รัฐบาล เดินหน้ามาตรการคุมเข้ม “พืชกระท่อม” ปรับหนักถึง 50,000 บาท เตือนผู้ค้าและผู้บริโภคนำกระท่อมผสมยาเสพติดหรือวัตถุอันตรายมีโทษหนัก
16 ตุลาคม 2568 - นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลคุมเข้มเดินหน้ามาตรการควบคุมการขาย การโฆษณา “พืชกระท่อม” เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันและยับยั้งการบริโภคพืชกระท่อมในกลุ่มเด็กและเยาวชนอย่างครอบคลุม สั่งการให้ทุกหน่วยงานบูรณาการความร่วมมือดำเนินการอย่างจริงจัง โดยเฉพาะบริเวณใกล้สถานศึกษาทั่วทุกพื้นที่ ทั้งในกรุงเทพมหานครและส่วนภูมิภาค โดยกระทรวงศึกษาธิการสั่งการให้บุคลากรติดตาม เฝ้าระวังการลักลอบจำหน่ายน้ำกระท่อมอย่างใกล้ชิด หากเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง ต้องดำเนินตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด รวมถึงทางวินัยโดยไม่ละเว้น พร้อมขอความร่วมมือประชาชน และผู้ปกครองร่วมมือเดินหน้าปราบปราม หยุดยั้งการลักลอบผลิต นำเข้าหรือจำหน่ายพืชกระท่อมใกล้บริเวณสถานศึกษา เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับสังคม โดยมีจุดมุ่งหมายสูงสุดคือการป้องกันเด็กและเยาวชนไม่ให้เข้าถึงกระท่อมได้โดยง่าย
นางสาวอัยรินทร์ กล่าวต่อว่า ในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา มักปรากฏการขายใบกระท่อมและการต้มใบกระท่อมในลักษณะเร่ขาย หรือตั้งแผงลอยขายในสถานที่สาธารณะ และตามท้องถนนสาธารณะ รวมถึงการการขายในบริเวณใกล้สถานศึกษาส่งผลให้เด็กหรือเยาวชน และกลุ่มเปราะบางสามารถเข้าถึงหรือหาซื้อใบกระท่อมหรือน้ำต้มไปใช้ในทางที่ผิดได้โดยง่าย รัฐบาลตระหนักถึงความเสี่ยงและอันตรายต่อแนวโน้มที่มีจำนวนผู้บริโภคกระท่อมเพิ่มขึ้น โดยได้ออกประกาศกระทรวงยุติธรรมและกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง กำหนดสถานที่ วิธีการ หรือลักษณะต้องห้ามในการขายใบกระท่อม พ.ศ. 2568 ดังนี้ 1. ห้ามขายใบกระท่อมและน้ำต้มใบกระท่อม ในสถานที่ซึ่งตั้งอยู่ในระยะ 1,000 เมตร (1 กิโลเมตร) จากสถานศึกษาทุกแห่ง 2.ห้ามขาย ในลักษณะของการเร่ขาย เช่น หาบเร่ รถเข็น รถยนต์เร่ขาย หรือการตั้งแผงลอยในที่หรือทางสาธารณะ 3.ผู้ใดฝ่าฝืน ต้องระวางโทษ ปรับไม่เกิน 50,000 บาท
นางสาวอัยรินทร์ กล่าวว่า รัฐบาลย้ำเตือนพ่อค้า แม่ค้าผู้ขายพืชกระท่อม และกลุ่มเด็กเยาวชนที่มีพฤติกรรมการบริโภคพืชกระท่อม หากมีการพบการผลิตจำหน่าย น้ำกระท่อมผสมยาต่าง ๆ ที่ไม่ได้รับอนุญาต ถือว่ามีความผิดตามมาตรา 112 ข้อหาผลิต หรือขาย หรือ ขายยาแผนปัจจุบันโดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษตามมาตรา 101 ผู้ใดฝ่าฝืนต้องโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปีและปรับไม่เกิน 10,000 บาท กรณีใบกระท่อมที่ปรุงหรือผสมยาเสพติดหรือวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท ยา วัตถุอันตราย หรือ วัตถุอื่นใดตามที่กำหนด ถือว่ามีความผิดตามมาตรา 27 ห้ามบริโภคใบกระท่อมที่ปรุงหรือผสมยาเสพติดหรือวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท ยา วัตถุ อันตราย หรือวัตถุอื่นใดตามที่กำหนด ถือว่ามีความผิดตามมาตรา 36 ปรับไม่เกิน 50,000 บาท ทั้งนี้ หากประชาชนพบเห็นการกระทําที่เป็นการฝ่าฝืนประกาศดังกล่าว สามารถแจ้งข้อมูลมายังสํานักงาน ป้องกันและปราบปรามยาเสพติดภาคได้ทุกแห่ง รวมถึงสามารถแจ้งมายังสายด่วนยาเสพติด สํานักงาน ป.ป.ส. หมายเลข 1386 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่มีค่าใช้จ่าย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
รัฐบาล โต้ 'ภคมน' พูดไม่ตรงข้อเท็จจริงปมปาล์มน้ำมัน ยันไม่ได้ห้ามส่งออก ราคาอยู่ในเกณฑ์ดี
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ นางสาวภคมน หนุนอนันต์ สส.พรรคประชาชน อภิปรายในสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2569 เกี่ยวกับการบริหารจัดการปาล์มน้ำมันของรัฐบาลว่า รัฐบาลรับฟังทุกข้อเสนอแนะด้วยความเคารพ อย่างไรก็ตามบางประเด็นอาจยังไม่สะท้อนข้อเท็จจริงครบถ้วนในเชิงระบบ
ครม. เห็นชอบจัดตั้งคณะแพทยศาสตร์ ม.นครพนม วงเงิน 2,502 ล้าน แก้วิกฤตขาดหมอภาคอีสานตอนบน
นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบโครงการจัดตั้งคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนครพนม วงเงินรวม 2,502 ล้านบาท
เมษาร้อนจัด! เตือนระวัง 'ฮีทสโตรก' เลี่ยงแดดจัด ดื่มน้ำให้เพียงพอ
นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า อุณหภูมิอากาศในช่วงเดือนเมษายนปีนี้ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อ
แก้ปัญหาไฟป่าเชิงรุก ทส. ตั้ง War Room ลงพื้นที่กาญจนบุรี ความปลอดภัย จนท. ต้องมาก่อน
นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้าแก้ไขปัญหาไฟป่าอย่างเข้มข้นในทุกพื้นที่ โดยกร
เทศกาลสงกรานต์ อุบัติเหตุสะสม 581 ครั้ง เสียชีวิต 95 ราย
นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมกับกองบัญชาการตำร
ครม.เห็นชอบ ถอน 'อ.สุไหงโก-ลก' ออกจากพื้นที่ความมั่นคงชายแดนใต้
น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบให้ปรับพื้นที่อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส ออกจากพื้นที่ปรากฏเหตุการณ์อันกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ตามพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551

