29 พฤศจิกายน 2568 - เมื่อเวลา 13.40 น.. ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะโฆษกศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัย (ศป.กฉ.) พล.ท.วันชนะ สวัสดี รองโฆษกกองทัพไทย ในฐานะโฆษก ศป.กฉ. ส่วนหน้า และน.ส.รัชดา ธนาดิเรก กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะโฆษก ศป.กฉ. แถลงผลการประชุม ศป.กฉ.
พล.ท.วันชนะ สวัสดี กล่าวว่า ในส่วนการดำเนินการของส่วนหน้า ที่มีอยู่ 4 การบริหารคือ คน ของ น้ำ และข่าว โดยปัจจุบันเป็นการปรับเฟสจากน้ำท่วมวิกฤตเข้าสู่เฟสการฟื้นฟู ซึ่งขณะนี้น้ำ ไฟ และสัญญาณโทรศัพท์เข้าถึง 85% ส่วนด้านการบริหารจัดการคน ในช่วงวันที่ผ่านมามีเคสฉุกเฉินขอความช่วยเหลือเข้ามา 753 กรณี ซึ่งสามารถช่วยเหลือได้ทั้งหมด ส่วนการอพยพคนเมื่อวันที่ 28 พ.ย. มีเคสเข้ามา 11,242 เคส ช่วยได้ 95% และมีตกค้าง 1,070 เคส ส่วนในเรื่องของการบริหารจัดการศูนย์พักพิงปัจจุบันศูนย์พักพิงมีความสะดวกสบายขึ้นและโล่งขึ้น เนื่องจากมีประชาชนส่วนหนึ่งทยอยกลับบ้านเรือน ขณะเดียวกันมีประชาชนบางส่วนที่เดินทางกลับไปทำความสะอาดบ้านเรือนแต่ยังไม่สามารถเข้าบ้านพักอาศัยได้ ได้มีการจัดโรงแรมให้ประชาชนเข้าพัก ซึ่งมีคนเข้าพัก 20 ห้อง
พล.ท.วันชนะ กล่าวว่า สำหรับการบริหารจัดการสิ่งของและการให้ความช่วยเหลือในช่วงเฟสของการฟื้นฟู จะมีมิจฉาชีพเข้ามาก่อความไม่สงบ จึงมีการตั้งจุดตรวจจุดสกัด มีการลาดตระเวนพื้นที่และเส้นทางที่มีความเสี่ยง รวมไปถึงจุดล่อแหลม ที่จะเกิดอาชญากรรม และการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่สำคัญและพื้นที่เฝ้าระวัง โดยได้รับการยืนยันจากตำรวจภูธรภาค 9 รวมไปถึงภูธรจังหวัดสงขลา รับผิดชอบจัดชุดปฏิบัติการ ประกอบด้วย ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง อาสาสมัครรักษาดินแดน ลาดตระเวนตลอด 24 ชั่วโมง ดังนั้นกรณีเกิดเหตุในพื้นที่ประชาชนสามารถเข้าไปแจ้งได้ที่ สภ.คลองหงส์
พล.ท.วันชนะ กล่าวต่อไปว่า ในช่วงของการฟื้นฟูได้แบ่งระยะฟื้นฟูออกเป็น 3 ระยะคือ ระยะเร่งด่วนในปัจจุบัน ทั้งการทำความสะอาด การกู้ระบบสื่อสาร การเปิดเส้นทาง การซ่อมบ้านเรือนกรณีฉุกเฉิน ขณะที่ระยะกลางจะมีการซ่อมแซมบ้านเรือนเต็มกำลัง โครงสร้างผนัง หลังคา การซ่อมแซมระบบประปา ไฟฟ้า และสาธารณูปโภค การซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า รถยนต์จักรยานยนต์ สำหรับผู้ประสบอุทกภัย และการซ่อมถนนสายรอง สายหลัก ขณะที่ระยะฟื้นฟูจะเป็นการซ่อมบ้านเรือนเต็มกำลังให้เสร็จสมบูรณ์ การซ่อมถนนและระบบสาธารณูปโภค
พล.ท.วันชนะ กล่าวว่า ขณะที่โรงพยาบาลสนาม ปัจจุบันมีทั้งหมด 8 แห่ง โดยจะมีโรงพยาบาลคู่ขนานที่ไม่ได้อยู่ในพื้นที่ประสบอุทกภัยที่เป็นพี่เลี้ยงและส่งอุปกรณ์ทางการแพทย์และบุคลากรซึ่งกันและกัน ดังนั้นโรงพยาบาลสนามทั้ง 8 แห่ง จะสามารถปฏิบัติงานได้อย่างไม่มีข้อติดขัด ขณะที่การส่งความช่วยเหลือ จะมีอยู่ 3 ประเภท ประเภทแรก คืออย่างเป็นทางการผ่านช่องทางของรัฐบาล ไปยังพิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศ ประเภทที่ 2 คือกึ่งทางการ ส่วนราชการส่งตรงถึงกัน จากพื้นที่ภายนอกเข้าสู่พื้นที่ประสบภัย และส่วนที่ 3 คือแบบไม่เป็นทางการ ประชาชนลงไปมอบสิ่งของให้ประชาชนและจัดจุดแจกเอง โดยส่วนหน้าเป็นผู้บริหารจัดการเพื่อส่งถึงมือประชาชนโดยเร็วที่สุด และสามารถระบายของเข้าสู่พื้นที่ 100%
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'อนุทิน' ถกผู้ว่าฯ 14 จังหวัดใต้ สั่งรับมือน้ำท่วม ต้องสื่อสารกับประชาชนทุกช่องทางสื่อโซเชียล
นายกฯอนุทิน ประชุมร่วมผู้ว่าฯ 14 จังหวัดภาคใต้ เตรียมรับมืออุทกภัยจากฝนตกหนัก ย้ำ ต้องช่วยให้ประชาชนได้รับความปลอดภัยในชีวิต อยู่ในที่ปัจจัย 4 ครบถ้วน ไม่ขาดตกบกพร่อง พร้อมกำชับสื่อสารด้วยภาษาเข้าใจง่าย ฟังแล้วสามารถปฏิบัติตามได้ทันที
ภาคประชาชนยื่นสอบ 5 ประเด็น! กมธ.วุฒิสภา ลงพื้นที่ตรวจงบฟื้นฟูน้ำท่วมหาดใหญ่ 530 ล้าน
กมธ.งบประมาณ วุฒิสภา ลงพื้นที่สงขลา ลุยตรวจงบฟื้นฟูน้ำท่วมหาดใหญ่ 530 ล้าน หลังภาคประชาชนร้องส่อทุจริต 5 ประเด็น
'นายกแป้น' เผยนายกฯ เมตตาช่วยชาวหาดใหญ่ อนุมัติงบแก้น้ำท่วม ย้ำไม่มีเรื่องการเมือง
“นายกแป้น” เผย นายกฯ เมตตาชาวหาดใหญ่ สั่งเร่งทำสัญญาโครงการแก้มลิงคลองเรียนภายในเดือนนี้ พร้อมอนุมัติงบรวม 200 ล้าน ทำแก้มลิง 2 จุด หวังชะลอน้ำ ลดความเสี่ยงน้ำท่วมเมืองหาดใหญ่ ย้ำไม่มีเรื่องการเมือง นายกฯ ตั้งใจช่วยคนหาดใหญ่จริงๆ
'สุริยะ' ยันซ่อมคลอง ร.1 เสร็จทันรับฤดูน้ำหลากภาคใต้
นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ลงพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ติดตามการฟื้นฟูระบบป้องกันและบรรเทาอุทกภัยว่า นายกรัฐมนตรีมีความห่วงใยต่อสถานการณ์น้ำและผลกระทบต่อประชาชน
สั่งการผู้ว่าฯ 14 จังหวัดใต้รับมือน้ำท่วม
รัฐบาลเตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วมภาคใต้ สั่งการผู้ว่า 14 จ. ภาคใต้เฝ้าระวังใกล้ชิด เตรียมรับสถานการณ์
ครม. ไฟเขียวงบกลาง 843 ล้าน ฟื้นฟูระบบชลประทาน 5 จังหวัดภาคใต้
นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น วงเงิน 843.26 ล้านบาท ให้กรมชลประทา

