ครม. ไฟเขียวร่างระเบียบ 'แบ่งปันข้อมูลดิจิทัล' เชื่อมโยงรัฐอย่างไร้รอยต่อ 

5 พฤภาคม 2569 - ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบหลักการร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการแบ่งปันข้อมูลดิจิทัล พ.ศ. .... สาระสำคัญ คือ การกำหนดกลไกการแบ่งปันแลกเปลี่ยนเชื่อมโยงและบูรณาการข้อมูลของหน่วยงานของรัฐ  เช่น กำหนดให้มีระบบกลาง เพื่อการแบ่งปันข้อมูล  หลักเกณฑ์เงื่อนไขและวิธีการแบ่งปันข้อมูล  เพื่อให้หน่วยงานของรัฐสามารถจัดทำและครอบครองข้อมูลดิจิทัลระหว่างหน่วยงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ  มีการบริหารจัดการข้อมูลที่ดีสอดคล้องกับหลักธรรมาภิบาล  ตามเป้าหมายและนโยบายของรัฐบาลในการบริหารภาครัฐและการปฏิรูปกฎหมาย โดยเฉพาะราชการทันใจ เพื่อประโยชน์ในการบริหารราชการแผ่นดิน

ทั้งนี้ ปัจจุบันประเทศไทยได้นำข้อมูลขนาดใหญ่หรือ big data และเทคโนโลยีสารสนเทศที่ทันสมัยมาเป็นกลไกในการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัลเพื่อยกระดับสภาพเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ  อย่างไรก็ตาม การดำเนินการดังกล่าวยังคงมีปัญหาและอุปสรรคที่สำคัญ ทำให้การแบ่งปันข้อมูลระหว่างหน่วยงานของรัฐเป็นไปอย่างล่าช้าและไม่สามารถนำทรัพยากรข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงวิเคราะห์เพื่อยกระดับการบริหารราชการแผ่นดินได้อย่างเป็นรูปธรรม ดังนั้น รัฐบาลจึงมีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องมีกลไกในการบริหารจัดการข้อมูล สำหรับกรณีฉุกเฉินที่มีความจำเป็นเร่งด่วนในการจัดการภัยพิบัติที่เกิดขึ้นในระยะเฉพาะหน้า และเพื่อเตรียมการรับมือภัยพิบัติและสถานการณ์ฉุกเฉินต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นในระยะยาว  

น.ส.รัชดา กล่าวว่า สำหรับร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าการแบ่งปันข้อมูลดิจิทัล พ.ศ. .... มีสาระสำคัญ เช่น กำหนดคำนิยาม ด้านข้อมูลดิจิทัล ระบบกลางเพื่อการแบ่งปันข้อมูลและสำนักงานสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่องค์การมหาชน (สขญ.) กำหนดให้หน่วยงานของรัฐดำเนินการจัดทำครอบครอง นำส่ง หรือเชื่อมโยงข้อมูลที่ดิจิทัล ตามกฎหมายว่าด้วยการบริหารงานและการให้บริการภาครัฐผ่านระบบดิจิทัลและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ เมื่อมีการร้องขอจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน นับแต่ได้รับคำขอใช้ข้อมูลดังกล่าว กำหนดกรณีที่หน่วยงานของรัฐอาจปฏิเสธการแบ่งปันข้อมูลที่ได้รับการวิเคราะห์ทั้งหมดหรือบางส่วนได้ เพื่อลดความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศหรือความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ กำหนดให้ สขญ. ต้องจัดให้มีระบบกลางเพื่อแบ่งปันข้อมูลรวมทั้งกำหนดหลักเกณฑ์เงื่อนไขและวิธีการบริหารจัดการข้อมูลดิจิทัลที่ สนข. ได้รับการแบ่งปันจากหน่วยงานรัฐตลอดจนการกำหนดหน้าที่และอำนาจของสำนักงาน กำหนดองค์ประกอบของคณะกรรมการส่งเสริมการแบ่งปันข้อมูลดิจิทัล รวมทั้งอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการฯ เช่น การออกระเบียบข้อบังคับประกาศ ให้คำแนะนำ เป็นต้น


โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า นอกจากนี้ บทเฉพาะกาลได้กำหนดให้หน่วยงานของรัฐ เช่น กรมชลประทาน กรมอุตุนิยมวิทยา กรมการปกครอง กรมป้องกันบรรเทาสาธารณภัย ดำเนินการเชื่อมโยงระบบสารสนเทศของหน่วยงานของรัฐกับระบบกลางเพื่อการแบ่งปันข้อมูลและนำส่งข้อมูลเข้าสู่ระบบการภายใน 60 วันนับแต่วันที่ระเบียบมีผลบังคับใช้ หากไม่พร้อมต้องรีบแจ้งภายใน 15 วันเพื่อหารือและทำความตกลงแต่การดำเนินการในการสร้างความพร้อมต่อไป โดยร่างระเบียบฯ ดังกล่าว จะเป็นกลไกสำคัญช่วยลดขั้นตอนและระยะเวลาในการเสนอร่างกฎหมายให้กระชับและมีผลบังคับใช้กับหน่วยงานของรัฐได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้นและทันต่อการรับมือกับสถานการณ์ที่จำเป็นต้องมีการบูรณาการข้อมูลข้ามหน่วยงานอย่างเร่งด่วนเพื่อใช้สนับสนุนการตัดสินใจของรัฐบาล

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ครม.มีมติอนุมัติแต่งตั้งข้าราชการระดับสูงหลายกระทรวง

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติตามที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (สำนักงาน ป.ป.ท.) เสนอ ให้นายภูมิวิศาล เกษมศุข ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (

ครม. อนุมัติร่าง พ.ร.ฎ.เวนคืนที่ดิน 5 จังหวัด ลุยสร้างรถไฟความเร็วสูง ช่วงโคราช-หนองคาย

ครม.อนุมัติร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินที่จะเวนคืน ในพื้นที่บางส่วนในท้องที่อำเภอเมืองนครราชสีมา อำเภอโนนสูง อำเภอคง อำเภอบัวใหญ่ อำเภอบัวลาย จังหวัดนครราชสีมา อำเภอพล อำเภอโนนศิลา อำเภอบ้านไผ่ อำเภอบ้านแฮด

เช็กมติ ครม. แต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูงหลายกระทรวง

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี มีมติอนุมัติตามที่สำนักนายกรัฐมนตรี เสนอรับโอน นายไพฑูรย์ เก่งการช่าง รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (นักบริหารระดับสูง)

เช็กมติ ครม. แต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูงหลายกระทรวง

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (นายภราดร ปริศนานันทกุล) เสนอแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญ สังกัด สำนักนายกรัฐมนตรี (นร.) ให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง จำนวน 3 ราย เพื่อทดแทนตำแหน่งที่ว่าง ดังนี้