รัฐบาลเดินหน้าแก้ PM2.5 ข้ามพรมแดนเชิงรุก ตามข้อสั่งการนายกฯ ผนึกประเทศเพื่อนบ้านตั้ง War Room ติดตามหมอกควัน–จุดความร้อน ยกระดับความร่วมมือระดับภูมิภาค
14 พ.ค.2569 - นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินหน้าแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 และมลพิษข้ามพรมแดนอย่างต่อเนื่อง ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีที่ให้ทุกหน่วยงานเร่งบูรณาการความร่วมมือทั้งภายในประเทศและกับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบและยั่งยืน
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า จากสถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 ในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน ซึ่งข้อมูลจากภาพถ่ายดาวเทียมพบว่า จุดความร้อนจำนวนหนึ่งเกิดจากการเผาทั้งในประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้าน กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) จึงได้ร่วมกับกรมกิจการชายแดนทหาร กรมความร่วมมือระหว่างประเทศ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินโครงการจัดตั้ง “ห้องปฏิบัติการติดตามสถานการณ์หมอกควันไฟป่า” หรือ War Room ในประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อยกระดับการติดตาม วิเคราะห์ และบริหารจัดการปัญหาหมอกควันข้ามพรมแดนอย่างใกล้ชิด
ทั้งนี้ ในปี 2567 ได้มีการจัดตั้ง War Room ณ แขวงบ่อแก้ว แขวงไซยะบูลี สปป.ลาว และจังหวัดท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา ขณะที่ปี 2568 ได้ขยายความร่วมมือเพิ่มเติม ณ แขวงหลวงน้ำทา สปป.ลาว จังหวัดเชียงตุง กรุงเนปยีดอ และล่าสุดเมื่อวันที่ 6–10 พฤษภาคม 2569 ได้มีการจัดตั้ง War Room ณ จังหวัดตองยี ประเทศเมียนมา
การดำเนินงานครั้งนี้ มีเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยเข้าร่วม นำโดย พลโทจุมภฏ นุรักษ์เขต เจ้ากรมกิจการชายแดนทหาร พร้อมด้วยผู้แทนจากกองทัพภาคที่ 3 กองกำลังนเรศวร กรมควบคุมมลพิษ กรมเอเชียตะวันออก และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขณะที่ฝ่ายเมียนมามีผู้แทนระดับรัฐมนตรีด้านสิ่งแวดล้อม ผู้บัญชาการภาคทหารบกตะวันออก อธิบดีกรมทรัพยากรสิ่งแวดล้อม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมอย่างใกล้ชิด
รัฐบาลได้สนับสนุนการถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีสำคัญในการปฏิบัติงานของ War Room อาทิ การวิเคราะห์แหล่งกำเนิดฝุ่นละออง ข้อมูลจุดความร้อนจากดาวเทียม แบบจำลองการเคลื่อนที่ของมวลอากาศในระดับต่าง ๆ รวมถึงข้อมูลอุตุนิยมวิทยาที่จำเป็น เพื่อใช้เฝ้าระวังและวางแผนบริหารจัดการเชิงพื้นที่ได้อย่างแม่นยำมากขึ้น
นอกจากนี้ ยังมีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และแนวทางแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองระหว่างประเทศไทยและเมียนมา เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือในการป้องกันและลดปัญหาหมอกควันไฟป่าข้ามพรมแดนอย่างยั่งยืนในระยะยาว
“สิ่งที่ประชาชนจะได้รับ คือ การเฝ้าระวังและบริหารจัดการปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดผลกระทบต่อสุขภาพ คุณภาพชีวิต และเศรษฐกิจการท่องเที่ยวในพื้นที่ภาคเหนือ พร้อมทั้งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหามลพิษข้ามพรมแดนอย่างจริงจัง ผ่านความร่วมมือระดับภูมิภาคและการใช้ข้อมูลวิทยาศาสตร์ในการตัดสินใจ” นางสาวลลิดา กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
นายกฯ ประชุมด่วน! แก้น้ำท่วม กทม. สั่งระดมทุกหน่วยเร่งระบายน้ำ–เข้าถึงปชช.ทุกพื้นที่
นายกฯ เรียกประชุมด่วนแก้น้ำท่วมกทม. สั่งระดมทุกหน่วยเร่งระบายน้ำ–เข้าถึงประชาชนทุกพื้นที่ ย้ำจุดเดือดร้อนหนักต้องช่วยก่อน พร้อมสั่งเตรียมงบเยียวยาเบื้องต้น
นายกฯ นำ รมต.-ขรก. ร่วมกิจกรรมเคารพธงชาติ เนื่องในวันพระราชทานธงชาติไทย ประจำปี 2569
ที่บริเวณเสาธง หน้าตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานกิจกรรมเคารพธงชาติและร้องเพลงชาติไทย เนื่องในวันพระราชทานธงชาติไทย
นายกฯ สั่งกันงบกลางปี69 เยียวยาน้ำท่วม กทม. ขอช่วย ปชช. ก่อนความมั่นคงรัฐบาล
นายกฯ ย้ำ รัฐบาลระดมทุกหน่วยช่วยประชาชนเต็มกำลัง พร้อมกันงบกลางปี 69 ไว้เยียวยาผู้ประสบภัย ใช้หลักเกณฑ์เดียวกับจังหวัดอื่น หลังผู้ว่าฯ กทม.ประกาศภาวะฉุกเฉิน ย้ำ เวลานี้โฟกัสช่วยประชาชน ความมั่นคงรัฐบาลเป็นเรื่องท้าย
'นายกฯ' ควง 'เอกนัฏ' ลุยแฟลตคลองจั่น ชาวบ้านโบกมือทักทาย เจอชายปริศนาถาม 'เข้ามาทำไม'
‘อนุทิน’ ควง ‘เอกนัฏ’ ลุยแฟลตคลองจั่น ลงเรือมอบอาหารเครื่องดื่มผู้ประสบภัย ชาวบ้านตะโกนเรียกก่อนเจ้าตัวโบกมือทักกลับ ขณะชายปริศนาเดือดถามนายกฯ ลั่น ‘เข้ามาทำไม?’
'รวยไม่ไหว' ชาวบ้านตะโกนบอก 'อนุทิน' ลงพื้นที่ชุมชนริมคลองเปรมฯ จะขออุ้มลงเรือไปดูสภาพน้ำท่วม
นายกฯ ลงพื้นที่ชุมชนริมคลองเปรมฯ ชาวบ้านตะโกน ‘รวยไม่ไหว’ เลือกมากับมือ จะขออุ้มลงเรือไปดูสภาพน้ำท่วม ร้องนายกฯ ขอสุขาเคลื่อนที่-อาหารไม่พอ สั่ง ‘รมว.กลาโหม’ จัดครัวให้ ควักเงินส่วนตัวเหมาร้านลูกชิ้น-อาหารตามสั่ง-ก๋วยเตี๋ยว แจกคนในชุมชนเฉพาะหน้าไปก่อน เรียกหกประชุมครม.นัดพิเศษเคาะวันหยุด บอก กังวล เสียใจ ห่วง ปชช.
ถก 'ครม.นัดพิเศษ' เตรียมประกาศวันหยุดราชการสัปดาห์หน้า
นายกฯอนุทิน ได้เรียกประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษ วันนี้ในเวลา 14.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล และการประชุมผ่านระบบการประชุมทางไกล

