ทภ.2 แจงกัมพูชาพาคณะผู้ช่วยทูตทหารประจำกัมพูชา เข้ามาในบริเวณใกล้พื้นที่อาคารตึกสแกมเมอร์ ที่ตั้งอยู่ใกล้แนวลวดหนามฝ่ายไทย วางกำหนด เขตความปลอดภัย ยันใช้มาตรการเบาจุดประทัด 3 นัด คุมสถานการณ์ ทำคณะเขมรร่นถอย
29 เมษายน 2569 - กองทัพภาคที่ 2 ชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีเหตุการณ์บริเวณพื้นที่ ช่องจอม (โอร์สเม็ด) ภายหลังได้รับรายงานจากกองกำลังสุรนารีเกี่ยวกับสถานการณ์เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2569 เวลาประมาณ 10.30 น. ว่า ฝ่ายกัมพูชาได้นำคณะ ผู้ช่วยทูตทหารประจำกัมพูชา เข้ามาในบริเวณใกล้พื้นที่อาคารที่มีการลักลอบกระทำผิดกฎหมาย (ตึกสแกมเมอร์) ซึ่งตั้งอยู่ใกล้แนวลวดหนามที่ฝ่ายไทยจัดวางไว้เพื่อกำหนดขอบเขตความปลอดภัย
ทั้งนี้ ฝ่ายทหารไทยที่ปฏิบัติหน้าที่ประจำพื้นที่ได้ดำเนินการแจ้งเตือนตามขั้นตอนมาตรฐาน ให้ถอยห่างออกจากแนวลวดหนาม เพื่อป้องกันการกระทบกระทั่งและลดความเสี่ยงต่อการเกิดสถานการณ์ไม่พึงประสงค์ อย่างไรก็ตาม ฝ่ายกัมพูชายังคงมีพฤติกรรมเข้าใกล้แนวพื้นที่ดังกล่าว และมีการแสดงออกในลักษณะยั่วยุ เช่น การถ่ายภาพบริเวณหน้าแนวลวดหนาม
จากสถานการณ์ดังกล่าว และเมื่อทราบว่ามีคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียนร่วมอยู่ด้วย ฝ่ายทหารไทยจึงใช้มาตรการควบคุมสถานการณ์ในระดับต่ำ โดยการจุดประทัดเสียงจำนวน 3 นัด ภายในบริเวณอาคารด้านใน เพื่อเป็นสัญญาณแจ้งเตือนให้หยุดการเคลื่อนที่และถอยออกจากพื้นที่เสี่ยง ซึ่งเป็นไปตามกฎการใช้กำลัง (Rules of Engagement: ROE) อย่างเคร่งครัด ส่งผลให้ฝ่ายกัมพูชาหยุดการเคลื่อนที่ และนำคณะผู้สังเกตการณ์ถอยออกจากแนวลวดหนามโดยสงบ
กองทัพภาคที่ 2 ยืนยันว่า ไม่มีการใช้อาวุธปืนหรือกำลังร้ายแรงใด ๆ ในเหตุการณ์ดังกล่าว โดยการปฏิบัติของฝ่ายไทยเป็นไปด้วยความยับยั้งชั่งใจ และคำนึงถึงความปลอดภัยของทุกฝ่ายเป็นสำคัญ
นอกจากนี้ กองทัพภาคที่ 2 ระบุว่า ในช่วงที่ผ่านมา ฝ่ายกัมพูชามีพฤติกรรมยั่วยุในลักษณะต่าง ๆ ตามแนวชายแดนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงเวลากลางคืน เช่น การขับขี่รถจักรยานยนต์เข้าใกล้แนวลวดหนามพร้อมเร่งเครื่องส่งเสียงดัง รวมถึงการแสดงท่าทีเสมือนใช้อาวุธหนัก เพื่อหวังให้เกิดความหวาดกลัวหรือยั่วยุให้ฝ่ายไทยตอบโต้
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ทหารไทยยังคงยึดมั่นในระเบียบวินัย ความอดทนอดกลั้น และการปฏิบัติตามกฎการใช้กำลังอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันไม่ให้สถานการณ์บานปลาย รักษาเสถียรภาพความมั่นคงบริเวณชายแดน และคงไว้ซึ่งความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศต่อไป.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ทภ.2 สกัดจับชาวเวียดนาม 12 ราย ลักลอบเข้าชายแดนช่องสะงำ ศรีสะเกษ
กองทัพบก ได้รับรายงานจากกองทัพภาคที่ 2 โดยหน่วยเฉพาะกิจที่ 3 กองกำลังสุรนารี กรณีต
Big Cleaning Day ชายแดนจันทบุรี สกัดทำผิดกม.ครบวงจร
ทร. เปิดปฏิบัติการเชิงรุก “Big Cleaning Day” ปูพรมพื้นที่ชายแดนจันทบุรี สกัดวงจรผิดกฎหมายครบวงจร ย้ำชัดไม่ปล่อยให้ใช้ไทยเป็นฐาน
อดีตบิ๊กข่าวกรอง ชี้ MOU43 สิ้นมนต์ขลัง 'สว.'ยกเลิกแล้วเหลือมติ ครม. หวัง 'นายกฯ' จะไม่เปลี่ยนไปจากหาเสียง
นันทิวัฒน์ ระบุเอ็มโอยู 43 สิ้นมนต์ขลังแล้ว สว.มีมติยกเลิกแล้วเหลือมติครม. แต่คนบางฝ่ายยังกอดเอ็มโอยูไว้แน่น ไม่อยากเลิก ยังเห็นมุมดีมีประโยชน์ ยังอาศัยเป็นกรอบในการเจรจากันได้
โคม่า! รพ.อุ้มผางเซ่นพิษ 2 วิกฤติหนัก
รพ.อุ้มผาง วิกฤตหนัก เงินหมุนเวียนเหลือ 3 ล้าน สวนทางหนี้ท่วม 50 ล้าน ด้าน “หมอวี” จี้ปมเบิกจ่าย สปสช.ล่าช้าทำพิษ ทำ รพ.ชายแดนแบกภาระหนักรักษาเพื่อนมนุษย์ต่อไม่ไหว
แม่ค้าชายแดนทรุด! ศึกเขมรเพิ่งซา พิษน้ำมันซ้ำ วอนรบ.ช่วยด่วน
แม่ค้าที่เปิดร้านขายไก่ทอด หมูปิ้ง ไส้กรอกย่าง ข้าวเหนียว และอาหารตามสั่งริมถนน ในหมู่บ้านตามชายแดนไทย-กัมพูชา อำเภอละหานทราย จ.บุรีรัมย์ เริ่มได้รับผลกระทบ
มหกรรมมวยไทยนานาชาติ 'น้ำยืนไฟต์'หน้าเทศบาลอ.น้ำยืน ลดความตึงเครียดชายแดน
"น้ำยืนไฟต์ เดือดแน่!" ส.ส.กังฟู" วสวรรธน์ พวงพรศรี หัวหน้าพรรคไทรวมพลัง , นายสมศักดิ์ บุญประชุม ส.ส.เขต 10 จ.อุบลราชธานี พรรคไทรวมพลัง , นายสมชัย ริทัศน์โส ปลัดอาวุโส ผู้แทนนายอาทิตย์ บุษบา นายอำเภอน้ำยืน , "เสี่ยโก้" นายก่อเกียรติ พาณิชยารมณ์ และนายสรวีร์ ฤทธิชัย ร่วมแถลงข่าวมหกกรรมมวยไทยนานาชาติ "งานประเพณีบวงสรวงสักการะศาลเจ้าพ่อหลักเมือง สืบสานวัฒนธรรม 4 ชนเผ่าชาวอำเภอน้ำยืน ประจำปี 2569 "น้ำยืนไฟต์" 19 มี.ค.69 ที่เวทีมวยชั่วคราวลานหน้าเทศบาลอำเภอน้ำยืน จ.อุบลราชธานี

