12 เมษายน 2568 - เวลา 17.00 น. กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศเรื่อง พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน (มีผลกระทบบางพื้นที่ในช่วงวันที่ 12-14 เมษายน 2568) ฉบับที่ 7 ในช่วงวันที่ 12-14 เม.ย. 68 ประเทศไทยตอนบนมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก รวมถึงอาจมีฟ้าผ่าและฝนตกหนักเกิดขึ้นได้บางพื้นที่ ในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมประเทศจีนตอนใต้และเวียดนามตอนบนแล้ว คาดว่าจะแผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยและทะเลจีนใต้ในคืนนี้ ส่งผลทำให้มีลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นเข้ามาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ในขณะที่บริเวณดังกล่าวมีอากาศร้อน
จังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ มีดังนี้
วันที่ 12 เมษายน 2568
ภาคเหนือ: จังหวัดเชียงราย ลำปาง พะเยา น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดเลย หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม ชัยภูมิขอนแก่น กาฬสินธุ์ มุกดาหาร มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญนครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี
ภาคกลาง: จังหวัดนครสวรรค์ ลพบุรี และสระบุรี
ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี และสระแก้ว
วันที่ 13 เมษายน 2568
ภาคเหนือ: จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง ตาก และกำแพงเพชร
ภาคกลาง: จังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง ลพบุรี สระบุรี สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา กาญจนบุรี ราชบุรี นครปฐม สมุทรสาคร สมุทรสงคราม
รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล
ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด
วันที่ 14 เมษายน 2568
ภาคเหนือ: จังหวัดแม่ฮ่องสอน และตาก
ภาคกลาง: จังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร และนครปฐม
ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนระวังอันตรายจากพายุฤดูร้อนและฝนตกหนักที่จะเกิดขึ้น ควรหลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านบริเวณที่มีพายุฝนฟ้าคะนองและเส้นทางที่มีปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำ มีข้อจำกัดในการระบายน้ำ ซึ่งอาจเกิดน้ำท่วมขังในระยะสั้นได้ เนื่องจากการระบายน้ำอาจทำได้ไม่สะดวก เช่นพื้นที่ อ.เมืองขอนแก่น จ.ขอนแก่น, อ.ศรีราชา เทศบาลเมืองพัทยา จ.ชลบุรี, อ.ปลวกแดง อ.เมือง จ.ระยอง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล
ไม่ควรอยู่ในที่โล่งแจ้งใต้ต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้างและป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง รวมทั้งเพิ่มความระมัดระวังในการจัดกิจกรรมกลางแจ้งช่วงเทศกาลสงกรานต์ สำหรับเกษตรกรควรเสริมความแข็งแรงให้ไม้ผล และเตรียมการป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับผลผลิตทางการเกษตรและสัตว์เลี้ยง รวมทั้งดูแลรักษาสุขภาพในช่วงที่สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงไว้ด้วย
ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ขอให้ประชาชนวางแผนการใช้ชีวิตและการเดินทางในช่วงเวลาดังกล่าวอย่างระมัดระวัง จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือที่ 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ประกาศอุตุฯ ฉบับ 6 เปิดพื้นที่ฝนตกหนักถึงหนักมากถึง 28 ต.ค.
นายนัฐวุฒิ แดนดี รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา รักษาราชการแทนอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยาประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่อง ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณภาคใต้ และอากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทยตอนบน
อุตุฯ เตือนฝนถล่ม 55 จังหวัด ลมกระโชกแรง ฟ้าผ่า ทะเลคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้าว่า ภาคใต้ยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ โดยมีฝนตกหนักมากบางแห่ง ส่วนประเทศไทยตอนบนจะมีสภาพอากาศแปรปรวน
กรมอุตุฯ เตือนอากาศแปรปรวน ช่วง 25–27 ต.ค. ทั่วปท.มีฝนตกหนัก บางแห่งเกิดฟ้าผ่าได้
กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศฉบับที่ 5 เรื่อง ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณภาคใต้และอากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทยตอนบน
อัปเดตพายุดีเปรสชันอ่าวเบงกอล ทวีกำลังเป็นพายุไซโคลน เคลื่อนเข้าอินเดีย-บังกลาเทศ ไม่กระทบไทย
กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งอัปเดตพายุดีเปรสชันในอ่าวเบงกอล
ประกาศกรมอุตุฯ ฉบับที่ 3 เปิดพื้นที่เสี่ยงฝนตกหนัก-น้ำท่วมภาคใต้ 25-28 ต.ค.
กรมอุตุนิยมวิทยา เผยแพร่ประกาศเรื่อง ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณภาคใต้และอากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทยตอนบน (มีผลกระทบในช่วงวันที่ 24-28 ตุลาคม 2569) ฉบับที่ 3 ระบุว่า ในช่วงวันที่ 24–28 ตุลาคม 2569 บริเวณภาคใต้ มีฝนตกต่อเนื่อง กับมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ และมีฝนตกหนักมากบางแห่ง ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนที่ตกสะสม
เตือนฝนถล่มใต้ 10 จังหวัด! รัฐสั่งสนามบินเฝ้าระวัง 24 ชม. ไม่ปลอดภัยระงับบินทันที
รัฐบาลสั่งกรมท่าอากาศยานเตรียมพร้อมรับมือฝนตกหนักถึงหนักมากในภาคใต้ 10 จังหวัด ช่วง 23-26 ต.ค. กำชับสนามบินตรวจระบบระบายน้ำ เครื่องสูบน้ำ ไฟฟ้าสำรอง และสภาพทางวิ่ง พร้อมเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง หากพบความเสี่ยงต่อความปลอดภัย ให้จำกัดหรือระงับการใช้พื้นที่ทันที พร้อมประสานสายการบินดูแลผู้โดยสาร

