“ดีเอสไอ"เร่งสอบโรงงานซินเคอหยวน สตีล ปมครอบครองฝุ่นแดง 60,000 ตัน ผิดกฎหมายหรือไม่ ร่วมตรวจลักลอบหลอมเหล็ก-จำหน่ายเหล็กตกมาตรฐาน พร้อมขยายผลกำลังผลิตพิสูจน์ที่มาฝุ่นแดง
30 มิถุนายน 2568 - จากกรณีที่ พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผอ.กองคดีคุ้มครองผู้บริโภค และในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสืบสวน กรมสอบสวนคดีพิเศษ ดีเอสไอ) และพนักงานสืบสวน ได้สนธิกำลังร่วมกับสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ กรมโรงงานอุตสาหกรรม อุตสาหกรรมจังหวัดระยอง สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่บริษัท ซินเคอหยวน สตีล จำกัด อ.บ้านค่าย จ.ระยอง เพื่อตรวจฝุ่นแดงและเหล็ก ซึ่งภายหลังเข้าตรวจสอบ สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ได้ขอความร่วมมือดีเอสไอทำการสืบสวน โดยเฉพาะประเด็นการครอบครองฝุ่นแดงภายในพื้นที่โรงงาน ซึ่งเป็นวัตถุอันตราย ชนิดที่ 3 ตาม พ.ร.บ.วัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 ที่พบปริมาณเฉลี่ยประมาณ 60,000 ตัน ว่าเข้าข่ายความผิดเป็นคดีพิเศษหรือไม่ รวมถึงประเด็นโรงงานมีการลักลอบประกอบกิจการหลอมเหล็กภายหลังถูกระงับการดำเนินการหรือไม่ และมีการลักลอบนำเหล็กตกคุณภาพ มอก. ที่ตรวจยึดในโรงงานไปจำหน่ายหรือไม่ นอกจากนี้ สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ได้มีการเก็บตัวอย่างฝุ่นแดงจากจุดต้องสงสัย และจุดที่มีการตรวจยึดไว้ จำนวน 3 จุด รวมถึงจากบริเวณตัวดักฝุ่นของโรงงาน เพื่อเตรียมออกรายงานให้กรมสอบสวนคดีพิเศษเป็นหลักฐาน ตามที่มีการรายงานข่าวไปแล้วนั้น
วันนี้ พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผอ.กองคดีคุ้มครองผู้บริโภค โฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสืบสวนดีเอสไอ กล่าวถึงความคืบหน้าการสืบสวนเรื่องการครอบครองฝุ่นแดงของบริษัท ซินเคอหยวน สตีล จำกัด ว่า ภายหลังจากที่ได้มีการรวบรวมวัตถุพยานจากที่ได้มีการเก็บตัวอย่างมาแล้ว ซึ่งก็ได้ส่งตรวจพิสูจน์ไปยังกรมโรงงานอุตสาหกรรมในส่วนของพยานหลักฐาน รวมถึงได้มีการนัดหมายเจ้าหน้าที่กรมโรงงานอุตสาหกรรม เพื่อจะได้เข้าสู่ขั้นตอนขยายผลกรณีกำลังเครื่องจักร นอกจากนี้ เรายังได้มีการสอบสวนปากคำพยานที่เป็นเจ้าหน้าที่กรมโรงงานอุตสาหกรรม และเจ้าหน้าที่ภายในบริษัท ซินเคอหยวน สตีล ในประเด็นที่เกี่ยวข้อง เพื่อที่จะได้นำรายละเอียดเข้าสำนวนการสืบสวน ก่อนพิจารณาว่าเข้าข่ายรับดำเนินการไว้เป็นคดีพิเศษ หรือไม่ อย่างไรก็ตาม ดีเอสไออยู่ระหว่างรอผลการคำนวณปริมาณฝุ่นแดงจากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ อาทิ รายงานสถานที่เกิดเหตุ ปริมาณจำนวนฝุ่นแดงที่ตรวจพบที่แท้จริง เป็นต้น โดยเจ้าหน้าที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์จะเป็นผู้จัดทำรายงานผลตรวจพิสูจน์แล้วส่งมายังดีเอสไอ ซึ่งคาดว่าจะอยู่ในกรอบระยะเวลา 1-2 สัปดาห์นี้
พ.ต.ต.วรณัน กล่าวอีกว่า เนื่องด้วยสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เป็นผู้จัดเก็บวัตถุพยานหลักฐาน และคำนวณปริมาณของฝุ่นแดงที่มีการอายัดไว้ โดยกรมโรงงานอุตสาหกรรมว่า ปริมาณฝุ่นแดงที่แท้จริงมีจำนวนเท่าไร ซึ่งตามหลักการการรับเป็นคดีพิเศษนั้น จะต้องมีจำนวน 50 ตันขึ้นไป แต่ตนต้องอธิบายว่า ฝุ่นแดง คือ ผลพลอยได้จากการผลิตเหล็ก ซึ่งถือเป็นของเสียที่เข้าข่ายเป็นวัตถุอันตราย ชนิดที่ 3 แต่เนื่องด้วยฝุ่นแดงมีลักษณะพิเศษก็คือ ถ้าหากโรงงานที่ผลิตเหล็ก ก่อให้เกิดฝุ่นแดงด้วยตัวเอง ฝุ่นแดงเหล่านี้ก็สามารถครอบครองไว้ในโรงงานได้ เว้นแต่จะมีการขนย้ายไปกำจัดหรือทำลายจึงต้องขออนุญาต แต่ประเด็นของเรื่องฝุ่นแดงซินเคอหยวน จะเป็นฝุ่นแดงที่เกิดจากการผลิตของโรงงานทั้งหมดหรือไม่ หรือมีฝุ่นแดงจากที่อื่นมาปะปน ซึ่งสิ่งที่จะสามารถตอบได้คือกำลังการผลิต เพราะกำลังการผลิตจะมีการบ่งชี้ถึงปริมาณฝุ่นแดงที่จะเกิดขึ้นในทางเทคนิค ซึ่งก็ต้องเอาไปเปรียบเทียบกับฝุ่นแดงที่มีอยู่จริงในโรงงานที่เราตรวจพบ รวมถึงมีความสอดคล้องไปกับบัญชีการจำหน่ายเหล็กของบริษัทหรือไม่ เพราะเมื่อเอาตัวเลขมาดูมันจะต้องมีความใกล้เคียงกับปริมาณฝุ่นแดงที่ได้มาจากกำลังการผลิตของตัวเอง
พ.ต.ต.วรณัน เผยต่อว่า เบื้องต้นผู้แทนของบริษัท ซินเคอหยวนฯ ได้มีการให้ถ้อยคำกับดีเอสไอ ว่า ทางบริษัทฯ มีการประมาณการอยู่ว่าบริษัทจะผลิตฝุ่นแดงได้ขนาดเท่าไร และยืนยันตามหลักการว่าเป็นฝุ่นแดงที่เกิดขึ้นจากการผลิตเหล็กภายในโรงงานของตนเอง ซึ่งดีเอสไอก็รับฟังข้อมูลดังกล่าวไว้ แต่อย่างไรก็ต้องมีข้อมูลจากคนกลางและหน่วยงานภาครัฐที่จะเข้ามาพิสูจน์ตรวจสอบในส่วนดังกล่าว เพื่อที่เราจะได้นำไปประกอบพิจารณาในสำนวนการสืบสวน และให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
พ.ต.ต.วรณัน กล่าวด้วยว่า สำหรับที่ก่อนหน้านี้มีประเด็นกระแสข่าวว่า บริษัทฯ มีการแอบลอบขนฝุ่นแดงออกจากพื้นที่โรงงานนั้น ตนขอเรียนชี้แจงว่า ภายหลังจากที่กรมโรงงานอุตสาหกรรมมีการตรวจแล้ว แต่ยังไม่ได้อายัด ก็ปรากฏอ้างว่ามีการเคลื่อนย้ายฝุ่นแดงบางส่วนออกไป ล่าสุดคือเอาออกวันที่ 1 เม.ย.68 ทำให้กรมโรงงานอุตสาหกรรมจึงได้มีการมาอายัดในวันที่ 2 เม.ย.68 ตามรายงานข้อมูล จึงเป็นเหตุให้หลังจากนั้นไม่พบการเคลื่อนย้ายฝุ่นแดงออกจากโรงงานอีก
พ.ต.ต.วรณัน ปิดท้ายว่า กองคดีคุ้มครองผู้บริโภค จะเร่งการตรวจพิสูจน์และคำนวณปริมาณฝุ่นที่เกิดขึ้นจากการผลิตตามหลักการทางวิทยาศาสตร์ และการครอบครองจริงของโรงงาน เพื่อเป็นหลักฐานในการดำเนินการพิสูจน์ข้อเท็จจริงว่าเป็นการครอบครองโดยมิชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ และเมื่อพยานหลักฐานปรากฏข้อเท็จจริงครบถ้วนแล้ว และเข้าข่ายองค์ประกอบการรับเป็นคดีพิเศษ ก็จะมีการดำเนินการในส่วนขั้นตอนถัดไป ไม่ว่าจะเป็นการพิจารณาตามหลักฐานการกระทำความผิด และออกหมายเรียกบุคคลเชิญมารับทราบข้อกล่าวหา ซึ่งตอนนี้ก็ต้องรอดูข้อเท็จจริงในประเด็นสำคัญเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวก่อน
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับสำนวนคดีพิเศษเกี่ยวกับโครงการก่อสร้างตึก สตง. ในความรับผิดชอบของดีเอสไอ ประกอบด้วย คดีพิเศษที่ 32/2568 กรณี บริษัทไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) จำกัด เข้าเป็นกิจการร่วมค้า ITD-CREC คู่สัญญาก่อสร้างอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่ หรือคดีนอมินี บ.ไชน่า เรลเวย์ฯ ซึ่งปัจจุบันคดีอยู่ระหว่างการสั่งฟ้องของพนักงานอัยการคดีพิเศษต่อศาลอาญารัชดาภิเษก
ส่วนคดีพิเศษที่ 58/2568 กรณีตรวจสอบสัญญา 3 ฉบับ ได้แก่ สัญญาการออกแบบ สัญญาการก่อสร้าง และสัญญาการควบคุมงาน ในโครงการก่อสร้างสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ความผิดตามกฎหมาย พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 หรือคดีฮั้วประมูลสัญญาโครงการตึก สตง. ซึ่งปัจจุบันคดีอยู่ระหว่างการไต่สวนข้อเท็จจริงโดยคณะกรรมการ ป.ป.ช.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ดีเอสไอ ส่งสำนวนคดีสแกนม่านตาแลกเหรียญดิจิทัล ให้ ป.ป.ช. สอบต่อ
“ดีเอสไอ” ส่งสำนวนคดีสแกนม่านตาแลกเหรียญดิจิทัล Worldcoin โยงธุรกิจสีเทากัมพูชา ให้ ป.ป.ช. สอบต่อ หลังพบนักการเมืองและ จนท.รัฐ มีเอี่ยว
กระทุ้ง กกต. โชว์ฝีมือจับซื้อเสียง แนะ ธปท. เช็กย้อนหลังตั้งแต่ยุบสภา
นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ขอบคุณ ผู้ว่าฯแบงก์ชาติ ภายหลังจากนายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย
ออกหมายจับ 'นักการเมืองเทา' 2 ราย พัวพันสแกมเมอร์-เว็บพนัน เผ่นหนีนอกประเทศแล้ว
รมว.ยุติธรรม เผยคดีนักการเมืองพัวพันสแกมเมอร์-เว็บพนัน ล่าสุดออกหมายจับแล้ว 2 ราย "สจ.เนย์ เเห่งกาฬสินธุ์ และเมีย" ล่าสุดพบหลบหนีออกนอกประเทศเมื่อ 20 ม.ค.69 ส่วนอีก สจ. อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน ยังไม่สามารถเปิดเผยชื่อได้
'ทวี' ดีใจรอดคมดาบศาลรัฐธรรมนูญ ลั่นเป็นชัยชนะของหลักนิติธรรม
พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และหัวหน้าพรรคประชาชาติ ออกแถลงการณ์ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยยกคำร้องกรณีข้อกล่าวหาแทรกแซงการทำงานของ DSI ในคดีฮั้วเลือก สว. โดยศาลวินิจฉัยไม่พบพฤติการณ์สั่งการหรือข่มขู่ตามที่ถูกกล่าวหา
'ภูมิธรรม' ขอบคุณศาล รธน. ให้กำลังใจคนตั้งใจทำงาน หลังตัดสินไม่ได้แทรกแซงคดีฮั้ว สว.
นายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัย ว่านายภูมิธรรม และ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ไม่ได้ใช้อำนาจแทรกแซงคดีฮั้ว สว.
'ภูมิธรรม-ทวี' รอด! ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยไม่แทรกแซงคดีฮั้วเลือก สว.
ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้มีการอ่านคำวินิจฉัยกลาง ในคำร้องที่กลุ่มสมาชิกวุฒิสภา(สว.) ร่วมกันลงชื่อเพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม (ในขณะนั้น) และพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม (ในขณะนั้น) สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่

