
6 อำเภอ จ.ขอนแก่น ผนึกกำลังสกัดยาเสพติด หลังพบถูกใช้ลำเลียงยาบ้าเข้าพื้นที่ รุกป้อง-ปราบ-บำบัด-ติดตาม ตัดวงจรเสพซ้ำ ด้าน สสส.เปิดข้อมูลสุดอึ้ง คนไทย 1.9 ล้านคนติดหนัก หนุนใช้สูตรชุมชนล้อมรักษ์ แก้ปัญหายั่งยืน ปักหมุด 5 จังหวัดไปต่อภายในปี 70
26 เม.ย.2569 – ที่โรงแรมบายาสิตา ขอนแก่น กรมการปกครอง มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาการเรียนรู้ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกันจัดกิจกรรม “อบรมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพผู้บำบัด เพื่อเสริมความรู้ทักษะในการดูแลผู้ป่วยยาเสพติดอย่างต่อเนื่องในชุมชน” และ “การอบรมพัฒนาศักยภาพชุมชนและอดีตผู้ผ่านการบำบัด เพื่อดูแลผู้ใช้ยาเสพติดอย่างมีส่วนร่วม”
นายประจวบ รักแพทย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า ปัญหายาเสพติดยังเป็นภัยคุกคามความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน รวมถึงความสงบเรียบร้อยของสังคมโดยรวมในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น จากข้อมูลล่าสุดพบว่า ยังมีการลักลอบลำเลียงและกระจายยาเสพติดเข้าสู่พื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะยาบ้า ยาไอซ์ ในพื้นที่โดยเฉพาะ 6 อำเภอ ประกอบด้วย อำเภออุบลรัตน์ อำเภอน้ำพอง อำเภอชุมแพ อำเภอมัญจาคีรี อำเภอหนองเรือ และอำเภอบ้านฝาง ซึ่งได้ขับเคลื่อนมาตรการที่สอดคล้องกับบริบทของแต่ละพื้นที่ ซึ่งหลักๆ คือ บูรณาการฝ่ายปกครอง ตำรวจ และชุมชนในการเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยง เฝ้าระวังกลุ่มเสี่ยง สกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติด ไม่ให้มีการแพร่ระบาดในชุมชน พร้อมนำผู้เสพเข้าสู่กระบวนการบำบัดในระบบสาธารณสุข และมีระบบติดตามหลังการบำบัดเสร็จสิ้น ให้สามารถกลับคืนสู่สังคมได้อย่างปลอดภัย และลดโอกาสกลับไปเสพซ้ำอย่างยั่งยืน ซึ่งการบูรณาการความร่วมมือนี้เพื่อเป้าหมายสำคัญ คือ การลดจำนวนผู้เสพ ผู้ค้า และสร้างสังคมที่ปลอดภัยจากยาเสพติดอย่างยั่งยืน
นายประจวบ กล่าวต่อว่า สำหรับการอบรมในวันนี้ถือเป็นก้าวสำคัญ เป็นการรวมพลังจาก 2 ส่วนหลัก คือ 1. กลุ่มบุคลากรผู้บำบัด ที่ต้องอาศัยทักษะวิชาชีพควบคู่ไปกับความเข้าใจในบริบทใหม่ ๆ เพื่อเป็นพี่เลี้ยงให้แก่ผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพ 2. กลุ่มภาคีเครือข่ายชุมชนและอดีตผู้ผ่านการบำบัด ซึ่งถือเป็นกลไกภาคประชาชนที่เข้มแข็งที่สุด ทั้งนี้ตนขอย้ำว่า ความสำเร็จในการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างยั่งยืนของจังหวัดขอนแก่น จะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากขาดการมีส่วนร่วมของชุมชน (Community-Based Treatment and Care: CBTx) จึงหวังว่าผู้เข้ารับการอบรมจะใช้เวทีนี้ในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และนำองค์ความรู้ที่ได้ไปขับเคลื่อนงานในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม
นางสาวรุ่งอรุณ ลิ้มฬหะภัณ ผู้อำนวยการสำนักงานสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงหลัก สสส. กล่าวว่า สสส.ให้ความสำคัญกับการดำเนินการแก้ปัญหายาเสพติดในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพราะสร้างผลกระทบอย่างรอบด้าน จากข้อมูล ปัจจุบันพบผู้ใช้สารเสพติด 1.6 ถึง 1.9 ล้านคนหรือคิดเป็น 3-4% ของประชากรทั้งหมด เนื่องจากมีราคาถูกเม็ดละ 20-30 บาทเท่านั้น ทั้งนี้ ยาเสพติดจะเข้าไปทำลายสมองส่วนการคิดและมีเหตุผล แล้วไปกระตุ้นสมองส่วนอยากให้รุนแรงขึ้น ทำให้มาตรการแก้ปัญหาแบบเดิมๆ ใช้ไม่ได้ผลเนื่องจากจะเน้นการปราบปรามหรือบำบัดระยะสั้น ขาดการฟื้นฟูต่อเนื่องทำให้ผู้ป่วยกลับเข้าสู่วงจรเดิม ดังนั้นเราจึงต้องปรับเปลี่ยนมุมมองจากผู้เสพคือผู้ป่วยโรคสมองติดยา เมื่อบำบัดจนเสร็จสิ้น แล้วติดตามต่อเนื่องอย่างน้อย 1 ปี จะช่วยลดโอกาสในการกลับไปเสพยาซ้ำได้มากขึ้น ที่สำคัญคือจะต้องร่วมกันทำงานอย่างเป็นระบบตามแนวทางชุมชนล้อมรักษ์ หรือ CBTx คือการให้ชุมชนเข้ามามีบทบาทดูแลอย่างใกล้ชิด ทั้งการให้กำลังใจ การสร้างโอกาส และการพัฒนาอาชีพ จะช่วยยืดระยะเวลาการไม่กลับไปใช้สารเสพติดซ้ำอย่างน้อย 1 ปี
นางสาวรุ่งอรุณ กล่าวต่อว่า แผนปฏิบัติการเชิงรุกพื้นที่ยุทธศาสตร์ 10 จังหวัดในปี 2569-2570 จะเน้นไปที่ 5 จังหวัด คือเชียงใหม่ น่านขอนแก่นอุบลราชธานี และนครศรีธรรมราช เบื้องต้นมี 3 จังหวัดนำร่องพัฒนาอำเภอต้นแบบร่วมกับสำนัก 1 คือนครปฐม อุดรธานีและนครพนม ส่วน 2 จังหวัดที่มีความร่วมมืออยู่แล้วคือกระบี่และบุรีรัมย์ อย่างไรก็ตามการขับเคลื่อนชุมชนล้อมรักษ์ระดับจังหวัดนั้นจำเป็นต้องได้รับแรงสนับสนุนเชิงนโยบาย ซึ่งกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงสาธารณสุข ต้องร่วมกันกำหนดนโยบายสนับสนุนให้ทุกภาคส่วนทำงานสอดประสานกันสร้างกลไกป้องกันและแก้ปัญหาโดยใช้ชุมชน เป็นฐาน อย่างเป็นระบบ ทำงานแบบบูรณาการ ร่วมกันทั้งหน่วยงานรัฐและชุมชนอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้สามารถลดปัจจัยเสี่ยงได้อย่างแท้จริง
นพ.ชาญชัย ธงพานิช ผู้อำนวยการโรงพยาบาลธัญญรักษ์ขอนแก่น กล่าวว่า ปัจจุบันมีการเปิดมินิธัญญารักษ์ แล้ว 400 กว่าแห่ง เฉพาะขอนแก่นมีประมาณ 3-4 แห่ง รับดูแลระยะกึ่งวิกฤต หรือหลังภาวะฉุกเฉินผ่านการดูแลจากโรงพยาบาลชุมชนแล้วอาการดีขึ้น แต่ยังไม่สามารถกลับบ้านได้ ยังต้องการการติดตาม จึงส่งไปยังโรงพยาบาลชุมชนที่เปิดมินิธัญญารักษ์ เพื่อให้โรงพยาบาลที่ดูแลก่อนหน้านี้มีพื้นที่ในการดูแลผู้ป่วยรายอื่นต่อไป ยืนยันว่าไม่ได้ซ้ำซ้อนกับศูนย์พักคอย ซึ่งตามพ.ร.บ.ยาเสพติด จะมีหน่วยบริการสำหรับดูแลผู้ป่วยยาเสพติด 4 ประเภท คือ 1.ศูนย์คัดกรอง อยู่ตามรพ.สต.หรือหน่วยที่ตั้งขึ้น 2. สถานพยาบาลที่ดูแลโดยพยาบาล แพทย์ ทำการบำบัดฟื้นฟู 3.สถานฟื้นฟู อย่างมินิธัญญารักษ์ ทำหน้าที่ฟื้นฟูสมรรถภาพ ไม่ได้มีการให้ยาหรือทำหัตถการต่างๆ และ 4. ศูนย์ฟื้นฟูสภาพทางสังคม ทำหน้าที่ติดตาม ช่วยเหลือ หลังจากที่คนไข้ผ่านการฟื้นฟูในสถานพยาบาล หรือสถานฟื้นฟูแล้ว เพื่อทำให้เขามีงานทำ เรียนได้ มีที่พัก เป็นต้น ซึ่งซีไอก็คือส่วนนี้
“จากข้อมูลสถิติตัวเลขทั้งประเทศ ผู้ที่เข้ารับการดูแลในมินิธัญญารักษ์นั้นค่อนข้างน่ากังวล เพราะตัวเลขอายุน้อยลงเรื่อยๆ บำบัด แต่เดิมเป็นวัยทำงานตอนกลาง หรือประมาณ 30-40 ปี แล้วค่อยๆ ขยับลงมา ตอนนี้ราวๆ 22-23 ปี เท่ากับว่า เป็นช่วงที่เรียนมหาวิทยาลัยใกล้จะจบ และกลุ่มเด็กก็เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ ฉะนั้นเรากังวลว่าไม่ว่าจะวัยทำงานตอนต้นหากใช้ยาแล้วไม่ได้รับการดูแล อนาคตเขาจะเป็นแรงงานที่อาจมีปัญหา รวมถึงเด็กรุ่นถัดมาหากไม่จัดการก็จะมีปัญหา ดังนั้นสสส.จึงมีกระบวนการการส่งเสริมป้องกัน” นพ.ชาญชัย กล่าว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
“รองนายกฯทรงศักดิ์” ปลื้ม 2 แนวคิด “ชุมชนนำ” - “เลี้ยงเด็กหนึ่งคนใช้คนทั้งหมู่บ้าน” ของ สสส.และภาคีเครือข่ายได้ผล ช่วยสร้างนิเวศการเติบโตของเด็กเข้มแข็ง มีเด็ก-ครอบครัวได้รับประโยชน์ 14,730 คน เด็กมีความสุขเพิ่มขึ้น 73.95 %
วันที่ 16 มิ.ย.2569 ที่โรงแรมทีเคพาเลซ แอนด์คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับสถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดเวทีสื่อสารสาธารณะ “ครอบครัวยิ้ม” ภายใต้แนวคิด “ชุมชนนำ” และ “เลี้ยงเด็ก 1 คน ใช้คนทั้งหมู่บ้าน”
เด็กไทยป่วยโรค EVALI พุ่งจากบุหรี่ไฟฟ้า เร่งออกกม.กำหนดอายุเสพนิโคตินเด็ดขาด
แม้ประเทศไทยจะเป็น 1 ใน 41 ประเทศของโลกที่ประกาศห้ามนำเข้าและจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าอย่างเด็ดขาด แต่ในความเป็นจริง บุหรี่ไฟฟ้ากลับยังคงแพร่ระบาดอย่างหนัก โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและเยาวชน
รัฐบาลโชว์ผลงานปราบเครือข่ายตัดทุนค้ายาเสพติด! ลุย 2 เดือน อายัดทรัพย์ทะลุ 1 หมื่นล้านบาท
นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในช่วงกว่า 2 เดือนที่ผ่านมา (1 เมษายน – 10 มิถุนายน 2569) รัฐ
สสส.เปิดรายงานสุขภาพคนไทยปี 69 พบวิกฤตเด็กเกิดน้อย สังคมแก่ตัว ข้อมูลท่วมท้น เจ็บป่วยนาน
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดตัว “รายงานสุขภาพคนไทย ปี 2569” นำเสนอสัญญาณเตือนสำคัญของสังคมไทย ผ่าน 10 ตัวชี้วัด ภายใต้แนวคิด “การเปลี่ยนแปลงทางประชากรกับสุขภาพคนไทย” ที่สะท้อนแนวโน้มการเกิดน้อย สังคมสูงวัย และโครงสร้างครอบครัวที่เปลี่ยนแปลง พร้อมเปิด 10 สถานการณ์เด่นทางสุขภาพ
Design Hero 2025 ปั้นนักสื่อสารสุขภาวะรุ่นใหม่ พลังสร้างสรรค์สู้ภัยบุหรี่ไฟฟ้าเพื่ออนาคตเยาวชน
ในวันที่บุหรี่ไฟฟ้ากำลังกลายเป็นภัยเงียบที่แทรกซึมเข้าสู่ชีวิตเด็กและเยาวชนไทยอย่างรวดเร็ว การสร้างความรู้และภูมิคุ้มกันทางความคิดให้คนรุ่นใหม่จึงเป็นภารกิจสำคัญที่ต้องอาศัยพลังจากทุกภาคส่วน
วิทยาลัยเทคโนโลยีภาคตะวันออก (อี.เทค) ชนะเลิศ คว้าผลงาน “เวลคัมทูเลิกบุหรี่”ฉายโรงภาพยนตร์SF ภาคตะวันออก
การใช้บุหรี่ไฟฟ้าในเยาวชนไทยนิวไฮพุ่งต่อเนื่อง จากเดิม7หมื่นรายพุ่งพรวดเป็น9แสนคนในช่วงไม่กี่ปี และกำลังทยานสู่หลักล้านอย่างรวดเร็ว ด้วยแผนการตลาดของบริษัทบุหรี่แบรนด์โลกเข้าถึงกลุ่มเยาวชนคืออนาคต

