“หนองหญ้าแก้ว” ครบกำหนดอพยพวันนี้ ยังไร้วี่แววกัมพูชาขยับออกจากพื้นที่ แถม เอา IOT , กาชาดและเด็กเข้าพื้นที่อีก ปูแผนฟ้องนานาชาติไทยใช้ความรุนแรง ด้าน“ผบ.ฉก. อรัญฯ” ยัน กกล.บูรพา พร้อมปฏิบัติ สามารถงัด กม.ตรวจคนเข้าเมือง-ป่าไม้ จัดการได้ทันที รอคำสั่งตามลำดับชั้นจากรัฐบาล
3 ตุลาคม 2568 - เวลา 11.30 น “พันเอกชัยณรงค์ กาสี” ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจอรัญประเทศ กองกำลังบูรพา ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 1 ได้ลงพื้นที่มายังบ้านหนองจาน และให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ถึงความคืบหน้าของแผนการเดินหน้าปฏิบัติการทวงคืนผืนป่า ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 ในพื้นที่บ้านหนองแก้วและบ้านหนองจาน อ.โคกสูง จ.สระแก้ว
โดยบอกว่าตามที่กรมป่าไม้ได้มีการแจ้งความไว้ที่ สภ.โคกสูงตั้งแต่วันที่ 17 กันยายน 2568 ว่าให้ชาวกัมพูชาที่บุกรุกพื้นที่บ้านหนองหญ้าแก้ว อพยพออกจากพื้นที่ภายใน 15 วัน ซึ่งวันนี้ 3 ตุลาคม ก็ครบกำหนดแล้ว ดังนั้นหลังจากนี้จะเป็นขั้นตอนตามกฏหมาย เช่นเดียวกับในพื้นที่บ้านหนองจาน ที่กรมป่าไม้มีการแจ้งความไว้เมื่อ 25 กันยายน 2568 ก็จะครบกำหนดที่ชาวกัมพูชาต้องอพยพออกจากพื้นที่ภายในวันที่ 10 ตุลาคมนี้
แต่ในส่วนของกองกำลังบูรพา ก็ต้องรอฟังคำสั่งจากกองทัพภาคที่ 1 อีกที ถึงจะดำเนินการอะไรได้ ดังนั้นการจะดำเนินการผลักดันได้ จะต้องทำร่วมกันหลายส่วน ทั้งด้านของจังหวัดสระแก้วและกรมป่าไม้ด้วย
แต่ดูเหมือนว่าทางกัมพูชาจะมีการเตรียมตัว อย่างเช่นเมื่อช่วงเช้าของวันนี้ ก็มีการนำคณะ IOT กับเหล่ากาชาดกัมพูชาและเด็ก เข้ามาอยู่ในพื้นที่บริเวณบ้านหนองหญ้าแก้ว ดังนั้นคล้ายกับว่าเขากำลังจะสร้างให้เกิดภาพความรุนแรงจากฝั่งไทยอยู่แล้ว
ส่วนท่าทีการอพยพของชาวกัมพูชาในพื้นที่ที่มีการบุกรุกทั้งบ้านหนองจานและบ้านหนองหญ้าแก้ว ปัจจุบันยังไม่ได้มีท่าทีจะอพยพออกไป และทางผู้นำก็ไม่ได้มีการส่งแผนอพยพกลับมาด้วย
ซึ่งอย่างไรก็ตามหากทางชาวกัมพูชาที่มีการบุกรุกแผ่นดินไทย ไม่ปฏิบัติตามข้อความที่มีการปักป้าย ก็จะต้องถูกดำเนินคดีตาม พรบ.คนเข้าเมือง และ พรบ.ป่าไม้ ได้ตามอำนาจหน้าที่ทางกฎหมาย อย่างพื้นที่บ้านหนองหญ้าแก้ว จริงๆแล้วก็สามารถดำเนินคดีได้เลย นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป แต่ก็ต้องอยู่ในช่วงเวลาที่เหมาะสมและเน้นย้ำอีกครั้งว่าทางกองกำลังบูรพาก็จะต้องรอคำสั่งการจากแม่ทัพภาคที่ 1 ให้ดำเนินการตามกรอบอีกที
พันเอกชัยณรงค์” ยังบอกอีกว่า ตอนนี้กองกำลังบูรพาได้มีการเตรียมการไว้หมดแล้ว หากพูดกันแบบภาษาชาวบ้านคือพร้อมปฏิบัติทุกอย่าง แต่ก็ต้องปฏิบัติตามกรอบแม่ทัพภาคที่ 1 และแม่ทัพภาคที่ 1 ก็ต้องรอคำสั่งจากกองทัพบก แล้วกองทัพบกก็ต้องฟังรัฐบาลอีกที
ส่วนกับคำพูดของแม่ทัพภาคที่ 1 ที่ให้สัมภาษณ์กับสื่อเมื่อวานว่า “จะดำเนินการทันทีเมื่อได้เปรียบพันเอกชัยณรงค์ ก็ขยายความว่า ถ้าเราปฏิบัติไปแล้ว ถ้าเราชนะและไม่เสียเชิงทั้งในด้านของการเอาพื้นที่คืนและในด้านของเวทีโลก ก็ทำได้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
แม่ทัพภาค 2 มอบเหรียญ 'ยุทธบดินทร์-ศตวรรษ' เชิดชูทหารกล้าพิทักษ์อธิปไตย
พล.ท.วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 เดินทางลงพื้นที่บริเวณปราสาทตาควาย อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ เพื่อมอบวัตถุมงคลรุ่น “ยุทธบดินทร์-ศตวรรษ” จำนวน 20,000 เหรียญ (ชุดแรก) แก่กำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดน เพื่อสร้างขวัญกำลังใจและความเป็นสิริมงคลแก่ผู้ปฏิบัติภารกิจปกป้องอธิปไตยของชาติ
เพจดังขุดตำนาน 'จารชนขายชาติ' ไทยเสียพระวิหาร ระวังประวัติศาสตร์อาจซ้ำรอย ปมเจรจาเขตแดนทางทะเล
เพจเฟซบุ๊ก Thai Burma railway ทางรถไฟสายมรณะ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า จารชนคนขายชาติในคดีพิพาทเขาพระวิหารปี 2505 กับสถานการณ์ปี2569 ที่เรากำลังจะสู้คดีทางทะเลกับเขมรในเวทีโลก มันจะมีจารชนและคนขายชาติแบบเหตุการณ์นั้นอีกหรือไม่? บางคนคงคิดว่าข้าราชการไทยที่กินขี้เขมรมันมีอยู่แค่ในทฤษฎีสมคบคิด แต่ผิดแล้วครับ เรื่อง
นักวิชาการกฎหมายระหว่างประเทศ เปิดข้อเท็จจริง-มุมมอง เกม UNCLOS ศึกเขตแดนทางทะเลไทย-กัมพูชา
ผศ. ดร.ธนภัทร ชาตินักรบ ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิชาการ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ให้ข้อมูลผ่านเพจเฟซบุ๊ก "Take A Walk, Talk International Law ท่องโลกกว้างด้วยกฎหมายระหว่างประเทศ" ระบุว่า คณะรัฐมนตรีตั้งหัวหน้าและรองหัวหน้าคณะเจรจาและผู้ประนอมฝ่ายไทย เพื่อเข้าร่วมกระบวนการประนอมภาคบังคับภายใต้ UNCLOS เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2569 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติที่น่าสนใจเกี่ยวกับการตั้งหัวหน้าและรองหัวหน้าคณะเจรจาฝ่ายไทย รวมถึงผู้ประนอมฝ่ายไทย 2 ท่าน เพื่อเข้าร่วมกระบวนการประนอมภาคบังคับภายใต้ UNCLOS ซึ่งกัมพูชาได้ยื่นไว้ตั้งแต่เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2569 โดยมีรายละเอียดโดยสรุปดังนี้
'สีหศักดิ์' นั่งหัวหน้าคณะเจรจา UNCLOS ตั้ง 2 อดีตประธานศาลทะเลสากล ชาวแอฟริกาใต้-เยอรมันร่วมทีม
นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีแล้วรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบให้ตนเป็นหัวหน้าคณะเจรจาฝ่ายไทย และนายทรงชัย ชัยปฏิยุทธ เอกอัครราชทูต ณ กรุงคูเวต รองหัวหน้า เข้าร่วมคณะกรรมาธิการประนอมภาคบังคับ ตามอนุสัญญา สหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทางทะเล (UNCLOS)
นายกฯ สยบข่าวกัมพูชาขนรถถังประชิดชายแดน ยันไม่มีรายงานในที่ประชุม สมช.
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ครั้งที่ 4/2569 โดยมี นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการ สมช. และผู้บัญชาการเหล่าทัพ เข้าร่วมประชุม
UNCLOS ประนอมภาคบังคับ จากติมอร์-เลสเต กับออสเตรเลีย สู่แนวรบ ไทย-กัมพูชา
จากสถานการณ์ไทย-กัมพูชา หลังจากที่รัฐบาลไทยแสดงท่าทีเข้าสู่กระบวนการประนอมภาคบังคับภายใต้กติกา UNCLOS ขณะเดียวกันหลังจากมีข่าวว่า จีนเตรียมส่งมอบรถถัง T-59D

