รมว.ยุติธรรม เผยเจ้าหน้าที่อึดอัดพฤติกรรมอดีต ผบ.คุกพิเศษกรุงเทพ

รมว.ยุติธรรม เผยข้าราชการในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ-กรมราชทัณฑ์ สุดอึดอัดกับพฤติกรรมของ “อดีตผบ.มานพ” แย้ม ดีเอสไอเร่งตรวจสอบเส้นทางการเงิน ยอมรับ ต้องตรวจสอบไปได้มากกว่าเส้นทางการเงินแน่นอน เผย ไทม์ไลน์ห้องเชือด เพิ่งถูกสร้างเดือน ก.ค.68 ยังไม่ชัดใช้เงินหลวงสร้างห้องหรือไม่ และต้องตรวจดูวัตถุประสงค์ของการใช้เงิน แย้ม ที่ผ่านมายังไม่เคยปรากฏบัตรสนเท่ห์รายงานพฤติกรรมมาก่อน

25 พฤศจิกายน 2568 - เวลา 15.30 น. ที่สำนักงาน คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) กรุงเทพฯ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยถึงความคืบหน้าการตรวจสอบกรณีห้องลับใต้บันได สำนักงานอาคารผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร และการทุจริตเอื้อประโยชน์ผู้ต้องขังจีนเทา ว่า ตนยืนยันว่าตอนนี้ได้มีคำสั่งให้อดีตผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพ และเจ้าพนักงานราชทัณฑ์ชำนาญงานเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ซึ่งมีตำแหน่งเป็นเลขานุการผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ออกจากราชการไว้ก่อนทั้ง 2 คน

ส่วนอีก 19 คน ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งคณะกรรมการฯ เป็นคณะของกระทรวงยุติธรรมและหน่วยงานต่าง ๆ ร่วมกับ ชุดสืบสวนของดีเอสไอที่จะดูพยานหลักฐาน ส่วนจะมีการดำเนินการยึดหรืออายัดทรัพย์สินของ อดีต ผบ.เรือนจำฯ หรือไม่นั้น ยืนยันว่าจะดำเนินการเท่าที่ทำได้และอยู่ในกรอบของกฎหมาย

พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า ที่ผ่านมา ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ คนนี้ไม่เคยมีบัตรสนเท่ห์ รายงานถึงพฤติกรรมมิชอบดังกล่าวส่งถึงกระทรวงยุติธรรมหรือกรมราชทัณฑ์มาก่อน แต่เพิ่งจะมีในสมัยของตนมาเป็นรัฐมนตรี ทั้งนี้ ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบประวัติการดำรงตำแหน่งย้อนหลังของ อดีตผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งเป็นผู้บัญชาการที่เรือนจำอื่นมาก่อน อาทิ จังหวัดสมุทรปราการ ว่าเคยมีพฤติการณ์ลักษณะนี้หรือไม่ รวมถึงตรวจสอบไปยังเรือนจำอื่น ๆ ด้วยเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ดี แต่จากการตรวจสอบล่าสุดนั้นยังไม่พบ

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าตามระเบียบการจะนำนักโทษออกจากแดนขัง จะต้องมีพัศดีเวรเป็นผู้เซ็นเบิกตัวผู้ต้องขัง แต่กลับไม่มีรายชื่อพัศดีเวรที่เบิกตัวในวันนั้นอยู่ใน 19 รายชื่อ ที่มีคำสั่งโยกย้ายนั้น พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องให้ทางดีเอสไอดำเนินการสืบสวนเช่นเดียวกัน แต่ในตอนนี้ตนยังได้รับรายงานดังกล่าว แต่หากพบว่ามีความผิด และมีส่วนเกี่ยวข้องก็ยืนยันว่าจะพิจารณาโยกย้ายเช่นกัน

สำหรับเมื่อวานนี้ (24 พ.ย.) เจ้าหน้าที่นิติวิทยาศาสตร์ ได้เข้าไปเก็บรวบรวมพยานหลักฐานนั้น พล.ต.ท.รุทธพล ยอมรับว่า ได้พยานหลักฐานเพิ่มเติมเป็นจำนวนมาก ส่วนที่ผู้สื่อข่าวเห็นรถของสำนักงานนิติวิทยาศาสตร์จอดที่หน้าเรือนจำกลางคลองเปรม และเข้าไปเก็บพยานหลักฐานบางอย่าง จะเกี่ยวข้องกับขบวนการเหล่านี้หรือไม่นั้น ตนยังไม่ทราบต้องขอดูรายงานก่อน

นอกจากนี้ ดีเอสไอจะมีการดูเรื่องของเส้นทางการเงินอย่างละเอียด และจะดูยิ่งไปกว่าเส้นทางการเงิน ส่วนจำนวนเงินหมุนเวียนนั้นยังไม่สามารถบอกได้ เพราะเกรงว่าจะมีผลกระทบต่อสำนวนคดี ส่วนการเยี่ยมในวันอาทิตย์นั้น ตนทราบว่าเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง และต่อให้จะสามารถเข้าเยี่ยมในวันอาทิตย์ได้ ก็ไม่มีสิทธิที่จะเข้าไปในห้องที่เกิดเหตุ เพราะมันจะมีห้องสำหรับเยี่ยมญาติอยู่แล้ว และส่วนห้อง VIP นั้น ตนทราบข้อมูลว่ามีการดัดแปลงตั้งแต่เดือนก.ค. 2568 ที่ผ่านมา และเสร็จในช่วงปลายเดือนดังกล่าว ซึ่งเป็นคำสั่งของ นายมานพ อดีตผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ในการจัดทำขึ้น โดยอ้างว่าจะทำเป็นห้องรับรอง

ส่วนจะมีการจัดซื้อจัดจ้างโดยใช้งบประมาณรัฐหรือไม่นั้น ยังคงต้องตรวจสอบรายละเอียด ทั้งนี้ ต้องดูที่จุดประสงค์ของการปรับปรุงห้องตามที่แจ้งมา และดูการใช้งานจริงว่าเป็นจริงตามจุดประสงค์หรือไม่ จึงต้องตรวจสอบรายละเอียดก่อน ซึ่งปัจจุบันห้องดังกล่าวได้มีการปิดตายไปแล้ว อย่างไรก็ตาม เรื่องดังกล่าวตนยังไม่ได้สั่งขีดเส้นตายการรายงานผล เพราะอยากให้เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบเต็มที่ พร้อมยืนยันว่าจะดำเนินการโดยเร็วที่สุด

“ที่มาของเรื่องนี้มาจากการที่เจ้าหน้าที่ภายในเรือนจำฯ และกรมราชทัณฑ์ อึดอัดกับพฤติกรรมของผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ คนนี้มาก จนเรื่องมาถึงอธิบดีกรมราชทันฑ์ ที่มารับตำแหน่งในเดือนต.ค และได้มาปรึกษาตน จึงได้ทำการเปิดปฎิบัติการดังกล่าว ยอมรับว่า ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ มีการถ่วงเวลาประมาณ 20 นาที จนเจ้าหน้าที่สามารถเข้าไป แต่ถึงขณะนั้นก็ยังพบหลักฐานเป็นจำนวนมาก“ พล.ต.ท.รุทธพล ระบุปิดท้าย

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดีเอสไอ ยื่นขอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน 2 ชาวลาว ลอบขนเฮโรอีนข้ามชาติพัวพันคดีแอร์สาว

ดีเอสไอ เตรียมรวบรวมหลักฐานสำคัญยื่นอัยการสูงสุด ขอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน "สองพ่อลูกชาวลาว" คดีสั่งการขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ ใช้ริมฝั่งแม่น้ำโขงในไทย ลอบส่งพัสดุซุกเฮโรอีนจากลาว เตรียมส่งปลายทางออสเตรเลีย-ไต้หวัน หลังเร่งสอบปากคำพยานสำคัญ-ขยายผล

'รมว.ยุติธรรม' ปัดกดดัน 'ภาวุธ' หลังอวย TH-AI Passport เผย คดีForex ออกหมายเรียกแล้ว 20 กว่าคน

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม เปิดเผยถึงความคืบหน้าเรียกผู้ถูกกล่าวหาคดี Forex มาชี้แจงต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดี

'มัลลิกา' นอนคุก ศาลไม่ให้ประกัน คดีหลอกลงทุนฟอเร็กซ์

ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ภายหลังพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ นำตัว น.ส.มัลลิกา มากสลุด ผู้บริหาร ผู้บริหารและกรรมการบริษัท คิวอาร์เอส เอ็ดดูเคชั่น จำกัด (บริษัทผู้ดำเนินการ QRS Global ในไทย) ผู้ต้องหาในคดีหลอกลงทุนเทรดเงินตราต่างประเทศ ฟอเร็กซ์ มาฝากขังยังศาลอาญา

ศาลไม่ให้ประกัน 'โค้ชเจมส์' นอนคุก! เปิดพฤติการณ์คดีซื้อขายเงิน Forex

ภายหลังจากกรมสอบสวนคดีพิเศษนำตัว นายธีรพงษ์ หรือ โค้ชเจมส์ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 4028/2569 ลงวันที่ 13 ก.ค.69 คดีหลอกลงทุนเทรดเงินตราต่างประเทศ Forex ไปฝากขังครั้งแรกต่อศาลอาญา ในความผิดฐาน

ฝากขัง 'โค้ชเจมส์' คดีซื้อขายเงิน Forex เจ้าตัวยิ้มตอบสื่อ ไม่ได้หลอกลงทุนแต่สอนให้ฟรี

ดีเอสไอ คุมตัว “โค้ชเจมส์” เจ้าพ่อ ALL IN คดี Forex ฝากขังศาลอาญา เจ้าตัวเผยเส้นเงินที่ดีเอสไอสืบสวนเจอโยงกับบริษัท HFM และอีเทอร์เวลธ์ เป็นเงินที่นำไปฝากและลงทุนเทรดเท่านั้น

ทนาย 'โค้ชเจมส์' โวย 'ดีเอสไอ' ชิงออกหมายจับคดี Forex ทั้งที่นัดชี้แจง 24 ก.ค. ไม่ได้หลบหนี

ทนาย “โค้ชเจมส์” ร้องขอความเป็นธรรม หลังดีเอสไอชิงออกหมายจับคดี Forex ทั้งที่นัดเข้าชี้แจง 24 ก.ค. ยันลูกความบินกลับจากดูไบหลังรู้ข่าว ไม่ได้หนี-ประสานมอบตัวคาสนามบิน พร้อมสู้คดีปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา หวั่นซ้ำรอย “ดีเจแมน-ใบเตย” ยกฟ้องแต่ต้องติดคุกฟรีนับปี