โฆษกรัฐบาล เผยนายกฯติดตามน้ำท่วม สั่งเร่งสำรวจ เยียวยาผู้ประสบภัย

นายกฯ ห่วงใย ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมภาคเหนืออย่างใกล้ชิด พร้อมขอให้เร่งสำรวจและเยียวยาประชาชนอย่างเต็มที่และรวดเร็ว

1 ตุลาคม 2568 - เมื่อเวลา 15.55 น. นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ห่วงใยและได้ติดตามสถานการณ์น้ำในหลายพื้นที่ของประเทศไทยอย่างใกล้ชิด โดยให้จังหวัดในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์อุทกภัย ทั้งก่อนเกิดเหตุ ขณะเกิดเหตุ และหลังเกิดเหตุ และเร่งสำรวจ ช่วยเหลือและดูแลประชาชน

“นายกฯ ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด สั่งการหากต้องการความช่วยเหลือสามารถรายงานตรงกับอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้เลย ขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารการแจ้งเตือนได้ทางช่องทางของ ปภ. และหากสถานการณ์มีแนวโน้มจะส่งผลกระทบต่อประชาชน จะส่งแจ้งเตือนผ่าน Cell Broadcast และสามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือได้ทางไลน์ “ปภ. รับแจ้งเหตุ” และสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง”โฆษกประจำสำนักนายกฯระบุ

โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวอีกว่า ซึ่ง ปภ. ได้รายงานว่า อิทธิพลของพายุ “บัวลอย” ได้ส่งผลกระทบกับหลายพื้นที่ของประเทศไทย โดยตั้งแต่วันที่ 28 ก.ย. 68 – ปัจจุบัน เกิดสถานการณ์น้ำป่าไหลหลากและดินสไลด์ในพื้นที่ 14 จังหวัด ในพื้นที่ 31 อำเภอ 85 ตำบล 352 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบรวม 5,484 ครัวเรือน 18,647 คน มีผู้เสียชีวิต 1 ราย ซึ่งปัจจุบัน (ข้อมูล ณ วันที่ 1 ต.ค. 68 เวลา 06.00 น.) โดยปัจจุบันมี 10 จังหวัดที่ยังได้รับผลกระทบ ได้แก่ แม่ฮ่องสอน พิษณุโลก อุตรดิตถ์ เลย หนองบัวลำภู ขอนแก่น มหาสารคาม สุรินทร์ นครราชสีมา และปราจีนบุรี มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 17 อำเภอ 54 ตำบล 207 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 4,207 ครัวเรือน 15,563 คน โดยศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตยังคงส่งเครื่องจักรกลสาธารณภัยลงพื้นที่เพื่อช่วยเหลือประชาชนต่อเนื่อง ย้ำหน่วยงานบริหารจัดการสาธารณภัยและการใช้ทรัพยากรโดยใช้กลไกศูนย์ปฏิบัติการในภาวะฉุกเฉิน (Emergency Operation Center: EOC) และยึดหลักความปลอดภัยของประชาชนและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานเป็นสำคัญ

ทั้งนี้ อิทธิพลของพายุ “บัวลอย” ส่งผลให้ยังคงมีสถานการณ์ฝนตกหนัก เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในหลายพื้นที่ โดยกรมอุตุนิยมวิทยายังคาดการณ์ว่า หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณประเทศฟิลิปปินส์ อาจจะส่งผลให้มีฝนตกเพิ่มขึ้นในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย ช่วงประมาณวันที่ 5 ตุลาคมนี้

“ขอให้ทุกจังหวัดได้เตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ ทั้งการเตรียมทรัพยากรในการป้องกัน เตรียมพื้นที่อพยพประชาชน พร้อมจะต้องเร่งสำรวจเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบ โดยต้องใช้ทุกกลไกร่วมกันรับมือช่วยดูแลพี่น้องประชาชน ซึ่งสิ่งที่ขาดไม่ได้ ต้องประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชนรับรู้รับทราบผ่านทุกช่องทาง ให้สามารถเตรียมรับมือกับสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงทีด้วย” นายสิริพงศ์กล่าว

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กรมชลฯ ประกาศ ฉ.2 เตือน 11 จังหวัดลุ่มเจ้าพระยา เฝ้าระวังฝนตกหนักระดับน้ำเพิ่มสูง

กรมชลประทานออกประกาศเตือน 11 จังหวัดลุ่มเจ้าพระยา ฉบับที่ 2 เตรียมรับมือเขื่อนเจ้าพระยาปรับเพิ่มการระบายน้ำ สูงสุด 1,000 ลบ.ม./วินาที

ตะกั่วป่าจมน้ำ! น้ำป่ากะปง-เขาสก เอ่อท่วม 4 ตำบล 1 เทศบาล เร่งอพยพผู้ป่วย-ผู้สูงอายุ

รองผู้ว่าฯ พังงา นำทีมเร่งช่วยเหลือน้ำท่วมตะกั่วป่า เร่งเคลื่อนย้ายผู้ป่วย-ผู้สูงอายุออกจากบ้าน พร้อมส่งอาหารและถุงยังชีพช่วยเหลือผู้ประสบภัย

ตะกั่วป่าน้ำท่วมหนักรอบ 14 ปี มวลน้ำกะปง-เขาสกทะลัก หลายหมู่บ้านถูกตัดขาด

มวลน้ำจากกะปงและเขาสกไหลลงแม่น้ำตะกั่วป่าจนเอ่อล้น ท่วมบ้านเรือนหลายตำบล ถนน วัด และสวนปาล์ม นายอำเภอตะกั่วป่าระบุ น้ำเข้าท่วม

เปิดภารกิจโกอินเตอร์ นายกฯ ลุย 3 ประเทศ สหรัฐ-ญี่ปุ่น-อังกฤษ 20-27 ก.ย.นี้

นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภารกิจสำคัญของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในการเดินทางเข้าร่วมการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 81 (The 81st Session of the United Nations General Assembly: UNGA81) ระหว่างวันที่ 20–27 กันยายน 2569 ณ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา

มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ ผนึกไทยพีบีเอส ภาคีเครือข่าย ฟื้นฟูโรงเรียนหลังน้ำลด พื้นที่ จ.น่าน

นางเธียรรัตน์ นะวะมะวัฒน์ ประธานมูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ พร้อมด้วยทีมงานรายการสถานีประชาชน สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ร่วมกันนำสิ่งของจำเป็นไปมอบให้แก่โรงเรียนบ้านม่วงตึ๊ด ตำบลม่วงตึ๊ด อำเภอภูเพียง และโรงเรียนบ้านปางยาง ต.ภูคา อ.ปัว จังหวัดน่าน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของนักเรียนและชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ประกอบด้วย