'สสส.-มธบ.-สอศ.' ผนึกสร้างเครือข่ายเยาวชนอาชีวะ 8 ภาค พัฒนาความรอบรู้ด้านสุขภาวะเพศ-สุขภาพจิต

เปิดโครงการพัฒนาศักยภาพเยาวชน เสริมความรู้สุขภาวะเพศ-สุขภาพจิต พร้อมทักษะสื่อสารและการผลิตสื่อสร้างสรรค์ เพื่อนำไปถ่ายทอดสู่เพื่อนรุ่นเดียวกันและชุมชนทั่วประเทศ

22 พฤศจิกายน 2568 - สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) เปิดตัว “โครงการพัฒนาศักยภาพผู้นำเพื่อสร้างเครือข่ายการสื่อสารด้านสุขภาวะทางเพศและสุขภาพจิตในกลุ่มเยาวชนระดับอาชีวะ” เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2568 ณ โรงแรมพักพิง อิงทาง บูติค โฮเทล จังหวัดนนทบุรี เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และพัฒนาทักษะการผลิตสื่อสร้างสรรค์ให้กับเยาวชนอาชีวศึกษา โดยมุ่งหวังให้สามารถนำความรู้ไปสื่อสารสร้างความเข้าใจแก่เพื่อนเยาวชนและชุมชนรอบข้างได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม รองผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า “วัยรุ่นปัจจุบันกำลังเผชิญความท้าทายรอบด้านจากสังคม เทคโนโลยี และวัฒนธรรมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ดังนั้น การเท่าทันและความสามารถรับมือกับสิ่งต่าง ๆ จึงเป็นเรื่องที่สำคัญ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาท้องไม่พร้อม โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ความเครียด ภาวะซึมเศร้า รวมถึงปัจจัยเสี่ยงจากพฤติกรรม เช่น แอลกอฮอล์ และบุหรี่ไฟฟ้า โครงการนี้จึงถูกพัฒนาขึ้นเพื่อเป็นฐานสำคัญของการสร้างเครือข่ายเยาวชนที่สามารถสื่อสารประเด็นสุขภาพได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมผ่านสื่อและเครื่องมือที่เข้าถึงเยาวชนโดยตรง ซึ่งจะช่วยให้เยาวชนมีทักษะในการป้องกันความเสี่ยง ตระหนักรู้ต่อพฤติกรรมที่เป็นอันตราย และถ่ายทอดข้อมูลที่ถูกต้องไปสู่เพื่อนและชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมเชื่อมั่นว่าพลังความคิดสร้างสรรค์ของเยาวชนจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางสังคมอย่างเป็นรูปธรรม และต่อยอดกลายเป็นเครือข่ายที่เข้มแข็งและมีคุณภาพ”

 ผศ.ศิวนารถ หงษ์ประยูร คณบดีคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ กล่าวเพิ่มเติม ถึงสถานการณ์ปัจจุบันชี้ที่ให้เห็นว่า เยาวชนจำนวนมากยังเผชิญความเสี่ยงทั้งด้านพฤติกรรมทางเพศที่ไม่ปลอดภัย โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ภาวะทางสุขภาพจิต รวมถึงคุณภาพชีวิตโดยรวมที่ได้รับผลกระทบ ดังนั้น การพัฒนาเยาวชนผ่านการเสริมสร้างทักษะด้านการคิดวิเคราะห์และความสามารถในการรู้เท่าทันสื่อ จึงเป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยให้เยาวชนสามารถตัดสินใจได้อย่างถูกต้อง ป้องกันความเสี่ยง และใช้สื่ออย่างสร้างสรรค์ดังนั้น ความร่วมมือระหว่าง คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ในการขับเคลื่อนโครงการนี้ จึงมีเป้าหมายชัดเจนในการยกระดับศักยภาพเยาวชนอาชีวะให้สามารถผลิตสื่อที่มีคุณภาพ ถ่ายทอดข้อมูลด้านสุขภาวะได้อย่างถูกต้อง เข้าถึงกลุ่มวัยรุ่นได้จริง และสามารถนำไปใช้แก้ปัญหาที่กำลังทวีความสำคัญในสังคมไทยได้อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งคาดว่าจะนำไปสู่การสร้างเครือข่ายเยาวชนที่เข้มแข็งและขยายผลเชิงบวกในวงกว้าง”

พร้อมกันนี้ ผอ.ทวีศักดิ์ คิ้วทอง ผู้อำนวยการสำนักติดตามและประเมินผลการอาชีวศึกษา (สอศ.) กล่าวว่า “สอศ. ให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อสวัสดิภาพของนักเรียนในสถานศึกษา ทั้งด้านสุขภาพกาย สุขภาพจิต และความปลอดภัยในพื้นที่การเรียนรู้ การดำเนินโครงการนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญที่จะเพิ่มเครื่องมือให้ครูและนักเรียนร่วมกันสร้างร่วมกันสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่ปลอดภัยรอบด้านมากขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่การลดความเสี่ยงเชิงพฤติกรรม และส่งเสริมการเติบโตของเยาวชนอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ ความร่วมมือจากภาคีต่าง ๆ ยังสะท้อนเจตนารมณ์ร่วมในการยกระดับมาตรฐานการดูแลนักเรียนอาชีวะให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของสังคม พร้อมขยายผลไปสู่การสร้างพื้นที่ที่เยาวชนรู้สึกปลอดภัย เข้าใจ และได้รับการสนับสนุนอย่างแท้จริง อันจะช่วยให้เยาวชนมีความพร้อมทั้งด้านทักษะและสภาพแวดล้อมในการพัฒนาตนเองต่อไป”

โครงการนี้จะดำเนินกิจกรรมครอบคลุมทั้ง 8 ภูมิภาคทั่วประเทศ โดยคัดเลือกเยาวชนอาชีวะภูมิภาคละ 50 คน รวมทั้งสิ้น 400 คน เข้าร่วมการอบรมเชิงปฏิบัติการ 3 วัน 2 คืน ครอบคลุมเนื้อหาเกี่ยวกับสุขภาวะทางเพศ สุขภาพจิต การผลิตสื่อ และการใช้งานแพลตฟอร์มสื่อสารต่าง ๆ ซึ่งจะช่วยให้เยาวชนได้รับทั้งความรู้ ทักษะปฏิบัติจริง และความมั่นใจในการสื่อสารประเด็นสุขภาพอย่างมีประสิทธิภาพ โครงการนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษา หน่วยงานด้านสุขภาพ และภาคีในพื้นที่ ที่จะนำไปสู่การพัฒนาเยาวชนไทยให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ มีศักยภาพในการสื่อสารอย่างถูกต้องและรับผิดชอบ สามารถเป็นผู้นำการสื่อสารในชุมชนของตนเอง และพร้อมก้าวขึ้นเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมและประเทศในอนาคต

 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สสส.ชูแผนสร้างเด็กเข้มแข็ง ผ่านแนวคิด “ชุมชนนำ” –“เลี้ยงเด็ก 1 คน ใช้คนทั้งหมู่บ้าน”

เด็กไทยเกือบครึ่งมีชีวิตเปราะบาง จากปัญหาครอบครัวไม่พร้อมหน้า สสส.ระดมเครือข่ายสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการเติบโต ชุมชนนำ-เลี้ยงเด็ก 1 คน ใช้คนทั้งหมู่บ้าน

เด็กไทย 72.6% ใช้จอเกิน 1 ชม. รองนายกฯ “ทรงศักดิ์” มอบ สสส. สรุปบทเรียน "ลดเวลาหน้าจอ" ต้องบูรณาการออกกฎเหล็กคุมเข้มอนาคตชาติ

วันที่ 21 มิถุนายน 2569 นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวในการประชุมกรรมการกองทุนฯ ครั้งที่ 5/2569 ว่า จากการที่ สสส. ดำเนินงานเพื่อป้องกันภัยออนไลน์ พบว่า คนไทยเฉลี่ย 93.10%

“อายุยืนแต่อย่าป่วยนาน” สังคมสูงวัยรอบรู้คู่สุขภาพ

ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างเต็มรูปแบบ แต่สิ่งที่น่ากังวลไม่ใช่เพียงจำนวนผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้น หากเป็นคำถามสำคัญว่า คนไทยจะสามารถใช้ชีวิตในบั้นปลายได้อย่างมีคุณภาพเพียงใด เ

“20 ปี กับการส่งเสริมสุขภาวะมุสลิม” จุฬาราชมนตรี-สสส. เดินหน้าผนึกกำลัง MOU สานต่อยอดความสำเร็จ มัสยิดปลอดบุหรี่ 847 แห่ง

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 17 มิ.ย.69 ที่โรงแรมอัล มีรอซ เขตสวนหลวง กรุงเทพฯ สำนักจุฬาราชมนตรี ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดงานประชุมวิชาการ “การส่งเสริมสุขภาวะมุสลิมในประเทศไทย” และพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU)

รองนายกฯ “ทรงศักดิ์” ปลื้ม 2 แนวคิด “ชุมชนนำ” - “เลี้ยงเด็กหนึ่งคนใช้คนทั้งหมู่บ้าน” ของ สสส.-ภาคีเครือข่าย ได้ผล ช่วยสร้างนิเวศการเติบโตของเด็กเข้มแข็ง

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 16 มิ.ย. 2569 ที่โรงแรมทีเคพาเลซ แอนด์คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับสถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดเวทีสื่อสารสาธารณะ “ครอบครัวยิ้ม” ภายใต้แนวคิด “ชุมชนนำ”

“รองนายกฯทรงศักดิ์” ปลื้ม 2 แนวคิด “ชุมชนนำ” - “เลี้ยงเด็กหนึ่งคนใช้คนทั้งหมู่บ้าน” ของ สสส.และภาคีเครือข่ายได้ผล ช่วยสร้างนิเวศการเติบโตของเด็กเข้มแข็ง มีเด็ก-ครอบครัวได้รับประโยชน์ 14,730 คน เด็กมีความสุขเพิ่มขึ้น 73.95 %

วันที่ 16 มิ.ย.2569 ที่โรงแรมทีเคพาเลซ แอนด์คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับสถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดเวทีสื่อสารสาธารณะ “ครอบครัวยิ้ม” ภายใต้แนวคิด “ชุมชนนำ” และ “เลี้ยงเด็ก 1 คน ใช้คนทั้งหมู่บ้าน”