'หมอยง' ชวนให้คิด 5 เรื่อง! 'จดลิขสิทธิ์' ต้องไม่ไปเบียดบังสิทธิผู้อื่น

26 ต.ค. 2569 – ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความในหัวข้อ “การจดสิทธิบัตร หรือลิขสิทธิ์ สมควรทำ แต่จะต้องไม่ไปเบียดบัง หรือรบกวนสิทธิผู้อื่น” โดยระบุว่า

ผมออกตัวก่อนว่าผมมีความรู้น้อยทางพืช แต่ขอแสดงความคิดเห็นทางวิทยาศาสตร์ ให้เกิดความโต้แย้งในแนวความคิดจะเป็นเรื่องดี

ผมเองทำวิจัยชุดตรวจไม่ว่าจะเป็นชุดตรวจไข้หวัดใหญ่ ชุดตรวจมือเท้าปาก ที่ทำได้ดีมาก ผมเองต้องการให้คนไทยใช้ ไม่ได้สนเรื่องสิทธิบัตร แต่ถูกเชิงบังคับ ว่าเป็น KPI ทั้งเจ้าของทุน และหน่วยงานของมหาวิทยาลัย ว่าต้องทำ ก็เลยต้องจด แต่สิทธิบัตรที่ได้คุ้มครองเฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น เราไม่สามารถที่จะไปจดต่างประเทศได้เพราะค่าใช้จ่ายสูงมาก ผมใช้เงินหลวงสถานที่หลวงทำ ถ้าใครจะเอาไปใช้ในประเทศไทยยินดีได้เลยไม่ต้องมาขอสิทธิ์ และต่างชาติผมก็ไม่สามารถไปบังคับเขาได้

เรื่องต่อไปนี้ที่จะเล่าให้ฟังเป็นเรื่อง “สมมติ” ที่คิดขึ้นมาถูกผิดไม่รู้แต่คิดตามหลักวิทยาศาสตร์ ขอให้ใช้วาจาสุภาพในการวิจารณ์

การสร้างนวัตกรรม สมควรที่จะได้รับลิขสิทธิ์หรือสิทธิบัตร ในการจดลิขสิทธิ์จะต้องบอกขั้นตอนทุกขั้นตอนในการทำ และขั้นตอนต่างๆ เปิดเผยได้ โดยที่ผู้อื่นจะไปทำเลียนแบบเราไม่ได้ตามเวลาที่กำหนด ถ้าเราแน่จริงไม่อยากให้ใครรู้ในกระบวนการ ก็ไม่ต้องจด ตัวอย่างเช่นโค้กและเป๊ปซี่ ไม่เคยจดสิทธิบัตรหรือลิขสิทธิ์ แต่จะใช้วิธีการเก็บความลับ จึงไม่มีใครสามารถทำเลียนแบบได้ ก็ควรจะเลือกเอา

ในกรณีที่เป็นข่าวต่อไปนี้ผมขอใช้ชื่อว่า ผักกะพือ ก็แล้วกัน มีข้อความที่น่าสนใจให้น่าคิดอย่างนี้

1.การใช้กระบวนการ สารเคมีหรืออะไรก็ตามแต่ ไปเพิ่มโครโมโซม ให้เป็น 4 n ( จากเดิม 2 n) จะถือว่าเป็นการ เปลี่ยนแปลงพันธุกรรมหรือไม่ (Genetically Modified Organism) เพราะโครโมโซมเป็นหน่วยใหญ่ที่ควบคุม DNA ทั้งหมดหรือพันธุกรรมทั้งหมด เกิดจากการบังคับด้วยสารเคมี ไม่ได้เป็นการผสมข้ามเกสร

2.การเปลี่ยนแปลง ให้สิ่งมีชีวิตนั้นแข็งแรงขึ้น หรืออะไรก็ตามให้ตรงตามความต้องการ ความแข็งแรงขึ้น ถ้าหลุดออกไป จะไปเบียดเบียนผู้ที่อ่อนแอกว่า ให้สูญพันธุ์ไปได้หรือไม่ ผมยกตัวอย่าง (สมมติ)เช่น คนที่มีโครโมโซมเพิ่มคือ Y เป็น XYY อาจจะก้าวร้าว (แต่ที่จริงยังพิสูจน์ไม่ได้) และผู้ที่ก้าวร้าวไม่สามารถถูกควบคุมได้ ก็จะไปกระทบในวงนอกให้เดือดร้อนได้ เช่นเดียวกัน

3.สายพันธุ์ใหม่ ที่มีโครโมโซม 4n ที่เกษรตัวผู้ (เปรียบได้เหมือนสเปิร์ม)จะมีโครโมโซม 2n เมื่อไปผสมกับเกสรตัวเมีย ที่ชาวบ้านปลูก (เปรียบได้กับไข่) โครโมโซม 1n โครโมโซมเมื่อรวมกันจะเป็น 3n ก็จะทำให้ของชาวบ้านเป็นหมันไม่สามารถแพร่พันธุ์ต่อไปได้ หรือแพร่พันธุ์ต่อไปได้? จริงไหม? และก็จะลดน้อยลงไปตามลำดับในอนาคตการควบคุมดังกล่าวจะทำได้อย่างไร สายพันธุ์พื้นเมืองก็จะร่อยหรอลงไปหรือไม่ เพราะมีโอกาสแพร่พันธุ์ได้น้อยกว่า เมื่อถูก 4n ลุกลามเข้ามา

4.สมมติว่าผมดัดแปลงสิ่งมีชีวิตใหม่ เป็นหอยเชอรี่ หรือปลาคางเบือน และมีคุณสมบัติพิเศษตรงตามความต้องการของผม แพร่พันธุ์ได้เร็ว กระจายได้เร็ว หอยสามารถไข่บนยอดหญ้าได้ ในขณะเดียวกันบ้านเรามีหอยโข่ง ที่ตัวใหญ่กว่ามีคุณค่ามาก แต่ต้องออกไข่ในดิน การแพร่พันธุ์สู้ไม่ได้แน่นอน และในที่สุด หอยเชอรี่ก็มาเบียดบังหอยโข่งบ้านเรา ทำให้จำนวนหอยโข่งบ้านเราลดน้อยลงไปเรื่อยๆ ถูกแทนที่ด้วยหอยเชอรี่ ทฤษฎีวิวัฒนาการของชาร์ลส์ ดาร์วิน ใครปรับตัวได้ดีกว่าก็อยู่รอด เช่นเดียวกันกับปลาหมอคางเบือน ปรับตัวได้เก่ง ดำรงความอยู่รอดได้เก่ง ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ

5.ผมเป็นนักไวรัสวิทยา ผมอาจจะชักนำไวรัสตัวหนึ่ง ให้มี duplicate gene และไวรัสตัวนี้ มีคุณสมบัติตรงตามจุดประสงค์ของผม เพื่อใช้ในอุตสาหกรรม แต่ผลระยะยาว หรือเอฟเฟก ที่จะไปเกิด recombination กับไวรัสสายพันธุ์เดียวกัน หรือไวรัสสายพันธุ์ใหม่ ที่อยู่ในสิ่งแวดล้อม ซึ่งอาจจะสร้างปัญหาในทางที่ดี และไม่ดีก็ได้ ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ

ทั้งหมดนี้ชวนให้คิดทางวิทยาศาสตร์ ในการควบคุมสิ่งมีชีวิตใหม่ สายพันธุ์ใหม่ แตกต่างจากสายพันธุ์เดิมโดยเฉพาะผลระยะยาวที่จะเกิดขึ้นในสิ่งแวดล้อม ใครจะเป็นผู้ดูแล ป้องกันไม่ให้เกิดขึ้น โดยไปกระทบผู้ใช้สิทธิ์อื่น.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ผิดยุค! อดีตบิ๊กศรภ. ชี้วันนี้ 'กะเพรา' เป็นของประชาชนไปแล้ว บริษัทจดทะเบียนเอาไปลำบาก

อดีตหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการพิเศษ ศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติ ชี้คนเสนอแผนบริษัทจดทะเบียนกะเพราหลงยุค มองเรื่องนี้ย้อนหลังกลับไปถึง 40 กว่าปี

'ก.เกษตร' อยู่ไม่ไหวตรวจสอบการจดสิทธิคุ้มครองพันธุ์กะเพราของเอกชน

รมว.เกษตรฯ สั่งตรวจสอบการจดสิทธิคุ้มครองพันธุ์กะเพราของเอกชน ยันปกป้องสิทธิเกษตรกรและประชาชนใช้ประโยชน์ได้เสรี 100%

ดร.ธรณ์ สะกิดคนไทย! มัวดราม่ากะเพราซีพี เตือนน้ำมันโลกพุ่ง-เอลนีโญแรงผิดปกติ

ดร.ธรณ์ สะกิดสังคม ขณะดราม่ากะเพราซีพีแรมยังไม่จบ เตือนราคาน้ำมันโลกแตะ 116.7 ดอลลาร์ และเอลนีโญรุนแรงอย่างไม่เคยพบมาก่อน ขณะที่องค์การอุตุนิยมวิทยาโลกส่งสัญญาณเอลนีโญปีนี้อาจรุนแรงที่สุดเป็นประวัติการณ์

รู้จัก 'ไบโอไทย' จากศึกกะเพราซีพีแรม ถึงตัวตนเอ็นจีโอสายเคลื่อนไหว

กรณีบริษัท ซีพีแรม จำกัด ในเครือเจริญโภคภัณฑ์ ได้รับการจดทะเบียนคุ้มครองกะเพราพันธุ์ใหม่ 4 สายพันธุ์ ภายใต้ชื่อ “แก้วจุรี” กลายเป็นประเด็นถกเถียงในสังคม หลังมูลนิธิชีววิถี หรือ BIOTHAI ออกมาเปิดเผยข้อมูลและตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการคุ้มครองพันธุ์พืช รวมถึงความเกี่ยวข้องระหว่างการพัฒนาสายพันธุ์ดังกล่าวกับงานวิจัยของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์