ทบ. แจงสถานการณ์ชายแดนหลังหยุดยิง 1 เดือนยังสงบ ย้ำไทยยึดข้อตกลงหยุดยิงเคร่งครัด โต้กัมพูชายังคงให้ข้อมูลเชิงกล่าวหาต่อฝ่ายไทย ด้วยข้อมูลที่ไม่ครบถ้วน
9 กุมภาพันธ์ 2569 - ที่กองบัญชาการกองทัพบก พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวถึงสถานการณ์ในพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา หลังจากที่มีข้อตกลงหยุดยิง ตามผลการประชุมคณะกรรมาธิการชายแดนทั่วไป (General Border Committee : GBC) ไทย–กัมพูชา สมัยพิเศษ เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 ซึ่งปัจจุบันทั้งสองฝ่ายได้ดำเนินการตามข้อตกลงมาเป็นเวลากว่า 1 เดือนแล้วว่า
“ตั้งแต่เริ่มข้อตกลงหยุดยิง ฝ่ายไทยได้ปฏิบัติตามแถลงการณ์ร่วมอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะมาตรการลดความตึงเครียด ด้วยการหยุดยิงในทันที และการคงกำลังทหารอยู่ในพื้นที่ปัจจุบันโดยไม่มีการเคลื่อนย้ายกำลังที่ตั้งอยู่เพิ่มเติม ตามแถลงการณ์ร่วม (Joint Statement) ในข้อ 2 รวมถึงสร้างสภาพแวดล้อมในพื้นที่ชายแดนให้มีความปลอดภัย ทั้งในการดำเนินการเร่งเก็บกู้ทุ่นระเบิดตกค้าง การซ่อมปรับปรุงเส้นทาง และสถานที่ที่ได้รับความเสียหายจากการถูกโจมตี
นอกจากนี้ ในส่วนของพื้นที่ที่พบว่ามีการใช้เป็นที่ปฏิบัติการทางทหาร และใช้ดำเนินการเกี่ยวกับไซเบอร์สแกม ได้มีการประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจและส่วนที่เกี่ยวข้อง เข้าดำเนินการรวบรวมหลักฐานเพื่อขยายผลในการปราบปรามขบวนการผิดกฎหมายต่อไป ทั้งนี้เป็นไปตามแถลงการณ์ร่วม (Joint Statement) ข้อที่ 10 ซึ่งเน้นความร่วมมือในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ อันจะเกิดผลดีกับชาวไทยและชาวต่างชาติที่ตกเป็นเหยื่อของกลุ่มขบวนการดังกล่าว”
โฆษกกองทัพบก กล่าวเพิ่มเติมว่า อย่างไรก็ตามสถานการณ์ในเวลานี้ยังคงมีข้อกังวล เนื่องจากฝ่ายกัมพูชายังคงมีความเข้าใจผิด และมักนำเสนอข้อมูลทำให้สังคมเข้าใจผิดอยู่ฝ่ายเดียว โดยเฉพาะที่ระบุว่าฝ่ายไทยได้เข้ายึดครองพื้นที่ต่าง ๆ ของฝ่ายกัมพูชา รวมทั้งนำตู้คอนเทนเนอร์มาปิดกั้นเส้นทาง ส่งผลต่อการเดินทางกลับที่อยู่อาศัยของชาวกัมพูชา ซึ่งถือว่าเป็นการกล่าวหาฝ่ายเดียว เอาเฉพาะเรื่องปลายเหตุที่เกิดขึ้นเฉพาะห้วงปัจจุบันมาชี้แจงแบบไม่ครบถ้วน โดยไม่กล่าวถึงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมในอดีตของกัมพูชา ที่มักสนับสนุนให้ทั้งทหารและประชาชนกัมพูชามาทำการรุกล้ำพื้นที่อธิปไตยไทยหลายพื้นที่ตลอดแนวชายแดน
นับเป็นปัญหาที่สะสมมาอย่างยาวนาน ซึ่งฝ่ายไทยไม่เห็นด้วย นำไปสู่การเจรจาพูดคุยและทำการประท้วงตามแนวทางสันติวิธีมาโดยตลอด แต่กัมพูชาเพิกเฉยและไม่เคยมีการแก้ไข จนมาในปัจจุบันจากการที่กัมพูชาได้มีการใช้อาวุธและปฏิบัติการทางทหารต่อฝ่ายไทยในหลายพื้นที่ ทำให้ฝ่ายไทยจำเป็นต้องตัดสินใจใช้อาวุธตอบโต้ไปตามความเหมาะสมในกรอบกฎหมายสากล ตามหลักในการป้องกันตนเอง จึงใช้โอกาสนี้ในการจัดระเบียบพื้นที่ให้เป็นไปตามสิ่งที่ควรจะเป็น ภายใต้กรอบกฎหมายไทยและกฎหมายสากล
ขอยืนยันว่า พื้นที่ที่ฝ่ายไทยได้ควบคุมเฝ้าระวังอยู่ในปัจจุบัน ล้วนอยู่ภายใต้กรอบข้อตกลงตามข้อแถลงร่วมในข้อ 2 ทั้งสิ้น ดังนั้นการดำเนินการปรับปรุงพื้นที่เพื่อความปลอดภัยของฝ่ายไทยในช่วงนี้ย่อมสามารถกระทำได้ และมิได้มีการกระทำผิดในข้อตกลงแต่อย่างใด ที่สำคัญทุกพื้นที่ที่ฝ่ายไทยควบคุมเฝ้าระวังอยู่ในปัจจุบันนั้น ล้วนเคยเป็นที่ตั้งทางทหารของฝ่ายกัมพูชาที่ใช้ในการโจมตีคุกคามกำลังทหารและประชาชน ส่งผลกระทบต่อฝ่ายไทย
สำหรับความพยายามบิดเบือนเกี่ยวกับการใช้อาวุธต่อโบราณสถานต่าง ๆ อาทิ ปราสาทพระวิหาร ปราสาทตาควาย ปราสาทคนา เป็นเพราะกัมพูชาใช้โบราณสถานเหล่านั้นเป็นที่ตั้งปฏิบัติการทางทหาร มีหลักฐานข้อพิสูจน์ชัดเจน จึงทำให้พื้นที่เหล่านั้นไม่ได้รับสิทธิ์ในการคุ้มครองจากการใช้อาวุธ และฝ่ายกัมพูชาจะต้องออกมาแสดงความรับผิดชอบต่อเรื่องนี้ เพราะกัมพูชาเป็นผู้ที่ฝ่าฝืนกติกาสากลชัดเจน
อีกทั้งพบว่ากัมพูชามีแผนที่จะนำคณะสื่อมวลชนและผู้สังเกตการณ์จากต่างประเทศไปลงพื้นที่บริเวณแนวชายแดนไทย-กัมพูชาอยู่บ่อยครั้ง จึงขอเรียนว่า หากกัมพูชาจะให้ข้อมูลใด ๆ เกี่ยวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ขอให้มีความครบถ้วนและตรงไปตรงมา
สำหรับข้อกังวลของฝ่ายกัมพูชาในเรื่องเขตแดนนั้น ตามแถลงการณ์ร่วม (Joint Statement) ได้กำหนดไว้อย่างชัดเจนว่า ข้อตกลงในแถลงการณ์ร่วมไม่ส่งผลกระทบต่อการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนระหว่างสองประเทศ ที่ทั้งสองฝ่ายต้องดำเนินการผ่านกลไกคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (Joint Boundary Commission : JBC) ไทย–กัมพูชา ต่อไปในอนาคต ซึ่งก่อนจะมีการหารือผ่านกลไก JBC นั้น ฝ่ายความมั่นคงต้องมีการประเมินสถานการณ์ความตึงเครียดในพื้นที่ว่าได้ลดระดับลงจนถึงระดับที่น่าไว้วางใจหรือไม่ และต้องมั่นใจได้ว่าพื้นที่ตามแนวชายแดนมีความปลอดภัยจากทุ่นระเบิดอย่างสมบูรณ์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เลือกตั้งชายแดนไทย-กัมพูชา 'ภท.' ยึดสุรินทร์–ศรีสะเกษ 'สระแก้ว' เทียนทองเหนียว 'จันทบุรี-ตราด' ส้มเสียให้น้ำเงิน
ผลเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ 3 ทุ่ม ใน 7 จังหวัดชายแดน ไทย-กัมพูชา ‘ภูมิใจไทย’ ตีแตก ‘สุรินทร์ –บุรีรัมย์’ กวาดยกจังหวัด ศรีสะเกษ แดงพ่ายเหลือ 2 ที่นั่ง เขต 6 ,7 ‘สระแก้ว’ ตระกูลเทียนทองยังเหนียว ส่วน ‘จันทบุรี-ตราด’ แชมป์เก่าพรรคประชาชนเสียให้กับ ภท.
ทร. ยันตั้งตู้คอนเทนเนอร์พื้นที่ 'ทมอดา' ตามแนววางกำลังเดิม ไม่ผิดข้อตกลงหยุดยิง
กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด ได้ดำเนินการวางตู้คอนเทนเนอร์ในพื้นที่ชายแดนบริเวณบ้านท่าเส้น ตำบลชำราก อำเภอเมือง จังหวัดตราด ซึ่งเป็นมาตรการด้านความมั่นคงที่ดำเนินการอย่างรอบคอบ สอดคล้องกับการปฏิบัติตามถ้อยแถลงร่วม (Joint Statement) ที่ทั้งสองประเทศได้ตกลงกันไว้เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2569
หน่วยเลือกตั้งชายแดน ยอมรับกังวลเขมรสร้างสถานการณ์ป่วน
ประธาน และคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง ตามแนวชายแดน อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ เร่งจัดสถานที่เตรียมจัดการเลือกตั้ง สส.และลงประชามติ พรุ่งนี้ 8 ก.พ.69 จนท.ยอมรับแอบกังวลจะเกิดเหตุไม่สงบ แต่ก็พร้อมอพยพทันทีตามแผนที่มีการประชุม วอนเขมรอย่าสร้างสถานการณ์ป่วนเลือกตั้งไทย
กองทัพย้ำวางตัวเป็นกลาง ปรามนักการเมืองเลิกหาเสียงเหน็บแนม
'ผบ.ทบ.' สนับสนุนกำลังพลใช้สิทธิเลือกตั้ง ลงประชามติตามดุลยพินิจส่วนตัว แจงไม่มีการขอใช้พื้นที่ทหารเป็นหน่วยเลือกตั้ง อย่าพาดพิงชี้นำทำคนเข้าใจผิด ย้ำกองทัพวางตัวเป็นกลาง
'กัน จอมพลัง' ขนตู้คอนเทนเนอร์ 20 คัน บุกตราด วางแนวป้องกันจีนเทา-ทหารเขมรก่อกวน
นายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือ กัน จอมพลัง เปิดเผยว่า ในวันพรุ่งนี้ (6 ก.พ.69 ) จะมีขบวนรถขนตู้คอนเทนเนอร์จำนวน 20 คันมุ่งหน้าไปที่ชายแดน จ.ตราด โดยตนได้มีการประสานไปที่ ผู้บัญชาการทหารเรือ ผู้บัญชาการหน่วยนาวิกโยธินและผู้
เขมรยั่วยุไม่เลิก! ยิงลูกระเบิดขนาด 40 มม. ตกใกล้ฐานทหารไทย ที่พลาญหินแปดก้อน
รายงานข่าวจากกองทัพภาคที่ 2 เปิดเผยว่า เกิดเหตุฝ่ายตรงข้ามใช้อาวุธยิงลูกระเบิดขนาด 40 มม. จำนวน 1 ลูก ตกลงในพื้นที่พลาญหินแปดก้อน โดยกระสุนตกบริเวณด้านปีกขวาของฐานปฏิบัติการฝ่ายไทย

