30 เมษายน 2569 - ดร.สนธิ คชวัฒน์ ผู้ทรงคุณวุฒิและนักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า หลากหลายมุมโครงการ Landbridge (แลนด์บริดจ์)ของไทยกับผลกระทบด้านต่างๆ
โครงการ Landbridge (แลนด์บริดจ์) ของไทย คืออภิมหาโปรเจกต์มูลค่ากว่า 1 ล้านล้านบาท ที่ออกแบบมาเพื่อเชื่อมต่ออ่าวไทย (จังหวัดชุมพร) และทะเลอันดามัน (จังหวัดระนอง) ด้วยเส้นทางขนส่งทางบกระยะทางประมาณ 90 กิโลเมตร ประกอบด้วยท่าเรือน้ำลึกทั้งสองฝั่ง มอเตอร์เวย์ 6 เลน และรถไฟทางคู่ เพื่อเป็นทางเลือกใหม่แทนการเดินเรือผ่านช่องแคบมะละกาที่เริ่มมีความหนาแน่นสูง
1. มุมมองทางเศรษฐกิจและการลงทุน เป้าหมายระดับชาติ
1.1.รัฐบาลไทยมุ่งหวังให้โครงการนี้เป็น "เครื่องยนต์เศรษฐกิจตัวใหม่" โดยคาดการณ์ว่าจะช่วยเพิ่ม GDP ของภาคใต้จาก 2% เป็น 10% ติดต่อกันอย่างน้อย 10 ปี และสร้างงานกว่า 280,000 ตำแหน่ง
1.2.การดึงดูดนักลงทุน รัฐบาลได้จัดทำ Roadshow เพื่อดึงดูดนักลงทุนจากต่างประเทศ เช่น จีน ญี่ปุ่น สิงคโปร์ และตะวันออกกลาง โดยมีรูปแบบการลงทุนแบบ Public-Private Partner ship (PPP)
1.3.ข้อกังขาเรื่องความคุ้มค่า นักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญด้านการเดินเรือบางส่วนตั้งคำถามว่าโครงการนี้จะคุ้มทุนหรือไม่ โดยนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญแสดงความกังวลว่าการขนถ่ายสินค้าจากเรือลงรถไฟหรือถนนเพื่อข้ามฝั่ง (Double Handling) อาจทำให้ต้นทุนสูงกว่าการเดินเรือผ่านช่องแคบมะละกาแบบเดิมซึ่งอาจไม่ดึงดูดใจผู้ประกอบการเดินเรือระดับโลก
2. มุมมองด้านสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ
2.1.ผลกระทบต่อระบบนิเวศ
นักอนุรักษ์กังวลว่าการก่อสร้างจะทำลายป่าชายเลนและทางเดินสัตว์ป่าในพื้นที่ระนองและชุมพร ซึ่งเป็นจุดที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูงและมีสัตว์เฉพาะถิ่นหลายชนิด
2.2.ความเสี่ยงต่อการประมงและท่องเที่ยว ชาวบ้านในพื้นที่กังวลว่าการถมทะเลเพื่อสร้างท่าเรือและการสัญจรของเรือบรรทุกสินค้าขนาดใหญ่จะทำลายแหล่งปะการัง หญ้าทะเล และพื้นที่ทำการประมงพื้นบ้าน ซึ่งเป็นรายได้หลักของชุมชน
3.มุมมองด้านชุมชนและสิทธิมนุษยชน การเวนคืนที่ดิน
3.1.เกษตรกรชาวสวนทุเรียน (ซึ่งเรียกว่า"ทองคำเขียว") ในพื้นที่อำเภอพะโต๊ะ จังหวัดชุมพร กังวลเรื่องการสูญเสียที่ดินทำกินที่สร้างรายได้มหาศาลต่อปีโดยมองว่าค่าชดเชยไม่สามารถทดแทนรายได้ที่มั่นคงในระยะยาวได้
3.2.การมีส่วนร่วมและความโปร่งใส กลุ่มเครือข่ายรักษ์พะโต๊ะและเอ็นจีโอหลายกลุ่มวิจารณ์ว่ารัฐบาลขาดความโปร่งใสในข้อมูล และกระบวนการรับฟังความคิดเห็นยังไม่ครอบคลุมผู้ได้รับผลกระทบอย่างแท้จริง
4.มุมมองด้านภูมิรัฐศาสตร์ (Geopoli tics)
4.1.ความมั่นคงทางทะเล โครงการนี้ถูกมองว่าเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่ช่วยลด "Malacca Dilemma" หรือความเสี่ยงจากการพึ่งพาช่องแคบมะละกาเพียงจุดเดียว ซึ่งส่งผลดีต่อความมั่นคงด้านพลังงานของจีนและญี่ปุ่น
4.2.การแข่งขันในภูมิภาคอาจส่งผล
กระทบต่อผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของสิงคโปร์และมาเลเซียที่ครองส่วนแบ่งการขนส่งในปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่ามาเลเซียเองก็มีโครงการรถไฟทางคู่ ECRL ที่เป็นคู่แข่งโดยตรง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'สามารถ' ชี้หยุดแลนด์บริดจ์ได้แต่อย่าหยุดโครงการเชื่อม 2 ฝั่งทะเล
ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า พับแลนด์บริดจ์... แต่ไม่พับแนวคิด
จบแล้วแลนด์บริดจ์! 'เอกนิติ' เปิดผลศึกษาไม่คุ้มค่าทางเศรษฐกิจ ผลกระทบสิ่งแวดล้อมสูง
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แถลงสรุปผลการศึกษาของคณะกรรมการศึกษาแนวทางขับเคลื่อนโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งเพื่อเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน
'ภัณฑิล' ถาม 'พิพัฒน์' เหตุใดลมเปลี่ยนทิศ ดันแลนด์บริดจ์ไม่สำเร็จ หันมาย้ายท่าเรือคลองเตย
นายภัณฑิล น่วมเจิม สส.กทม. พรรคประชาชน กล่าวถึงกรณีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เตรียมจะย้ายท่าเรือคลองเตยไปยังท่าเรือแหลมฉบัง และพัฒนาพื้นที่เป็นเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ (Entertainment Complex) โดยไม่มีกาสิโน ว่า หลังเลือกตั้งใหญ่ ตนเคยพูดคุยกับนายพิพัฒน์เกี่ยวกับเรื่องท่าเรือคลองเตย
ชูลงทุน 'Missing Links' ทดแทนแลนด์บริดจ์
นายกฯ ทบทวนแลนด์บริดจ์ ปรับแผนเร่งลงทุน 'Missing Links' เชื่อมไทยสู่ฮับโลจิสติกส์อาเซียน
รับเปลี่ยนชื่อใหม่ ไม่มีแลนด์บริดจ์ ยังเชื่อม2ฝั่งอ่าว
“พิพัฒน์” รับเต็มปาก "แลนด์บริดจ์" ไม่มีแล้ว ลุยทบทวนแผน-เคาะชื่อใหม่
รัฐบาลเร่งแก้ Missing Link เชื่อมระบบราง-ถนน ชี้โครงการแลนด์บริดจ์ยังศึกษาต่อ
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเปิดเผยภายหลังการหารือกับนักลงทุนจีนว่า นักลงทุนจีนมีความเชื่อมั่นในศักยภาพของไทยอย่างมาก โดยเฉพาะความพร้อมด้านสาธารณูปโภคพื้นฐานที่รองรับการลงทุนได้จริง

