
รัฐบาลปลื้ม ‘กรุงเทพมหานคร’ คว้าอันดับ 1 เมืองที่นักท่องเที่ยวเดินทางมาเยือนมากที่สุด ประจำปี 68 สั่งหน่วยงานเกี่ยวข้องเตรียมพร้อมรองรับเที่ยวบินเพิ่มขึ้นช่วงเทศกาลปีใหม่
19 ธ.ค. 2568 – นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลปลื้มผลสำรวจข้อมูลทางการตลาดระดับโลก Euromonitor International ในหัวข้อ Top 100 City Destinations Index 2025 กรุงเทพมหานคร เมืองหลวงของประเทศไทย คว้าอันดับหนึ่ง ในฐานะเมืองที่มีนักท่องเที่ยวมาเยือนมากที่สุดในโลก ประจำปี พ.ศ. 2568 โดยต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติสูงถึง 30.3 ล้านคน ตอกย้ำนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวของรัฐบาล และสะท้อนถึงภาพลักษณ์ของคนไทยในฐานะเจ้าบ้านที่ดีในการต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก
จากรายงานข้อมูลของบริษัทวิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) ปีงบประมาณ 2568 (กันยายน 2567 -ตุลาคม 2568) ที่ผ่านมา พบว่า ประเทศไทยมีปริมาณเที่ยวบินรวม 904,796 เที่ยวบิน และเพิ่มขึ้นช่วงปลายปี ซึ่งจากตารางบิน Winter Schedule เดือนธันวาคม 2568 มีปริมาณเที่ยวบินรวม 84,543 เที่ยวบิน และในเดือนมกราคม 2569 คาดว่าจะมีเที่ยวบินรวม 87,835 เที่ยวบิน ในขณะเดียวกัน ได้คาดการณ์ปริมาณเที่ยวบินในปีงบประมาณ 2569 (กันยายน 2568 – ตุลาคม 2569) รวม 928,165 เที่ยวบิน ประกอบด้วย เที่ยวบินระหว่างประเทศ 473,364 เที่ยวบิน เที่ยวบินภายในประเทศ 343,422 เที่ยวบิน เที่ยวบินบินผ่านน่านฟ้า 111,379 เที่ยวบิน โดยมีปริมาณเที่ยวบินเฉลี่ย 2,543 เที่ยวบินต่อวัน เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา 3%
ทั้งนี้ ในช่วงวันหยุดต่อเนื่องช่วงปีใหม่ (วันที่ 29 ธันวาคม 2568 – 7 มกราคม 2569) คาดการณ์ว่า จะมีเที่ยวบิน รวม 27,632 เที่ยวบิน หรือเฉลี่ยวันละ 2,763 เที่ยวบิน รัฐบาลกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมและเตรียมมาตรการด้านต่าง ๆ เพื่อรองรับปริมาณเที่ยวบินที่เพิ่มขึ้นในช่วงเทศกาลปีใหม่ เพื่อให้การจัดการจราจรทางอากาศปลอดภัย มีประสิทธิภาพ และลดความล่าช้า.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'นายกฯ' เข้าทำเนียบฯ เกือบเที่ยง บ่ายเปิดงาน 141 ปี อัสสัมชัญ
'นายกฯหนู' เข้าทำเนียบฯ เกือบเที่ยง ก่อนเดินทางประธานพิธีเปิดงานฉลองครบรอบ 141 ปี โรงเรียนอัสสัมชัญช่วงบ่าย
'ธรรมนัส' ล่องหน! 'กล้าธรรม' ลุ้นหนักร่วมรัฐบาล 'อนุทิน 2'
'ธรรมนัส' ไม่เข้ากระทรวง ไร้เงาเข้าพรรค จับตา 'กล้าธรรม' ได้ร่วมรัฐบาลหรือไม่ หลังสะพัด 'ภท.' ยึดคืนโควตา 'เกษตรฯ-ท่องเที่ยว'
อย่าโหลดเว็บ-แอปปลอม! ต้น พ.ค. เปิดใช้ Fast Track จ่ายภาษีไวน์เกิน 1 ลิตร
รัฐบาลเผย ระบบ Fast Track ชำระภาษีไวน์เกิน 1 ลิตร คาดเปิดใช้งานเต็มรูปแบบต้นเดือน พ.ค. เตือน ปชช. อย่าโหลดจากเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันปลอม
'อนุทิน' อย่ามองข้าม 'ธรรมนัส' ระวังซ้ำรอยไม้กลองเด้งฟาดหน้า
นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า อย่ามองข้ามพรรคกล้าธรรม
รัฐบาลสั่งการเข้มป้องกันอัคคีภัยช่วงตรุษจีนขอความร่วมมืองดเผาทุกชนิด
รัฐบาลสั่งการเข้มป้องกันอัคคีภัย-อุบัติภัยช่วงตรุษจีน ขอความร่วมมือลด – งดการเผาทุกชนิด ลดฝุ่น PM 2.5 15 ก.พ. 2569 นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในช่วงวันที่ 15-17 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นช่วงเทศกาลตรุษจีนที่ชาวไทยเชื้อสายจีนจะมีการสักการะบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์และบรรพบุรุษ โดยการจุดธูปเทียนบูชาเซ่นไหว้ เผากระดาษเงินกระดาษทอง ตลอดจนจุดประทัดตามศาลเจ้าและบ้านเรือน บางพื้นที่มีการจัดงานเฉลิมฉลองจุดพลุ ประทัด และดอกไม้เพลิง ซึ่งอาจเสี่ยงต่อการเกิดอัคคีภัยและอุบัติภัย นอกจากนี้ ช่วงดังกล่าวชาวไทยเชื้อสายจีนมักเดินทางไปท่องเที่ยวสถานที่ต่างๆ ทำให้มีปริมาณรถสัญจรเพิ่มขึ้น เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทางถนน ประกอบกับเป็นช่วงฤดูหนาว ลมแรง อากาศแห้ง เสี่ยงต่อเกิดอัคคีภัย รัฐบาลสั่งการให้ทุกจังหวัดเตรียมความพร้อมป้องกัน เฝ้าระวังสาธารณภัยที่อาจจะเกิดขึ้น โดยให้สำรวจตรวจสอบพื้นที่ที่เสี่ยงต่อการเกิดอัคคีภัย และซักซ้อมการปฏิบัติงานตามแผนเผชิญเหตุ เพื่อให้ปฏิบัติงานได้ทันทีหากเกิดเหตุฉุกเฉิน พร้อมทั้งตรวจตราพื้นที่ชุมชน สถานประกอบการ อาคาร เส้นทางสัญจร และสถานที่ที่จัดงานเทศกาลตรุษจีน ทั้งบนบกและริมตลิ่งให้มีความมั่นคงแข็งแรง ทั้งโป๊ะ ท่าเทียบเรือ และเรือโดยสาร หากพบสภาพไม่ปลอดภัยให้แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบซ่อมแซมโดยเร็ว ในส่วนของผู้ปฏิบัติงานให้เตรียมความพร้อมของกำลังพล อุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ และเครื่องจักรกลสาธารณภัยให้พร้อมปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งอุปกรณ์ดับเพลิง อุปกรณ์กู้ชีพกู้ภัย และไฟฟ้าส่องสว่าง รวมถึงกวดขันการพิจารณาออกใบอนุญาต หรือต่ออายุใบอนุญาตให้ทำ สั่ง นำเข้า หรือค้าดอกไม้เพลิง ตรวจสอบสถานที่เก็บ ทำ หรือค้าดอกไม้เพลิงที่ตั้งอยู่ในย่านชุมชน ให้เป็นไปตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด “เทศกาลตรุษจีน หน่วยงานที่จะจัดงาน ต้องกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยและใช้ความระมัดระวังในการจัดกิจกรรมที่เสี่ยงต่อการเกิดอัคคีภัย โดยเฉพาะการจุดพลุ ประทัด ดอกไม้เพลิงหรือการแสดงที่ใช้เทคนิคพิเศษ (Special Effect) ภายในอาคาร รวมถึงสร้างการรับรู้ให้ประชาชนตระหนักถึงอันตรายจากอัคคีภัย ที่สำคัญขอให้ช่วยกันรณรงค์ลดหรืองดกิจกรรมการเผาทุกชนิด เพื่อลดการเกิดมลพิษทางอากาศและลดปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ” นางสาวอัยรินทร์ กล่าว

