สัปดาห์นี้รับมืออากาศร้อนจัด รัฐบาล แนะกลุ่มเสี่ยง - ผู้ใช้แรงงาน เลี่ยงการทำงานกลางแจ้งต่อเนื่อง พักผ่อนและดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ
26 เมษายน 2568 - นายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลห่วงสุขภาพประชาชนในช่วงฤดูร้อน ซึ่งในหลาย ๆ พื้นที่ของประเทศไทยโดยสัปดาห์นี้จะมีอากาศร้อนจัดปกคลุม ด้วยสภาพอากาศที่ร้อนจัดในช่วงกลางวัน ระหว่างเดือนมีนาคม - พฤษภาคม อาจทำให้ประชาชนเจ็บป่วยจากสภาวะอากาศร้อนจัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มผู้ใช้แรงงานที่ต้องทำงานกลางแจ้ง อาทิ เกษตรกร คนงานก่อสร้าง และผู้ที่ทำงานใกล้แหล่งกำเนิดความร้อน เช่น ในโรงงานหลอม หรือโรงงานที่มีเครื่องจักรความร้อนสูงและมีพื้นที่ระบายอากาศไม่ดี เป็นกลุ่มที่น่ากังวลเป็นพิเศษ
นายคารม กล่าวว่า ในช่วงที่ประเทศไทยกำลังเผชิญสภาพอากาศที่ร้อนจัด ขอให้ประชาชนระมัดระวังโรคที่เกิดจากความร้อนเมื่อร่างกายไม่สามารถระบายความร้อนออกได้ทันและอุณหภูมิภายนอกสูงกว่าร่างกาย กลไกการระบายความร้อนตามธรรมชาติ เช่น การหลั่งเหงื่อ การขยายตัวของหลอดเลือดที่ผิวหนัง การหายใจ และการพาความร้อนจะทำงานได้ไม่เต็มที่ อีกทั้ง เมื่อร่างกายร้อนจัดและเริ่มขาดน้ำ จะมีอาการอ่อนเพลีย หน้ามืดเป็นลม และหากเสียเกลือแร่ร่วมด้วยจะเกิดตะคริว ซึ่งหากไม่ได้รับการช่วยเหลือ อาจนำไปสู่อาการขาดเลือดไปเลี้ยงอวัยวะสำคัญ เกิดภาวะอวัยวะล้มเหลว หมดสติ และกลายเป็นโรคลมแดด (Heat Stroke) ซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่ต้องรีบช่วยเหลือ มิฉะนั้นอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต
เพื่อสร้างความตระหนักรู้ และป้องกันอันตรายจากความร้อน ขอแนะวิธีการปฏิบัติตน ดังนี้
1. ติดตามข่าวพยากรณ์อากาศค่าดัชนีความร้อน และพิจารณาเลี่ยงการทำกิจกรรมหรือทำงานกลางแจ้งในช่วงที่อากาศร้อนจัด หากเลี่ยงไม่ได้ให้สลับกันทำงาน หรือพยายามทำงานกลางแจ้งให้เสร็จก่อน เวลา 13.00 น. ซึ่งจะเป็นช่วงอากาศที่ร้อนที่สุด
2. ดื่มน้ำสะอาดบ่อย ๆ ทุก 15 - 20 นาที แม้จะไม่รู้สึกกระหาย โดยสถานที่ประกอบการควรจัดหาน้ำดื่มให้เข้าถึงง่าย อย่างไรก็ตามควรหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เครื่องดื่มที่มีปริมาณน้ำตาลสูง เช่น น้ำหวาน น้ำอัดลม และงดการสูบบุหรี่
3. สวมเสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี พักผ่อนให้เพียงพอ
4. ยาบางชนิด เช่น ยาลดความดันโลหิต ยาแก้คัดจมูก ยาขับปัสสาวะ ยารักษาจิตเวช อาจส่งผลต่อการควบคุมอุณหภูมิของร่างกาย ผู้ที่รับประทานยาดังกล่าวจึงควรหมั่นสังเกตอาการตนเอง หากมีอาการผิดปกติ ให้รีบพบแพทย์ทันที
5. สำหรับผู้สูงอายุ ควรดื่มน้ำบ่อย ๆ และพักผ่อนให้เพียงพอ อยู่ในสถานที่ที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก เลี่ยงการอยู่กลางแจ้งในช่วงที่อากาศร้อนจัด และสังเกตอาการผิดปกติเป็นพิเศษ
6. ผู้ที่ทำงานกลางแจ้ง หรือออกกำลังกายกลางแจ้ง ควรอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม เพื่อคอยสังเกตอาการซึ่งกันและกัน หากมีอาการผิดปกติ เช่น เวียนศีรษะ คลื่นไส้ หน้ามืด ควรหยุดทำงานหรือกิจกรรม เข้าที่ร่มและแจ้งเพื่อนร่วมงาน
“หากพบว่าผู้ป่วยมีอาการรุนแรง ให้รีบปฐมพยาบาลเบื้องต้นโดยนำผู้ป่วยเข้าที่ร่ม ถอดเสื้อผ้าออก ใช้ผ้าชุบน้ำเย็นเช็ดตามตัว โดยเน้นบริเวณซอกคอ รักแร้ ขาหนีบ และลำตัว เพื่อให้อุณหภูมิร่างกายลดลงโดยเร็ว และรีบนำส่งโรงพยาบาลหรือโทรติดต่อขอความช่วยเหลือทางการแพทย์ 1669” นายคารม ระบุ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เมษาร้อนจัด! เตือนระวัง 'ฮีทสโตรก' เลี่ยงแดดจัด ดื่มน้ำให้เพียงพอ
นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า อุณหภูมิอากาศในช่วงเดือนเมษายนปีนี้ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อ
เหนือ อีสาน กลาง ร้อนจัด มีลูกเห็บตก ฝนฟ้าคะนอง ฟ้าผ่าบางแห่ง
กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า บริเวณประเทศไทยตอนบนจะมีฝนลดลง แต่ยังคงมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นได้บางแห่ง โดย
กรมอุตุฯ ประกาศเตือน 'พายุฤดูร้อน' ฉบับที่ 12
นางสาวสุกันยาณี ยะวิญชาญ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยาประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่อง พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน (มีผลกระทบจนถึงวันที่ 20 เมษายน 2569) ฉบับที่ 12 (31/2569) โดยมีใจความว่า
อุตุฯ เตือนพายุฤดูร้อนถล่ม 45 จังหวัด ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก
กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้าว่า บริเวณประเทศไทยตอนบนยังคงมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้นได้บางพื้นที่ โดยเฉพาะบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก
อุตุฯ เตือนสงกรานต์ร้อนจัด 'อีสาน-กลาง' ทะลุ 42 องศา
กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้าว่า ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนโดยทั่วไปและมีอากาศร้อนจัดบางพื้นที่ กับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน เนื่องจากความกดอากาศต่ำ

