ทัพไทย แจงข้อสงสัยชายแดน ไทย-กัมพูชา ตอบชัดต้องการสื่อสารอะไรต่อประชาคมโลก

19 ม.ค.2569-เพจกองบัญชาการกองทัพไทย Royal Thai Armed Forces Headquarters โพสต์ Q&A ประเด็นการสื่อสารรายวัน

Q1: กรณีพบทุ่นระเบิดจำนวนมากในพื้นที่ชายแดน ไทยจะชี้แจงอย่างไร

A: ประเทศไทยให้ความสำคัญสูงสุดต่อความปลอดภัยของทหารและประชาชนในพื้นที่ชายแดน            การตรวจพบทุ่นระเบิดเป็นผลจากการปฏิบัติงานด้านมนุษยธรรมของหน่วยงานที่รับผิดชอบ ซึ่งดำเนินการอย่างโปร่งใสและเป็นไปตามมาตรฐานสากล ไทยยืนยันว่า การเก็บกู้ทุ่นระเบิดมีเป้าหมายเพื่อคุ้มครองชีวิตพลเรือน และลดความเสี่ยงในพื้นที่ ไม่ใช่การกระทำเชิงรุกหรือยั่วยุทางทหาร และพร้อมให้มีการตรวจสอบร่วมในกรอบกลไกที่เหมาะสม

Q2: มีความกังวลว่าทหารไทยเสี่ยงอันตรายจากทุ่นระเบิดจำนวนมาก ไทยมีมาตรการอย่างไร

A: กองทัพไทยได้เพิ่มมาตรการป้องกันความเสี่ยง ทั้งด้านยุทธวิธี อุปกรณ์ และการฝึกเฉพาะทาง         เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่เป็นไปอย่างรอบคอบที่สุด ขอย้ำว่า ภารกิจหลักคือการป้องกันอธิปไตยควบคู่กับ    การคุ้มครองชีวิต โดยยึดหลักมนุษยธรรมและความรับผิดชอบสูงสุด

Q3: กรณีที่มีการเผยแพร่ภาพและเรื่องราวเกี่ยวกับโดรนพลีชีพของกัมพูชา ไทยมองอย่างไร

A: ไทยรับทราบข้อมูลที่ปรากฏในสื่อสังคมออนไลน์ และอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน ตามหลักการ ไทยขอหลีกเลี่ยงการขยายความจากข้อมูลที่ยังไม่ผ่านการตรวจสอบอย่างเป็นทางการ         และขอให้สื่อและสาธารณชนใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูล เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน        หรือบานปลายโดยไม่จำเป็น

Q4: กรณีชาวบ้านและผู้พำนักอาศัยบริเวณตลาดชายแดนร้องเรียนเรื่องการตรวจของเจ้าหน้าที่              ไทยจะชี้แจงอย่างไร

A: การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่เป็นไปตามกฎหมายและมาตรการรักษาความสงบเรียบร้อย            ในช่วงสถานการณ์อ่อนไหว ไทยรับฟังข้อกังวลของประชาชน และพร้อมตรวจสอบข้อเท็จจริง               เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อการประกอบอาชีพของประชาชนโดยไม่จำเป็น ขณะเดียวกันต้องคำนึงถึง      ความมั่นคงและความปลอดภัยโดยรวมเป็นสำคัญ

Q5: ฝ่ายกัมพูชากล่าวหาว่าไทย “รุกราน” และยึดที่ดินชาวกัมพูชา ไทยจะชี้แจงอย่างไร

A: ประเทศไทยขอปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าวโดยสิ้นเชิง ไทยยึดหลักการปกป้องอธิปไตยของตนเอง          มาโดยตลอด โดยไม่รุกล้ำดินแดนของประเทศอื่น ส่วนการคงกำลังตามแนววางกำลังเป็นไปเพื่อรักษา     ความปลอดภัยในพื้นที่ และลดระดับความตึงเครียดตามข้อ 2 ของถ้อยแถลงร่วมที่สองฝ่ายได้ตกลงร่วมกันเมื่อ 27 ธันวาคม 2568 ทั้งนี้ ข้อกล่าวหาใด ๆ ควรได้รับการพิสูจน์ผ่านกลไกที่ทั้งสองฝ่ายยอมรับ        ไม่ใช่ผ่านการกล่าวหาในสื่อหรือโซเชียลมีเดียฝ่ายเดียว

Q6: กัมพูชาอ้างว่าการกระทำของไทยขัดกับข้อตกลงให้พลเรือนกลับพื้นที่ (ข้อ 4) จริงหรือไม่

A: ไทยเคารพถ้อยแถลงร่วมและหลักมนุษยธรรม อย่างเคร่งครัด การดำเนินการใด ๆ ในพื้นที่มีเป้าหมาย   เพื่อความปลอดภัยของพลเรือนเป็นหลัก โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ยังมีความเสี่ยงจากอาวุธหรือทุ่นระเบิด       ไทยพร้อมหารือในกรอบกลไกร่วมเพื่อให้การกลับเข้าพื้นที่ของพลเรือนเป็นไปอย่างปลอดภัย มีศักดิ์ศรี         และยั่งยืน

Q7: สื่อกัมพูชาขอให้ใช้คำว่า “ประเทศไทยรุกรานกัมพูชา” ไทยมีท่าทีอย่างไร

A: ประเทศไทยขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายใช้ถ้อยคำที่สร้างสรรค์ ไม่ยั่วยุ และไม่ตัดสิน การใช้ถ้อยคำรุนแรง      หรือกล่าวโทษฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง อาจทำให้สถานการณ์ซับซ้อนและบั่นทอนความพยายาม                       ในการลดความตึงเครียด ไทยสนับสนุนการใช้ภาษาที่สะท้อนข้อเท็จจริงและการแก้ไขปัญหาผ่านการเจรจา

Q8: กรณีการสร้างภาพยนตร์ Ghost Mountain: Second Killing Field ที่กล่าวหาไทยรุนแรง      ไทยจะตอบโต้หรือไม่

A: ประเทศไทยรับทราบข้อมูลดังกล่าว และขอเน้นย้ำว่า งานสร้างสรรค์ด้านภาพยนตร์ไม่ควรถูกใช้        เป็นเครื่องมือบิดเบือนประวัติศาสตร์หรือปลุกเร้าอารมณ์ความเกลียดชัง ไทยเชื่อว่าการนำเสนอเรื่องราว      ความขัดแย้งควรตั้งอยู่บนข้อเท็จจริงที่ตรวจสอบได้ และคำนึงถึงผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ

Q9: กรณีกัมพูชาให้สัตยาบันอนุสัญญา UNCLOS มีนัยต่อสถานการณ์ชายแดนหรือไม่

A: การให้สัตยาบัน United Nations Convention on the Law of the Sea (UNCLOS) เป็นสิทธิของ    รัฐภาคีและเกี่ยวข้องกับกรอบกฎหมายทางทะเล ไทยมองว่าเรื่องดังกล่าว ไม่เกี่ยวข้องและไม่ควรถูกนำมาเชื่อมโยงหรือใช้เป็นเหตุผลขยายความขัดแย้งทางบก และขอให้แต่ละประเด็นได้รับการพิจารณา            ในกรอบที่เหมาะสม

Q10: สารหลักที่ไทยต้องการสื่อสารต่อประชาคมโลกคืออะไร

A: ประเทศไทยยึดมั่นในการปกป้องอธิปไตยตามกฎหมายระหว่างประเทศ การใช้กำลังอย่างจำกัด         และรับผิดชอบ การคุ้มครองพลเรือนและหลักมนุษยธรรม และการแก้ไขปัญหาผ่านการเจรจาและกลไก     ที่ทั้งสองฝ่ายยอมรับร่วมกัน  ไทยขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายร่วมกันลดความตึงเครียด และมุ่งสู่สันติภาพที่ยั่งยืน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'วันวิชิต' ย้อนเล่า 'บิ๊กเล็ก' เคยเปรยห่วงชายแดน 'ตะวันตก' มากกว่าฝั่ง 'ตะวันออก'

วันวิชิต ระบุไม่คิดว่าเรื่องความขัดแย้งระหว่างกองทัพพม่า กับชนกลุ่มน้อยจะมาเป็นประเด็นร้อนเร็วกว่าที่คาด  รอบนี้ดูพม่าเขาขึงขังกร้าวร้าวเป็นพิเศษ ต้องจับตาดุต่อไป

ผอ.JIC เตือนสติอย่าเอาประวัติศาสตร์มาสร้างความเกลียดชัง ปมหนังเขมรพาดพิงทหารไทย

พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย–กัมพูชา (JIC) ให้สัมภาษณ์กรณีภาพยนตร์กัมพูชาเรื่อง Killing Field 2: Blood Border นำเสนอเหตุการณ์ผู้ลี้ภัยกัมพูชาเมื่อปี 2522 โดยมีภาพทหารไทยใช้ความรุนแรงว่า ประเทศไทยเคารพข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์

ทบ. แจงย้ายตู้คอนเทนเนอร์ ช่องคลาคะมุม ลั่นแนววางกำลังไทยชายแดนยังมั่นคง

ทบ.แจงย้ายตู้คอนเทนเนอร์ช่องคลาคะมุม ยันแนววางกำลังไทยยังมั่นคง! ปรับมาตรการป้องกันแข็งแกร่งขึ้น นำตู้ใช้ประโยชน์ทางทหารพื้นที่อื่น

แบ่ง 5 โซนช่วย 1.2 หมื่นชีวิต ส่งทหารประจำแฟลตคลองจั่น

ศปก.ทภ.1 ผนึก กทม.-ตำรวจ-ปภ. แบ่งพื้นที่แฟลตคลองจั่น 5 โซน ให้ 3 หน่วยหลักรับผิดชอบ จัดรถยกสูง-เรือรับส่ง แจกอาหารน้ำดื่ม ดูแลผู้ป่วย

'บิ๊กดุลย์' ส่งกำลังพลช่วยขนย้ายสัมภาระตกค้างสนามบินสุวรรณภูมิ  ลั่นเดือดร้อนยกหูหาทหารได้ทันที

รมว.กลาโหม นำกำลังพลช่วยขนย้ายสัมภาระตกค้าง ‘สนามบินสุวรรณภูมิ’  ลั่น หากหน่วยทหารอยู่ใกล้พื้นที่ใด สามารถยกหูขอความช่วยเหลือได้ทันที

ทบ.ยกระดับรับมือน้ำท่วม ระดมพล-รถครัว-ทีมแพทย์ เตรียมอากาศยานช่วยพื้นที่วิกฤต

กองทัพบกยกระดับศูนย์บรรเทาสาธารณภัย รับมือฝนตกหนัก-น้ำท่วมหลายพื้นที่ จัดกำลังพลหมุนเวียนช่วยประชาชน