เตือน!ไม่ชัวร์อย่าแชร์หลังพบการแชร์ภาพเก่าคลิปอุบัติเหตุสงกรานต์ ของหลายปีที่ผ่านมา เสี่ยงเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.คอมฯและสร้างความกังวลให้นักท่องเที่ยว
17 เมษายน 2568 - นายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เทศกาลสงกรานต์ในปีนี้ มีความปลอดภัย ภายใต้มาตรการควบคุมจากภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเข้มงวด ซึ่งหลังเทศกาลสงกรานต์ มักมีการแชร์คลิปอุบัติเหตุหรือภาพความรุนแรงขณะเล่นน้ำผ่านโซเชียล โดยไม่ได้ตรวจสอบแหล่งที่มาหรือช่วงเวลาที่แท้จริง
จึงขอความร่วมมือจากผู้ใช้โซเชียลมีเดียให้ระมัดระวังในการแชร์ข้อมูล แม้จะมีเจตนาที่ดีต้องการเตือนภัย แต่การเผยแพร่ข้อมูลโดยไม่ตรวจสอบ อาจส่งผลกระทบต่อบุคคลที่ปรากฏในคลิป รวมถึงภาพลักษณ์ด้านความปลอดภัยและภาคการท่องเที่ยวของประเทศ เสี่ยงเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2560 มาตรา 14 (1) ระบุว่า ผู้ใดนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ และน่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน ถือเป็นความผิด มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ทั้งนี้ แม้ไม่ได้เป็นผู้สร้างคลิปต้นทาง แต่การนำมาโพสต์ซ้ำ แชร์ต่อ หรือแสดงความคิดเห็นในลักษณะที่ทำให้ผู้รับสารเข้าใจผิด ก็อาจถือว่ามีความผิดในฐานะ “เผยแพร่” ข้อมูลอันเป็นเท็จเช่นกัน หรือการนำคลิปเหตุการณ์จากต่างประเทศมาเผยแพร่ พร้อมอ้างว่าเกิดขึ้นในไทย รวมถึงการใช้ภาพเหตุการณ์เก่าโดยไม่ระบุบริบทให้ชัดเจน ล้วนมีความเสี่ยงต่อการทำให้สังคมเกิดความตื่นตระหนก และเข้าข่ายความผิดตามกฎหมาย
สำหรับวิธีตรวจสอบภาพ - คลิปเบื้องต้นก่อนแชร์ เพื่อไม่ตกเป็นส่วนหนึ่งของการเผยแพร่ข่าวปลอม มี 3 วิธี ได้แก่
1. ตรวจสอบวันที่ของคลิป/ภาพ ดูเวลาปัจจุบันที่บันทึกไว้บนคลิป (timestamp) เช็กวันที่โพสต์ต้นทางในแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย หรือใช้ Google Lens เพื่อตรวจสอบว่าภาพเคยปรากฏที่ไหนมาก่อนหรือไม่
2. ดูบริบทของเหตุการณ์ สังเกตฉากหลัง เช่น ทะเบียนรถ สถานที่ ป้ายภาษา ฟังสำเนียง เสียงพูด หรือเสียงบรรยายภายในคลิป เปรียบเทียบกับข่าวที่เป็นทางการว่าตรงกันหรือไม่
3.ค้นหาข่าวที่เกี่ยวข้องจากแหล่งข่าวน่าเชื่อถือเว็บไซต์ข่าวกระแสหลัก ใช้เครื่องมือหรือตรวจสอบจากเว็บไซต์
”รัฐบาลขอย้ำว่า การใช้โซเชียลมีเดียอย่างมีวิจารณญาณ ไม่เพียงช่วยลดการกระจายข้อมูลเท็จ แต่ยังเป็นการเคารพสิทธิของผู้อื่น และป้องกันตนเองจากการกระทำที่อาจละเมิดกฎหมายโดยไม่รู้ตัว หลักการง่าย ๆ ที่ประชาชนควรทราบคือ หากยังไม่มั่นใจว่า ภาพหรือคลิปที่เห็นเป็นของจริงหรือเกิดขึ้นในช่วงเวลาปัจจุบันหรือไม่ “ให้งดแชร์” ไว้ก่อน ซึ่งการไม่เป็นส่วนหนึ่งของการส่งต่อข้อมูลผิด คือการมีส่วนร่วมในการสร้างสังคมที่รับผิดชอบ และเท่าทันข่าวสารข้อมูลที่ถูกต้องด้วย“ นายอนุกูล ระบุ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'สมช.' สั่ง ตร.-หน่วยข่าว คุมเข้มสถานทูตสหรัฐ-อิหร่าน-อิสราเอล สกัดเฟกนิวส์
'สมช.' มอบ ‘ตำรวจ-หน่วยการข่าว’ คุมเข้มสถานทูตอเมริกา-อิหร่าน-อิสราเอล พร้อมบุคคลสุ่มเสี่ยงที่เข้าออกประเทศ จัดการโซเชียลบิดเบือนสร้างความแตกแยก
ชัยชนะในเมืองหลวงของพรรคส้ม กับข้ออ้างเฟกนิวส์ใน LINE กลุ่มหมู่บ้าน
กลายเป็นประเด็นร้อนที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในโลกโซเชียลทันที เมื่อปรากฏคำชี้แจงถึงสาเหตุความพ่ายแพ้ในภาพรวมของพรรคประชาชน หรือ “พรรคส้ม” ที่ขัดแย้งกับหลักความจริงอย่างย้อนแย้ง
ข่าวปลอม! กองทัพไทย ยันรัสเซียฝึกทหารไทย กู้ทุ่นระเบิด PMN-2 ไม่เป็นความจริง
กองบัญชาการกองทัพไทย ชี้แจงกรณีภาพว่อนโซเชียลที่มีการระบุข้อความว่า "กองทัพรัสเซีย ฝึกทหารไทย เก็บกู้ทุ่นระเบิด PMN2" ขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข่าวปลอมที่ปรากฏ
โดนอีกคดี! ศาลสั่งจำคุก 30 ปี 'โจ้ พฤทธิกร' ทีมงานส้มหมิ่นเบื้องสูง รวมโทษคดี 112 เป็น 50 ปี
ศาลอาญา มีคำพิพากษาคดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 4 ยื่นฟ้องนายพฤทธิกร สาระกุล หรือ โจ้ อดีตทีมงานก้าวหน้าเป็นจำเลยในความผิดดูหมิ่นสถาบันตามประมวลกฎหมาย อาญา ม.112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ
โวยยับโดนปั่นเฟกนิวส์ถล่ม วอนชาวส้มหยุดวิชามาร
“โฟล์ค-รักชาติ” แฉขบวนการปั่นเฟกนิวส์ ตัดต่อภาพพรรครักชาติ เบอร์ 35 แต่สวมเบอร์ 46 วอน ‘พรรคประชาชน’ หยุดวิชามาร สู้กันด้วยนโยบาย
เตือนหยุดแชร์ข่าวปลอม ตร.ทั่วประเทศตั้งด่านตรวจสำเนาทะเบียนรถ ไม่มีโดนปรับ 2 พัน
พล.ต.ท.ชัยต์พจน สูวรรณรักษ์ ผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล และรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีข่าวปรากฏในสื่อโซเชียลเกี่ยวกับเรื่อง “พรุ่งนี้ ตำรวจจราจรทั่วประเทศจะเริ่มตั้งด่านเพื่อตรวจสำเนาทะเบียนรถ

