BOI รับลูกตามข้อสั่งการนายกฯ เพิ่มพลังการลงทุนให้ธุรกิจ ปรับแผนส่งเสริมฯ รูปแบบใหม่ ดัน 4 มาตรการสุดยอดจาก BOI เสริมแกร่ง SMEs ไทยสู่ตลาดโลก รับมือเศรษฐกิจผันผวน พร้อมรุกเวทีการค้าโลก
21 พ.ค.2568 - นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญสูงสุดกับการเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยในเวทีโลก โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจโลกมีความผันผวนและการแข่งขันทวีความเข้มข้นยิ่งขึ้น โดยเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม ที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีได้มีข้อสั่งการในที่ประชุมหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงหรือเทียบเท่า ครั้งที่ 4/2568 ซึ่งมอบหมายให้ทุกหน่วยงานทบทวนเงื่อนไขการส่งเสริมการลงทุนอย่างรอบด้าน เพื่อให้ภาคเอกชนไทย โดยเฉพาะ SMEs มีความพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และสามารถเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว
โดยล่าสุด ที่ประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บอร์ดบีโอไอ) ได้เห็นชอบ “มาตรการส่งเสริมศักยภาพของผู้ประกอบการไทยเพื่อรองรับโลกยุคใหม่” ซึ่งมีรายละเอียดใน 4 มาตรการย่อย ดังนี้ 1.เพิ่มสิทธิประโยชน์เพื่อกระตุ้นการปรับปรุงประสิทธิภาพของ SMEs ไทย โดยสนับสนุนให้มีการลงทุนในเทคโนโลยีใหม่ เช่น ระบบอัตโนมัติ การประหยัดพลังงาน และการยกระดับมาตรฐานสากล เพื่อรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต โดยเพิ่มสิทธิประโยชน์ทางภาษีจากเดิมยกเว้นภาษีเงินได้ 3 ปี ในวงเงินไม่เกินร้อยละ 50 ของเงินลงทุนในการปรับปรุงประสิทธิภาพ ปรับเพิ่มขึ้นเป็นยกเว้นภาษีเงินได้ 5 ปี ในวงเงินร้อยละ 100
2.งดเว้นการส่งเสริมกิจการที่อาจมีปริมาณผลิตเกินความต้องการ (Oversupply) หรือกิจการที่มีความเสี่ยงต่อมาตรการการค้าของสหรัฐฯ และประเทศอื่น ๆ เช่น กิจการการผลิตเซลล์แสงอาทิตย์ แบตเตอรี่ตะกั่ว-กรด อุปกรณ์เสริมและอุปกรณ์ตกแต่งยานพาหนะ กิจการตัดโลหะ กิจการคัดแยกวัสดุที่ไม่ใช้แล้วกรณีตั้งนอกนิคมอุตสาหกรรมและไม่มีกระบวนการรีไซเคิล นอกจากนี้ ยังงดส่งเสริมกิจการเหล็กขั้นปลาย เพิ่มเติมจากเดิม ได้แก่ กิจการผลิตเหล็กทรงยาวทุกชนิด เหล็กทรงแบน (เฉพาะเหล็กแผ่นรีดร้อนและ เหล็กแผ่นหนา) และท่อเหล็กชนิดต่าง ๆ
3.เพิ่มความเข้มข้นในการพิจารณากระบวนการผลิตที่เป็นสาระสำคัญ โดยต้องมีกระบวนการผลิตที่มีสาระสำคัญ เปลี่ยนแปลงวัตถุดิบหลักให้เกิดมูลค่าเพิ่มอย่างแท้จริง เช่น ชิ้นส่วนยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ ผลิตภัณฑ์โลหะ และอุตสาหกรรมเบา รวมถึงมีการแปรสภาพวัตถุดิบหลักเป็นผลิตภัณฑ์อย่างเพียงพอ เช่น มีการเปลี่ยนพิกัดศุลกากรอย่างน้อยในระดับ 4 หลัก เพื่อให้การผลิตเพื่อส่งออกของไทยเป็นที่ยอมรับและเกิดประโยชน์ต่อประเทศชัดเจนมากยิ่งขึ้น
4.ปรับเงื่อนไขการจ้างงานบุคลากรต่างชาติ เพื่อสมดุลแรงงานไทย-ต่างชาติ โดยกิจการที่มีพนักงานตั้งแต่ 100 คนขึ้นไป จะต้องมีการจ้างบุคลากรไทยไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ของการจ้างงาน พร้อมกำหนดรายได้ขั้นต่ำของชาวต่างชาติที่ขอวีซ่าและใบอนุญาตทำงาน เช่น ผู้บริหารต้องมีรายได้อย่างน้อย 150,000 บาทต่อเดือน และผู้เชี่ยวชาญ 50,000 บาทต่อเดือน ทั้งนี้ เพื่อป้องกันการแย่งงานคนไทย และส่งเสริมการถ่ายทอดองค์ความรู้ภายในประเทศ
“มาตรการเหล่านี้สะท้อนความมุ่งมั่นของนายกรัฐมนตรีในการยกระดับเศรษฐกิจไทยให้สามารถแข่งขันในเวทีโลกได้อย่างยั่งยืน โดยเฉพาะการสร้างสภาพแวดล้อมการลงทุนที่เอื้อต่อการเติบโตของภาคเอกชน และการรักษาสมดุลทางเศรษฐกิจในประเทศ ซึ่งที่ผ่านมา รัฐบาลได้ผลักดันการปฏิรูปกลไกส่งเสริมการลงทุน เร่งการปรับตัวของ SMEs การดึงดูดนักลงทุนต่างชาติ รวมถึงการสร้างโอกาสการจ้างงานที่เป็นธรรมให้กับแรงงานไทย อย่างต่อเนื่อง ซึ่งล้วนเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยเสริมฐานรากเศรษฐกิจของประเทศให้เข้มแข็งในระยะยาว” นายจิรายุ กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
นายกฯ จับมือกูเกิลพัฒนามาตรฐานดาต้าเซ็นเตอร์
นายกฯ จับมือ Google พัฒนามาตรฐาน Data Center เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมเปิดสถาบัน Open Data พัฒนาทักษะแรงงานคุณภาพไทย
เอกชนปลื้ม! อนุทินโรดโชว์นิวยอร์ก
เอกชน-ตลาดทุน ปลื้ม! กองทุนสหรัฐฯ ฟังวิสัยทัศน์ 'อนุทิน' ประสบความสำเร็จโรดโชว์นิวยอร์ก หวังไทยเป็นประเทศรายได้สูงภายในปี 2580
โฆษกป้ายแดงชี้ชุมนุมเป็นสิทธิ์แต่อย่าเอา ปชช.เป็นเครื่องมือ!
โฆษก รบ.ป้ายแดงสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทำเนียบฯ ก่อนเริ่มทำงาน ย้ำชุมนุมเป็นสิทธิ พร้อมรับฟังความเห็นต่าง แต่ขออย่าใช้ประชาชนเป็นเครื่องมือ
'รัชดา' ยื่นลาออกโฆษกรัฐบาลแล้ว แจงไปภารกิจอื่น ครม.จ่อเคาะ 'หมอเอก' นั่งแทน
น.ส.รัชดา ธนาดิเรก ได้ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีแล้ว เมื่อวันที่ 3 ก.ย. โดยหนังสือลาออกระบุว่า ตามที่สำนักนายกรัฐมนตรัฐมนตรี ได้มีคำสั่งแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมืองตำแหน่งโฆษกประจำสำนักมนตรี
'รัชดา' ยันรัฐบาลเอาจริงคุมดาต้าเซ็นเตอร์
'รัชดา' เผยรัฐบาลเอาจริงคุมดาต้าเซ็นเตอร์ วันนี้แจ้งความกรณีลอบเก็บน้ำมัน 2 แสนลิตร 'เอกนิติ' นัดถกบอร์ด 4 ก.ย. ปิดช่องโหว่ทั้งระบบ
รัฐบาลเดินหน้าทันที 2 แสนล้านเปลี่ยนผ่านพลังงาน!
'รัชดา' ย้ำหลังสภาไฟเขียว พ.ร.ก.กู้เงิน รัฐบาลเดินหน้าทันที 2 แสนล้านเปลี่ยนผ่านพลังงาน 'ไม่กู้มากอง–ไม่ตีเช็คเปล่า' ทุกบาทมีเป้าหมาย ประชาชนได้ประโยชน์จริง

