เมษาร้อนจัด! เตือนระวัง 'ฮีทสโตรก' เลี่ยงแดดจัด ดื่มน้ำให้เพียงพอ

21 เม.ย.2569-นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า อุณหภูมิอากาศในช่วงเดือนเมษายนปีนี้ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเริ่มตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ และคาดว่าจะยาวไปจนถึงกลางเดือนพฤษภาคม โดยในหลายพื้นที่อาจมีอุณหภูมิสูงถึง 42–43 องศาเซลเซียส ส่งผลให้ความเสี่ยงต่อโรคที่เกี่ยวข้องกับความร้อน โดยเฉพาะ “ฮีทสโตรก” เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ทั้งนี้ ข้อมูลจากระบบเฝ้าระวังโรคดิจิทัล (DDS) กรมควบคุมโรค ระบุว่า ปี 2568 พบผู้ป่วยจากโรคที่เกี่ยวข้องกับความร้อนรวม 182 ราย เป็นเพศชายร้อยละ 59.3 และพบมากในกลุ่มวัยทำงานอายุ 15–34 ปี จำนวน 78 ราย ขณะที่เป็นผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป พบจำนวน 29 ราย โดยร้อยละ 53.3 เป็นผู้ที่ทำงานกลางแจ้ง สำหรับอาการที่พบมาก ได้แก่ ภาวะเพลียแดด เป็นลมจากความร้อน ตะคริวจากความร้อน และโรคลมร้อนหรือฮีทสโตรก ด้านข้อมูลการเฝ้าระวังการเสียชีวิตจากภาวะอากาศร้อนของกองระบาดวิทยา พบว่าภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีสัดส่วนสูงสุดร้อยละ 52 โดยผู้ป่วยเรื้อรัง เช่น โรคความดันโลหิตสูงและเบาหวาน ควรเฝ้าระวังเป็นพิเศษ

“เดือนเมษายนปีนี้ ประเทศไทยเผชิญสภาพอากาศร้อนจัดต่อเนื่อง โดยค่าดัชนีความร้อน (Heat Index) ในบางพื้นที่อาจสูงถึง 60 องศาเซลเซียส ซึ่งอยู่ในระดับอันตรายอย่างยิ่ง ขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการอยู่กลางแดดเป็นเวลานาน ดื่มน้ำให้เพียงพอ และสังเกตอาการของตนเองอย่างใกล้ชิด หากมีอาการผิดปกติ เช่น ตัวร้อนจัด ผิวแดง ไม่มีเหงื่อ เวียนศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน ใจสั่น สับสน อ่อนเพลีย หรือหมดสติ ควรรีบนำส่งโรงพยาบาลทันที หรือโทรสายด่วน 1669 เพื่อขอความช่วยเหลือ” รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าว.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

รัฐบาล โชว์ยอดสินค้าไทยช่วยไทย 6 ครั้ง เงินหมุนเวียน 86 ล้าน ลดค่าครองชีพกว่า 15 ล้านบาท

รัฐบาลเดินหน้าบรรเทาค่าครองชีพประชาชน ขับเคลื่อนกิจกรรมจำหน่ายสินค้า ‘ไทยช่วยไทย ลดภาระ ลดค่าครองชีพ’ อย่างต่อเนื่อง ผลการดำเนินการตลอด 6 ครั้ง สร้างเงินหมุนเวียนกว่า 86 ล้านบาท ช่วยลดค่าครองชีพกว่า 15 ล้านบาท

รบ. การันตี 27 ก.ย. เลือกตั้ง 'บอร์ด สปส.' เพิ่มคูหารองรับ 5 ล้านคน

รัฐบาลการันตี 27 ก.ย. นี้ เดินหน้าเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ขยายคูหา 5 พันหน่วย ลงลึกถึงระดับอำเภอ รองรับผู้ลงคะแนนกว่า 5 ล้านคน