“บิ๊กดุลย์” นำ “กอ.รมน. - สมช.- ศอ.บต.” พบเครือข่ายการศึกษาศาสนาอิสลาม จชต. เคลียร์ใจ ลดเงื่อนไขความขัดแย้ง ยืนยันหลักการไม่แทรกแซงแต่ร่วมมืออย่างให้เกียรติและเคารพศักดิ์ศรี ภายใต้กรอบกม.สิทธิมนุษยชน หวังสร้างความเชื่อมั่นในระยะยาวขับเคลื่อนแนวทาง “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา”
28 เมษายน 2569 - พ.อ.หญิง ดร.นุสรา วรภัทราทร รองโฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า วันนี้ (28 เมษายน 2569 เวลา 15.30 น.) พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วยพลเอก ธราพงษ์ มะละคำ ปลัดกระทรวงกลาโหม ผู้แทนกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) และคณะ ให้การต้อนรับคณะจากศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) และผู้บริหารเครือข่ายองค์กรการศึกษาด้านศาสนาอิสลามในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นและรับฟังแนวทางการพัฒนาการศึกษา ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการเสริมสร้างความมั่นคงและความสงบสุขในพื้นที่ ณ ห้องยุทธนาธิการ ศาลาว่าการกลาโหม
การหารือครั้งนี้มุ่งสร้างความร่วมมือในการพัฒนาเยาวชน ลดเงื่อนไขความขัดแย้ง และเสริมสร้างความเข้าใจ ความไว้วางใจ และความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับภาคการศึกษา อันเป็นรากฐานสำคัญของการแก้ไขปัญหาในพื้นที่อย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ ภาครัฐให้ความสำคัญต่อ บริบททางประวัติศาสตร์ อัตลักษณ์ และวิถีชีวิตของประชาชนในพื้นที่ โดยยึดหลัก “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” เป็นแนวทางในการดำเนินงาน เพื่อสร้างการยอมรับและความไว้วางใจอย่างแท้จริง ควบคู่กับการเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการกำหนดอนาคตร่วมกัน
พร้อมกันนี้ ภาครัฐยืนยันให้ความสำคัญต่อสถาบันการศึกษาศาสนา ทั้งโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม สถาบันปอเนาะ และตาดีกา ในฐานะหุ้นส่วนการพัฒนาที่มีบทบาทสำคัญในการหล่อหลอมเยาวชนทั้งด้านศาสนา คุณธรรม และวิถีชีวิต โดยการดำเนินงานจะขับเคลื่อนควบคู่ทั้งมิติความมั่นคงและการพัฒนา โดยมุ่งสร้างโอกาสทางการศึกษา ลดความเหลื่อมล้ำ เคารพอัตลักษณ์ทางศาสนาและวัฒนธรรม
พร้อมเสริมสร้าง “ภูมิคุ้มกันทางความคิด” ให้เยาวชนสามารถรับมือกับข้อมูลข่าวสารที่บิดเบือน และอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรมได้อย่างเข้าใจ ซึ่งแนวทางการทำงานของภาครัฐยึดหลักไม่แทรกแซง แต่ร่วมมือ โดยให้เกียรติและเคารพศักดิ์ศรีของประชาชน ภายใต้กรอบกฎหมาย สิทธิมนุษยชน และความโปร่งใส เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในระยะยาว
กระทรวงกลาโหมเชื่อมั่นว่า การสร้างสันติสุขในจังหวัดชายแดนภาคใต้จะเกิดขึ้นได้จากความร่วมมือของทุกภาคส่วน บนพื้นฐานของความเข้าใจในประวัติศาสตร์ และการพัฒนาที่ตอบโจทย์ประชาชนอย่างแท้จริง อันจะนำไปสู่ความสงบสุขอย่างยั่งยืนในระยะยาว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
โฆษก ทบ. มองคดียิง 'สส.กมลศักดิ์' เป็นเรื่องทางสังคม ไม่ใช่ความมั่นคง
พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวถึงกรณี นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ ไปแจ้งความเพิ่มเติม 2 ทหาร ในคดีลอบยิง คาดเป็นผลจากการไปช่วยชาวบ้าน และอาจขัดแย้งกับฝ่ายความมั่นคง ว่า เรื่องนี้เป็นคดีความทางสังคม
วิโรจน์ขอโทษ ยิง‘กมลศักดิ์’ ปัดทหารเอี่ยว
เบิกตัว "ร.อ.วิโรจน์" ผู้ต้องหาคดีลอบยิง สส.พรรคประชาชาติสอบปากคำเพิ่ม ก่อนฝากขังศาล เจ้าตัวเอ่ยขอโทษ ยืนยันไม่มีหน่วยทหารเกี่ยวข้อง ไม่รู้ว่ารถที่ใช้ก่อเหตุเป็นรถของ กอ.รมน. ขณะที่ตำรวจเร่งขยายผลหาผู้บงการ
'บิ๊กดุลย์' เข้ากลาโหม บวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เรียกถก 'ผบ.เหล่าทัพ'
'บิ๊กดุลย์' เข้ากระทรวงกลาโหม รับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ บวงสรวง 7 สิ่งศักดิ์สิทธิ์ เดินตรวจแถว 3 เหล่าทัพ ก่อนเรียก ผบ. หารือช่วงบ่าย
'อภิสิทธิ์' ชำแหละนโยบายชายแดนใต้ฉบับปี 68-70 ใช้เนื้อหาเดิม กลับตั้งเป้าเหตุรุนแรงต้องสงบในปีหน้า
"อภิสิทธิ์" ซัดนโยบายดับไฟใต้ 68-70 ซ้ำรอยของเก่า ทั้งที่เลือดยังไหล-เหตุรุนแรงยังพุ่ง จี้รัฐบาลตอบให้ชัด มีอะไรรับประกันว่าสถานการณ์จะสงบได้ภายในปีหน้า ย้ำทางออกแท้จริงไม่ใช่แค่ปราบปราม แต่ต้องกล้าเผชิญ “คำตอบทางการเมือง-กระจายอำนาจ”
'อนุทิน' ให้อำนาจ 'วันนอร์' สั่งการแก้ชายแดนใต้ในนามนายกฯได้เลย
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า เพื่อเข้าพบ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย จากนั้นเวลา 15.50น. นายอนุทิน ได้ลงจากตึกไทยคู่ฟ้า เพื่อส่งนายวันมูหะมัดนอร์ ขึ้นรถเดินทางกลับ จากนั้นนายอนุทิน ให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้นายวันมูหะมัดนอร์ เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งที่ปรึกษานายกฯ และมีห้องทำงานในทำเนียบฯ จึงนัดเข้ามาหารื
'วันนอร์' ขอบคุณนายกฯ เกาะติดคดีลอบยิง สส.กมลศักดิ์ จับผู้ต้องหาได้ครบ 5 คน
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และประธานที่ปรึกษาพรรคประชาชาติ กล่าวก่อนเข้าพบนายกรัฐมนตรี ว่า ขอบคุณนายกฯที่ลงไปในพื้นที่ภาคใต้ และได้ไปกำชับในเรื่องคดีของนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ ซึ่งในที่สุดสามารถจับผู้ต้องหาที่ตำรวจออกหมายจับทั้ง 5 คนได้แล้วเมื่อวันที่ 22 เม.ย.

