
รัฐบาลคุมเข้มออกกฎระเบียบ 4 ฉบับ เริ่มบังคับใช้แล้ว การนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และข้าวสาลี ปี 2569 ต้องมีหนังสือรับรองปลอดการเผา มีเอกสารข้อมูลแหล่งผลิต หลักฐานที่เกี่ยวข้อง
9 ม.ค. 2569 – นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาล โดยกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ได้ออกกฎระเบียบว่าด้วยการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และข้าวสาลีสำหรับใช้เป็นวัตถุดิบอาหารสัตว์ สำหรับปี 2569 รวม 4 ฉบับ ซึ่งมีผลใช้บังคับตั้งแต่ 1 ม.ค.2569 เพื่อกำกับดูแลการนำเข้าวัตถุดิบอาหารสัตว์อย่างเป็นระบบ ป้องกันสุขภาพประชาชน และยกระดับมาตรฐานสินค้าของไทยตามนโยบายรัฐบาล โดยกฎระเบียบทั้ง 4 ฉบับ สอดคล้องกับมติคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ (นบขพ.) และผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) แล้ว
นางสาวอัยรินทร์ กล่าวว่า โดยกฎระเบียบฉบับแรก คือ ประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กำหนดให้ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เป็นสินค้าที่ต้องมีหนังสือรับรองและต้องปฏิบัติตามมาตรการจัดระเบียบในการนำเข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ.2568 เพื่อกำหนดการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่ปลอดการเผาเป็นการเฉพาะ ซึ่งนับเป็นกฎหมายใหม่ที่เพิ่มเงื่อนไขด้านสิ่งแวดล้อม โดยกำหนดให้ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่นำเข้ามาใช้เป็นวัตถุดิบอาหารสัตว์ ต้องมาจากแหล่งผลิตหรือการทำการเกษตรที่ไม่ใช้วิธีการเผาในกระบวนการเพาะปลูก
“มาตรการดังกล่าว มีเป้าหมายเพื่อลดปัญหาหมอกควันและฝุ่นละออง PM 2.5 ข้ามแดน สนับสนุนเกษตรกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และยกระดับมาตรฐานห่วงโซ่อุปทานสินค้าเกษตรให้สอดรับกับแนวโน้มการค้าโลก โดยผู้นำเข้าจำเป็นต้องจัดเตรียมเอกสาร ข้อมูลแหล่งผลิต และหลักฐานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแสดงว่าสินค้าที่นำเข้าเป็นไปตามเงื่อนไขปลอดการเผาที่กฎหมายกำหนด”นางสาวอัยรินทร์ ระบุ
สำหรับหนังสือที่ต้องแสดงประกอบพิธีการตรวจปล่อยของกรมศุลกากรในการนำเข้า มี 2 รูปแบบ และเนื่องจากในช่วงแรกเป็นช่วงปรับตัวไม่ให้กระทบต่อการนำเข้ามากนัก จึงให้ผู้นำเข้าสามารถใช้ “หนังสือรับรองตนเอง” ตามแบบฟอร์มที่กำหนด ซึ่งต้องมีข้อมูลด้านการเพาะปลูก ที่ตั้งแปลงปลูก และปริมาณการนำเข้าเพื่อให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ หรือสามารถใช้ “เอกสารหลักฐานที่ออกโดยหน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจของประเทศผู้ส่งออก หรือที่ออกโดยหน่วยงานหรือสถาบันที่ได้รับการรับรองหรือมอบหมายจากประเทศผู้ส่งออก หรือที่ออกให้โดยองค์กรที่ได้รับการรับรองอย่างเป็นสากล” เพื่อให้เกิดความคล่องตัวทางการค้า โดยผู้นำเข้าต้องเก็บข้อมูลและเอกสารหลักฐานดังกล่าวเป็นเวลา 5 ปี เพื่อการตรวจสอบย้อนกลับ ทั้งนี้ จะมีหน่วยงานที่ได้รับมอบหมายจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้เป็นหน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจ (Competent Authority : CA) ของไทย เป็นผู้เผยแพร่รายชื่อหน่วยงานที่ออกเอกสารดังกล่าวของประเทศส่งออกให้ทราบต่อไป
รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า กฎระเบียบฉบับที่สองและสาม ได้แก่ ประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง การนำข้าวโพดที่ใช้เป็นวัตถุดิบอาหารสัตว์เข้ามาในราชอาณาจักรตามความตกลงภายใต้เขตการค้าเสรีอาเซียน สำหรับปี 2569 พ.ศ.2568 และระเบียบกระทรวงพาณิชย์ว่าด้วยการออกหนังสือรับรองแสดงการได้รับสิทธิชำระภาษีตามพันธกรณีตามความตกลงการเกษตรภายใต้องค์การการค้าโลก (WTO) สำหรับสินค้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปี 2569 พ.ศ.2568 โดยเป็นการออกกฎหมายในลักษณะต่อเนื่องจากปีก่อน เพื่อใช้เป็นเครื่องมือบริหารจัดการตลาดและปริมาณนำเข้าให้สอดคล้องกับสถานการณ์การผลิตในประเทศ
โดยการใช้สิทธิพิเศษทางภาษีตามความตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน (AFTA/ATIGA) ในปี 2569 กำหนดให้สามารถนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่มีถิ่นกำเนิดและส่งตรงมาจากประเทศสมาชิกอาเซียนได้ไม่จำกัดปริมาณในอัตราภาษีร้อยละ 0 แต่ให้ปรับลดช่วงระยะเวลาในการนำเข้าสำหรับกรณีผู้นำเข้าทั่วไป เหลือ 5 เดือน (ตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ.–30 มิ.ย.2569) เพื่อไม่ให้กระทบต่อผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ของเกษตรกรไทยในช่วงฤดูกาลผลิตหลัก ตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 11 พ.ย.2568 และยังคงข้อกำหนดเอกสารแสดงถิ่นกำเนิดสินค้าหรือเอกสารที่เกี่ยวข้องและด่านที่นำเข้า รวมถึงข้อกำหนดที่ให้องค์การคลังสินค้านำเข้าได้ตลอดทั้งปีไว้ตามเดิม
นางสาวอัยรินทร์ กล่าวว่า การใช้สิทธิพิเศษทางภาษีตามพันธกรณีภายใต้ WTO ในปี 2569 ได้ปรับปรุงคุณสมบัติของผู้นำเข้าและขยายปริมาณการนำเข้าในโควตา WTO จากเดิมที่ให้องค์การคลังสินค้า (อคส.) นำเข้าในปริมาณ 54,700 ตันต่อปี เป็นให้ทั้ง อคส. และผู้นำเข้าทั่วไป นำเข้าในปริมาณ 1 ล้านตันต่อปี ตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 11 พ.ย.2568 ทั้งนี้ กระทรวงการคลังจะเป็นผู้ออกประกาศกำหนดอัตราภาษีนำเข้าดังกล่าว
กฎระเบียบฉบับที่สี่ คือ ระเบียบกระทรวงพาณิชย์ว่าด้วยการขออนุญาตและการอนุญาตให้นำข้าวสาลีเข้ามาในราชอาณาจักร สำหรับปี 2569 พ.ศ.2568 เป็นไปตามแนวทางเดียวกับปีที่ผ่านมา เพื่อให้ภาคอุตสาหกรรมอาหารสัตว์มีวัตถุดิบเพียงพอและต่อเนื่อง โดยไม่ได้เพิ่มเงื่อนไขใหม่ที่มีนัยสำคัญเชิงนโยบายเหมือนกรณีสินค้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์
“รัฐบาลแนะนำให้ผู้ประกอบการนำเข้า ให้ความสำคัญกับกฎระเบียบข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ปลอดการเผาเป็นลำดับแรก เนื่องจากเป็นกฎหมายใหม่ที่มีรายละเอียดด้านเอกสารและการตรวจสอบเพิ่มขึ้นจากเดิม โดยเฉพาะการเตรียมพร้อมปรับระบบจัดหาสินค้าและตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเข้มข้นขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับข้อกำหนดใหม่ของประกาศ ที่มีผลใช้บังคับกับการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากทุกประเทศ ขณะที่กฎระเบียบฉบับอื่นเป็นการดำเนินการตามกรอบเดิมที่ผู้ประกอบการคุ้นเคยอยู่แล้ว” รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ ระบุ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
พาณิชย์เตือนส่งออกไทยเตรียมรับมือสหรัฐฯขึ้นภาษีนำเข้าโดรน
กรมการค้าต่างประเทศเตือนผู้ส่งออกไทยเตรียมรับมือสหรัฐฯ ปรับขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าโดรนและส่วนประกอบ ตั้งแต่ ก.ย.69 แนะตรวจสอบรายการสินค้า วางแผนลดผลกระทบ ทั้งต้นทุน ราคาขาย เหตุตลาดสหรัฐฯ เป็นตลาดส่งออกสำคัญของสินค้ากลุ่มนี้ของไทย
'พาณิชย์' ลุยลดค่าครองชีพประชาชน-ช่วยผู้ประกอบการ ยกทัพสินค้าราคาประหยัดจำหน่ายสินค้าราคาประหยัดให้พี่น้องชาวยะลา ในงาน 'ไทยช่วยไทย ธงฟ้าลดค่าครองชีพ' จังหวัดยะลา
กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เดินหน้ามาตรการลดภาระค่าครองชีพประชาชนและเพิ่มช่องทางการตลาดให้แก่ผู้ประกอบการและเกษตรกรในพื้นที่ ผ่านการจัดงาน “ไทยช่วยไทย ธงฟ้าลดค่าครองชีพ” จังหวัดยะลา
'สุรศักดิ์' ชง 'ไทยเที่ยวไทยพลัส' เข้า ครม. 22 ก.ย.นี้ คาดสะพัด 2 หมื่นล้าน
'สุรศักดิ์' ชง 'ไทยเที่ยวไทยพลัส' เข้า ครม. 22 ก.ย.นี้ ใช้งบเงินกู้ 4 พันล้าน คาดกระตุ้นท่องเที่ยวได้ 2 หมื่นล้าน คุมเข้มโรงแรมฉวยขึ้นราคา บังคับแสดงราคาเทียบปีก่อน
'พาณิชย์' ชี้ตลาด Fresh Snacks จีนโตแรง มูลค่าร่วม 200,000 ล้านบาท โอกาสผู้ประกอบการไทย ดันสินค้าไทยสู่ Next Level เปลี่ยน 'Thai Product' สู่ 'Thai Brand' สร้างมูลค่า
นางสาวสุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่าได้มอบหมายให้สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศทั่วโลกเร่งขยายตลาดสินค้าและบริการไทย ตามนโยบายของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ โดยมุ่งแสวงหาโอกาสทางการค้าใหม่ ๆ และยกระดับสินค้าไทยให้สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ
รบ. การันตี 27 ก.ย. เลือกตั้ง 'บอร์ด สปส.' เพิ่มคูหารองรับ 5 ล้านคน
รัฐบาลการันตี 27 ก.ย. นี้ เดินหน้าเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ขยายคูหา 5 พันหน่วย ลงลึกถึงระดับอำเภอ รองรับผู้ลงคะแนนกว่า 5 ล้านคน
กระทุ้ง 'อ้วน-พท.' เคลียร์ปมรัฐบาลอิ๊งค์จุ้น 'คดีฮั้ว สว.'
นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์การเมือง และอดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ "คดีฮั้ว สว. DSI ถูกรัฐบาลอุ๊งอิ๊งแทรกแซง?" โดยระบุว่า

