รับสมัครด่วน! ทำงานฮ่องกง 'พ่อครัว-พนักงานเสิร์ฟ' รายได้ดี ฟรีรัฐส่งเอง

‘กรมการจัดหางาน’ เปิดรับสมัครด่วน คนไทยไปทำงานฮ่องกง ตำแหน่งพ่อครัว-พนักงานเสิร์ฟ รายได้ดี สูงสุด 8 หมื่นบาทต่อเดือน

23 พ.ค. 2568 – นายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงานเปิดรับสมัครคนหางานเพื่อไปทำงานในเขตบริหารพิเศษฮ่องกงกับนายจ้างบริษัท Asok Thai Company Limited ซึ่งประกอบกิจการร้านอาหารไทย 3 ตำแหน่ง 12 อัตรา ได้แก่ พ่อครัวอาหารไทย พนักงานเสิร์ฟหญิง พนักงานเสิร์ฟชาย เงินเดือนระหว่าง 66,132 – 79,615 บาท (ตามอัตราแลกเปลี่ยน ณ ปัจจุบัน) โดยนายจ้างจะจ่ายค่าโดยสารเครื่องบินไป – กลับ เมื่อทำงานสิ้นสุดสัญญาจ้าง พร้อมจัดอาหารให้ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ รวมถึงจัดหาที่พักให้ฟรี หรือหากมีการหักค่าที่พัก จะหักไม่เกิน 10% ของค่าจ้าง นอกจากนี้ยังมีประกันสุขภาพและสวัสดิการตามกฎหมายฮ่องกง

สำหรับตำแหน่งที่เปิดรับสมัครในครั้งนี้ นายจ้างต้องการบุคลากรที่มีคุณสมบัติ ดังนี้

1.พ่อครัวอาหารไทย จำนวน 8 อัตรา เพศชาย อายุระหว่าง 30 – 45 ปี ส่วนสูงไม่ต่ำกว่า 150 เซนติเมตร ต้องจบการศึกษาระดับประถมศึกษาปีที่ 6 และมีประสบการณ์ทำงานด้านที่เกี่ยวข้องอย่างน้อย 2 ปี ค่าจ้าง 18,660 เหรียญฮ่องกงต่อเดือน หรือประมาณ 79,615 บาท

2.พนักงานเสิร์ฟหญิง 2 อัตรา และ พนักงานเสิร์ฟชาย 2 อัตรา อายุระหว่าง 25 – 35 ปี ส่วนสูงไม่ต่ำกว่า 150 เซนติเมตร ต้องสำเร็จการศึกษาระดับประถมศึกษาปีที่ 6 และมีประสบการณ์ทำงานที่เกี่ยวข้อง 1 ปี ค่าจ้าง 15,500 เหรียญฮ่องกงต่อเดือน หรือประมาณ 66,132 บาท ทั้งนี้ทุกตำแหน่งไม่จำเป็นต้องทดสอบทักษะ แต่ต้องสามารถพูดและเขียนภาษาจีนกลางและภาษาอังกฤษได้

นายคารม กล่าวว่า ผู้ที่สนใจสามารถยื่นใบสมัครได้ที่เว็บไซต์ toea.doe.go.th โดยลงทะเบียนผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์การบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ กรอกข้อมูลเพื่อลงทะเบียนคนหางาน และดำเนินการสมัครไปทำงาน เลือกหัวข้อ “สมัครไปทำงานโดยรัฐจัดส่ง” และเลือกรายการ “รับสมัครคนหางานเพื่อไปทำงานในเขตบริหารพิเศษฮ่องกงกับนายจ้างบริษัท Asok Thai Company Limited” สมัครได้ตั้งแต่วันที่ 20 – 29 พฤษภาคม 2568 ตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่เว้นวันหยุดราชการ

“การรับสมัครในครั้งนี้เป็นการดำเนินการเพื่อจัดส่งคนหางานไปทำงานต่างประเทศโดยวิธีรัฐจัดส่ง คนหางานไม่เสียค่าสมัครหรือค่าบริการใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกให้ไปทำงานจ่ายเพียงค่าใช้จ่ายที่จำเป็น ได้แก่ ค่าถ่ายรูป ค่าทำหนังสือเดินทาง (กรณียังไม่มี) ค่าตรวจสุขภาพ ค่าตรวจสอบประวัติอาชญากรรม และค่าสมาชิกกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ รวมค่าใช้จ่ายประมาณ 4,200 บาท ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานจัดหางานจังหวัดทุกจังหวัด สำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1 – 10 หรือกองบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ หมายเลขโทรศัพท์ 0 2245 1034 ในวันและเวลาราชการ หรือที่สายด่วนกระทรวงแรงงาน โทร 1506 กด 2 กรมการจัดหางาน หรือสายด่วนกรมการจัดหางาน โทร. 1694” นายคารม ระบุ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'เอกนิติ' เปิดเบื้องหลัง 'มูดี้ส์' ปรับเครดิตไทย ไม่กังวลกู้ 4 แสนล้าน

'เอกนิติ' เปิดเบื้องหลังดึงความเชื่อมั่นไทย 'มูดี้ส์' ปรับมุมมองเศรษฐกิจไทยสู่ระดับ Stable แจงแผนมุ่งสร้างการเติบโต เร่งเครื่องการลงทุน ย้ำจุดยืนวินัยการคลัง

เดินหน้าตามนโยบายนายกฯ ลุยปราบ 'นอมินี' โชว์ไตรมาสแรกกวาดล้างบริษัทกลุ่มเสี่ยงลดลง 60%

โฆษกรัฐบาล แจง รัฐลุยปราบ ‘นอมินี’ มุ่งสร้างธุรกิจโปร่งใส เป็นธรรม ตอกย้ำคำประกาศนายกฯ ‘ไม่มีเคลียร์ เด็ดขาดทุกคดี’ ชวนปชช.แจ้งเบาะแส 1570

รัฐบาลน้อมรับนิด้าโพล 'แลนด์บริดจ์' ต้องสื่อสารวงกว้าง

4 พ.ค. 2569 - นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงผลสำรวจนิด้าโพลในหัวข้อ “คนใต้ว่าไง โครงการแลนด์บริดจ์จะมาแล้ว” ที่พบว่า กลุ่มผู้ที่เคยรับรู้ข้อมูลโครงการ จำนวน 1,333 คน (เคยได้ยิน และเข้าใจดีมาก / เคยได้ยิน และพอจะเข้าใจบ้าง /เคยได้ยิน แต่เข้าใจเพียงเล็กน้อย) ส่วนใหญ่ร้อยละ 67.22 เห็นด้วยกับโครงการ โดยแบ่งเป็น เห็นด้วยมาก 34.21% และค่อนข้างเห็นด้วย 33.01% ขณะที่มีประมาณร้อยละ 32.78 ไม่เห็นด้วย สะท้อนทั้งโอกาสของโครงการ และบทบาทของภาครัฐในการสื่อสารข้อมูลอย่างต่อเนื่องและโปร่งใส ส่วนกรณีพบว่าเกินครึ่งหรือร้อยละ 54.53 เคยได้ยินแต่เข้าใจเพียงเล็กน้อยเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์นั้น นางสาวรัชดา กล่าวว่า นี่คือโจทย์ที่รัฐบาลต้องเร่งสื่อสารสร้างการรับรู้ ทั้งกลุ่มประชาชนที่ยังไม่เคยได้ยินหรือไม่เข้าใจ ให้เข้าถึงความข้อมูลมากยิ่งขึ้น “นายกรัฐมนตรี ได้กำชับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสร้างความเข้าใจต่อสาธารณชนเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การตัดสินใจและการขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบด้าน และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ” โฆษกประจำสำนักนายกฯ ระบุ สำหรับนักวิชาการและผู้สนใจหลายฝ่ายออกมาแสดงความคิดเห็นทั้งสนับสนุนและตั้งข้อสังเกตต่อโครงการอย่างต่อเนื่อง แต่ความเห็นที่สอดคล้องกัน คือ โครงการแลนด์บริดจ์เป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของไทย ทั้งด้านโลจิสติกส์ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การสร้างงาน และการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ซึ่งอาจเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อเศรษฐกิจในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ภาครัฐยังให้ความสำคัญกับข้อคำถามสำคัญ อาทิ มูลค่าการลงทุน ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ รวมถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนในพื้นที่ โดยทุกประเด็นต้องถูกศึกษาในรายละเอียด เพื่อกำหนดมาตรการรองรับอย่างเหมาะสม ให้โครงการสามารถดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้ “นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำให้ทุกประเด็นต้องอธิบายได้อย่างชัดเจน แม้ภาพรวมจะได้รับการสนับสนุน แต่ยังมีข้อกังวลจากประชาชน ภาครัฐจึงต้องเร่งสื่อสาร สร้างความเข้าใจ และเปิดรับฟังความคิดเห็นอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบคอบและได้รับการยอมรับ” นางสาวรัชดา กล่าว.

ขึ้น‘ค่าจ้าง’ต้องมีเหตุผล แรงงานยื่นข้อเสนอพรึ่บ

“อนุทิน” ระบุขึ้นค่าแรงต้องมีเหตุผล รัฐบาลเตือนนายจ้างวันแรงงานแห่งชาติ ลูกจ้างมีสิทธิหยุดงานพร้อมรับค่าจ้างปกติ ถ้าไม่ได้หยุดเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 1 เท่า ค่าล่วงเวลาไม่น้อยกว่า 3 เท่าของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมง ขณะที่ 27 องค์กรรวมพลยื่น 8 ข้อเรียกร้องรัฐบาล ตั้งกองทุนประกันความเสี่ยง-อัปเกรดสวัสดิการ