อมูลเชิงประจักษ์ที่ได้รับสามทางข้างต้น ปรากฏว่าคะแนนนิยมของนายชัชชาติ ที่ใกล้หมดวาระไม่ตกลงเลย ซึ่งมันผิดปกติเพราะว่าอย่างกรณี ผู้ว่าฯกทม.คนก่อน ๆ หรือนายกรัฐมนตรีแต่ละคนในช่วงที่ผ่านมารอบ 20 ปี ผู้บริหารเหล่านี้ หากทำงานมาแล้วประมาณหนึ่งสมัย ส่วนใหญ่คะแนนจะตกในช่วงปลายๆ ของการอยู่ในตำแหน่ง แต่ปรากฏว่าคะแนนของนายชัชชาติแตกต่างออกไปคือคะแนนนิยมไม่ได้ตกลงไป พูดง่ายๆว่า คนด่าน้อยกว่าคนชื่นชมเยอะ เลยทำให้เห็นสัดส่วนเปอร์เซ็นต์คนที่ให้ความนิยมกับคนที่ต่อว่านายชัชชาติ เทียบกันแล้ว มันทิ้งขาดหลายช่วงตัว

“ทำให้ ณ วินาทีนี้ แม้ตอนนี้พรรคประชาชนจะเปิดตัว นายชัยวัฒน์ หรือ ดร.โจ ลงสมัครผู้ว่าฯ กทม.ในนามพรรคประชาชน รวมถึงการที่พรรคประชาธิปัตย์ประกาศจะส่งคนลงสมัครผู้ว่าฯกทม. แม้ยังไม่เปิดตัวออกมา เพราะน่าจะกำลังดีลกันให้จบก่อน รวมถึงกลุ่มผู้สมัครอิสระที่เปิดตัวมาที่เป็นการประกอบสีสัน แต่พบว่า คะแนนของคุณชัชชาติก็ยังนำอยู่พอสมควรและคาดว่า อันนี้ผมคาดจากตอนนี้ คาดว่า นายชัชชาติ น่าจะนำแบบม้วนเดียจบ จนถึงวันเลือกตั้งคือวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน”

เมื่อถามถึงว่าประเมินแล้วคิดว่านายชัชชาติ จะได้คะแนนมากขึ้นหรือลดลงจากตอนปี 2565 ที่ได้ไปร่วม 1,386,215 คะแนน โดย ผศ.ดร.เชษฐา วิเคราะห์ว่า จากการที่ติดตามคอมเมนต์ทางโซเชียลมีเดียต่อนายชัชชาติและธรรมชาติของนักการเมืองที่เป็นผู้นำทางการเมือง ที่เวลาทำงานอะไรไปก็ต้องมีคนชอบและคนไม่ชอบ เพราะฉะนั้นผลคะแนนเลือกตั้งที่จะออกมา ก็อาจมีสิทธิ์ออกได้ทั้งสองหน้า ซึ่งในอดีต เคยมีนักการเมืองที่อยู่ในตำแหน่งครบวาระแล้วลงต่อสมัยที่สอง ซึ่งปรากฏว่าตอนลงสมัยที่สอง คนลงคะแนนให้แบบถล่มทลาย ก็มีอย่างตอนยุครัฐบาลไทยรักไทย ตอนเลือกตั้งปี 2548 แต่ช่วงนั้นก็อาจจะมีประเด็นอื่นๆ รวมอยู่ด้วยเช่นการเลือกตั้งโปร่งใสหรือไม่ แต่สำหรับกรณีของนายชัชชาติ เมื่อดูจากผลงานที่ทำในสมัยแรก และคอมเมนต์ที่ต่อต้านนายชัชชาติ รวมถึงคอมเมนต์ที่ชื่นชม ซึ่งปี 2565 ดร.ชัชชาติ ได้ 1.38 ล้านคะแนน แต่ว่านักการเมือง มันก็ต้องช้ำบ้างอยู่มาสี่ปี แม้ยังมีคนชื่นชมอยู่ในช่วงท้ายๆ ผมก็คิดว่าคะแนนของผู้ว่าฯชัชชาติ อาจจะไม่เท่าครั้งที่แล้ว อันนี้ประเด็นที่ 1 และประเด็นที่ 2 ที่คิดว่าคะแนนจะไม่เท่าครั้งที่แล้วเพราะว่าธรรมชาติของการแข่งขันในการเลือกตั้ง ถ้าการแข่งขันมันสูสี ต่างฝ่ายต่างจะมีแฟนคลับที่จะมาช่วยหาเสียงให้แบบออร์แกนิก หัวคะแนนธรรมชาติ เพื่อดึงคนให้ออกมาลงคะแนนเยอะๆ ในวันเลือกตั้ง แต่ถ้าการแข่งขันมันเกิดไม่สูสีเช่นตัวผู้สมัครเบอร์ 1 กับเบอร์ 2 3 4 มันห่างกันเกินไป คือตัวผู้สมัครทิ้งห่างกันเยอะ คนก็คิดว่า เออ ยังไงก็ชนะ เพราะฉะนั้นบางทีอาจจะไม่ต้องมีเราไปช่วยก็ได้ ก็ทำให้มีโอกาสว่าการออกมาใช้สิทธิ์ใช้เสียงในการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.รอบนี้ ก็มีโอกาสที่จะไม่เข้าเป้าตามที่กกต.ต้องการ โดยหากไม่เข้าเป้าก็อาจจะมีผลทำให้ดึงคะแนนที่ดร.ชัชชาติเคยได้รับ 1.38 ล้านเสียงจนทำให้ผลเลือกตั้งออกมาอาจได้ไม่ถึง 1.38 เสียงได้ ก็จะมีปัจจัยเหล่านี้ที่เกี่ยวข้อง แนวโน้มอาจจะทำให้ดร.ชัชชาติได้คะแนนเสียงไม่เท่ากับตอนเลือกตั้งปี 2565 ด้วยปัจจัยเหล่านี้

ถามต่อไปว่า พรรคประชาชน เปิดตัวนายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร มาได้สองวันแล้ว ประเมินแล้วมีโอกาสที่จะได้คะแนนมากกว่า นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ที่ลงตอนปี 2565 ที่ได้253,938 คะแนนหรือไม่ ผศ.ดร.เชษฐา ประเมินไว้ว่า แม้นายชัยวัฒน์เปิดตัวมาได้ 1-2 วัน แต่ก็มีข่าวหลุดออกมาก่อนร่วมหนึ่งสัปดาห์ จนกระจายไปทั่วโซเชียลมีเดีย ซึ่งจากการมอนิเตอร์ ก่อนถึงวันเปิดตัวจริง พบว่า ไม่ปัง คือ 7 วันก่อนวันแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ ที่มีชื่อปรากฏตามแพลตฟอร์มต่างๆ แบบพรายกระซิบ พบว่า มันไม่ค่อยปัง และเมื่อ นายชัยวัฒน์ เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อ 5 พ.ค. ผมก็เข้าไปกระแสต่างๆ ในโซเชียลมีเดีย พบว่ากระแสคอมเมนต์ต่างๆ ก็เหมือนเดิม ไม่มีอะไรตื่นเต้นเอาอย่างงี้แล้วกัน ดังนั้น หากพูดถึงกระแสหลังการเปิดตัว ยังไม่ปัง และเมื่อมีการประกาศสี่นโยบายการบริหารงาน กทม.ที่จะทำ เช่น เรียนง่าย เดินทางง่าย ก็ปรากฏว่าพอไปดูดีเทลหลายอย่าง มันอาจจะไม่ค่อยฉีกกับที่ผู้ว่าฯ กทม.คนปัจจุบันทำมากนัก เลยไม่ได้มีในเชิงความแตกต่างในเชิงของการปั่นอารมณ์ได้ว่ามันแตกต่างกันสิ้นเชิงเลยทำให้ ทำให้ความปัง เลยยังไม่ได้พุ่งแรงสุดในเชิงนโยบาย และจากการติดตามการให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนของ นายชัยวัฒน์ โดยมีรายการหนึ่งสัมภาษณ์ไปร่วมหนึ่งชั่วโมงซึ่งเท่าที่ดูจากการพูดแล้ว มองว่า คงต้องฝึกการพูดการเมืองในที่สาธารณะให้มากกว่านี้ เพราะการพูดยังไม่ชัดถ้อยชัดคำ เพราต้องยอมรับว่าการเลือกตั้งกรุงเทพมหานคร มันเป็นการเลือกตั้งที่มีความสำคัญ น้องๆ การเลือกตั้งใหญ่ การใช้วาทศิลป์หรือวาทกรรมทางการเมืองมันก็สำคัญ ในการที่จะมีเสน่ห์ดึงดูดคนให้มาชื่นชอบ ซึ่งผมคิดว่า บุคลิกส่วนตัวของนายชัยวัฒน์หรือ ดร.โจ อาจจะยังไม่โดดเด่นเพียงพอในการจะดึงให้เกิดเสน่ห์ได้

ดร.เชษฐากล่าวต่อไปว่า ถ้าพูดถึงว่าเทียบกับนายวิโรจน์ ที่เคยได้คะแนนประมาณ สองแสนห้าหมื่นคะแนน ที่ต้องไม่ลืมว่าตอนที่ลงปี 2565 ตอนนั้น เกิดก่อนการเลือกตั้งใหญ่ปี 2566 ซึ่งช่วงก่อนหน้านั้น แม้พรรคสีส้ม(อนาคตใหม่)จะได้สส.กทม.มาตอนปี 2562 จำนวนหนึ่ง แต่ก็ยังไม่คุมทุกพื้นที่กทม. แต่พอปี 2566 ผลการเลือกตั้งใหญ่ ปรากฏว่า พรรคส้มสมัยเป็นพรรคก้าวไกล ได้ สส.กทม.ไป 32 คนจาก 33 เขต ที่ทำให้กระแสของก้าวไกลเลยพุ่งขึ้น จนมาเลือกตั้งปี 2569 ที่เป็นพรรคประชาชน พรรคส้มก็กวาด สส.เขต กทม.ไปทั้งหมด 33 เขต จากฐานเสียงที่พรรคส้มกวาด สส.เขต กทม.ไปหมด แล้วการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กำลังจะเกิดขึ้น ถ้าเทียบกันระหว่างนายชัยวัฒน์ ที่ลงกับพรรคส้มในยุคปัจจุบัน กับนายวิโรจน์ตอนปี 2565 ซึ่งห่างกัน 4 ปี คาดได้ว่า ดร.ชัยวัฒน์ จะได้คะแนนเสียงมากกว่านายวิโรจน์ เพราะฐานมันเยอะกว่าตอนปี 2565

ผศ.ดร.เชษฐา ยังกล่าวถึงพรรคประชาธิปัตย์ที่จะเปิดตัวผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ของพรรคในสัปดาห์หน้านี้ว่า สำหรับประชาธิปัตย์ มีทั้งบวกและลบในตัวเอง ด้านบวกคือเมื่อนายอภิสิทธิ์กลับมาเป็นหัวหน้าพรรคในช่วงเลือกตั้งใหญ่ ก็ทำให้พรรคได้คะแนนปาร์ตี้ลิสต์เพิ่มขึ้นเยอะจริงหลายเท่าตัวเลยในพื้นที่กรุงเทพฯ แล้วคะแนนผู้สมัคร สส.เขต กทม.แม้จะไม่ชนะเลือกตั้งเลย แต่หากไปดูผลเลือกตั้ง จะพบว่า จะมีอยู่ประมาณ 7-8 เขตเลือกตั้งที่พรรคประชาธิปัตย์คะแนนมาเป็นอันดับ 2 ในเขตนั้น คือแพ้แค่พรรคส้ม ทำให้อนุมานได้ว่าคะแนนประชาธิปัตย์ฟื้นขึ้นในสมัยยุคของคุณอภิสิทธิ์ที่กลับมาเป็นหัวหน้าพรรค ซึ่งในมุมบวกก็มีโอกาสที่จะทำให้ผู้สมัคร สก.ของพรรคประชาธิปัตย์ที่ประกาศรายชื่อมา ที่จริงๆ หลายคนเป็น สก.ตอนเลือกตั้งที่ผ่านมา มีประมาณ 8-9 คนที่คนเหล่านี้มีฐานเสียงอยู่แล้วในพื้นที่ ทำให้การเลือกตั้ง สก. รอบนี้ ประชาธิปัตย์อาจได้ สก.ระดับตัวเลขสองหลัก
ส่วนมุมลบคือ หาก สก.ประชาธิปัตย์ยังสู้ได้ แต่ว่าการที่ ณ ตอนนี้ ประชาธิปัตย์เองกลับยังไม่เปิดตัวผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ของพรรค แบบนี้ ลำบาก เพราะโดยธรรมชาติ หากคุณจะเปิดตัวคนที่จะส่งลงมาสู้กับผู้ว่าฯกทม.คนเก่า จะต้องเปิดตัวก่อนหน้านี้ เช่น 3 เดือนก่อนหน้านี้ หรือว่าเอาให้เต็มที่ หลังสงกรานต์ต้องเปิดชื่อแล้ว เพื่อให้ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.พรรคสีฟ้าเดินสงกรานต์ไปลงพื้นที่ตามชุมชนต่างๆในช่วงสงกรานต์ แต่หลังสงกรานต์ ก็ยังไม่เปิดตัว แบบนี้แสดงว่ามีปัญหาการคัดตัว หรือดีลไม่จบ และพอหลังสงกรานต์ก็ควรจะเปิดแล้วแม้จะไม่ใช่เวลาดีสุด แต่ประชาธิปัตย์ก็ยังไม่เปิดชื่ออกมา ซึ่งตามหลักเมื่อผู้ว่าฯ กทม.จะหมดวาระ 21 พ.ค. อย่างน้อย ต้องเปิดก่อนวันที่ 1 พฤษภาคมในเชิงจิตวิทยา เพื่อแสดงถึงความพร้อม แต่ปรากฏว่า 30 เมษายน ประชาธิปัตย์ ก็ยังไม่เปิดชื่อ ตอนนี้ก็เปิดแต่รายชื่อผู้สมัคร สก.

“เพียงเท่านี้ในทางการเมือง หรือคนที่ติดตามการเมือง ก็ต้องมองว่า พรรคประชาธิปัตย์ไม่พร้อมในการที่จะส่งคนชิงผู้ว่าฯกทม. ต่อให้มีการมาเปิดตัวสัปดาห์หน้าหรือสัปดาห์ต่อไป มันก็ไม่ทันแล้ว เพราะคุณสร้างกระแสไม่ทัน ทำพื้นที่ไม่ทัน เอาคนของตัวเองที่จะลงผู้ว่าฯไปแนะนำคนในพื้นที่มันทำไม่ได้ มันทำไม่เพียงพอ เพราะฉะนั้น ต่อให้เปิดตัวมาไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม ถึงวินาทีนี้ เปิดมายังไง ก็ไม่ปัง อันนี้สำหรับผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. แต่ถ้าเป็นสก. ดูแล้ว ประชาธิปัตย์ ยังน่าจะได้ สก.หลายเขตอยู่”นักวิชาการผู้นี้ระบุ

 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ชิงบทนำฝ่ายค้าน! 'พรรคส้ม' ส่อไม่จับมือ ปชป. ยื่นศาล รธน. ตีความ พรก.กู้เงิน 4 แสนล้าน เล็งใช้เวทีสภาอภิปรายรัฐบาล

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีพรรคประชาธิปัตย์เตรียมยื่นให้ ป.ป.ช.ทบทวนมติยกคำร้องกรณีนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีต รมว.คมนาคมใช้นอมินี ถือหุ้นแทน ว่า จริงๆ เราก็มีการหารือกันข้างหลังผ่านกลไกวิปฝ่ายค้านมาโดยตลอดอยู่แล้ว

ไม่เกินคาด! ปชน.รุมอัดเงินกู้ 4 แสนล้านเหวี่ยงแห-แจกสร้างความนิยมทางการเมือง

'ศิริกัญญา' มอง รัฐบาลเตรียมออก พ.ร.ก. 4 แสนล้าน ไม่ได้ช่วยเหลือกลุ่มตกหล่น แต่กลับเทหมดหน้าตักโปะคนละครึ่ง แย้ม จ่อถกในพรรค-ฝ่ายค้าน ยื่นศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ ด้าน 'วีระยุทธ' แนะ ใช้เงินอย่างระมัดระวัง

สภาเดือด! ประธานสภาซัด สส.ส้มพูดเอาแต่ได้

สภาเดือด สส.ปชน.ประท้วงไม่ให้หารือ 'โสภณ' สวน 'พูดเอาแต่ได้' ยันทำตามระเบียบ เผยเสนอชื่อ 'ณัฐพงษ์' เป็นผู้นำฝ่ายค้านแล้วไม่ล่าช้า แต่ต้องรอตามขั้นตอน

'กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน' อโหสิให้ สส.ส้มแล้วแต่ 'รมช.มหาดไทย' ยังติดใจรอดูท่าทีต้นสังกัด

'ชมรมกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน' ยื่นหนังสือ 'รมช.มหาดไทย-วิปรัฐบาล' แสดงจุดยืน และตอบรับคำขอโทษ 'สส.ภัณฑิล' หลังอภิปรายพาดพิง ด้าน 'มท.2' ลั่นรับไม่ได้ รอดูบทลงโทษจากต้นสังกัด คืนศักดิ์ศรีให้ 'ราชสีห์'