ผลงานเชิงรุกรัฐบาล-กองทัพ! เปิดเบื้องหลัง ภารกิจพา 'ลุงโยชน์' กลับไทยปลอดภัย

เปิดเบื้องหลังภารกิจพาคนไทยกลับประเทศ! นายกฯ สั่งด่วน กห.–กต.ผนึกกำลัง กองทัพภาค 2 ใช้กลไก RBC เจรจากัมพูชาสำเร็จ ส่งตัว “ลุงโยชน์” พ้นเรือนจำอุดรมีชัย

16 พฤษภาคม 2569 - ผู้สื่อข่าวรายงานเบื้องหลังปฏิบัติการช่วยเหลือ นายโยชน์ สายน้อย หรือ “ลุงโยชน์” อายุ 58 ปี ชาวไทย ซึ่งถูกเจ้าหน้าที่กัมพูชาควบคุมตัว หลังเข้าไปหาของป่าบริเวณแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ก่อนจะได้รับการปล่อยตัวกลับประเทศไทยอย่างปลอดภัย ถือเป็นผลจากการทำงานเชิงรุกของรัฐบาลและกองทัพไทย ที่บูรณาการการทำงานด้านความมั่นคงและการทูตอย่างใกล้ชิด

รายงานข่าวระบุว่า ภายหลังครอบครัวเข้าแจ้งความต่อสถานีตำรวจภูธรกาบเชิง เพื่อขอความช่วยเหลือกรณีลุงโยชน์สูญหาย หลังเข้าไปหาของป่าในพื้นที่ห้วยสำเริง ใกล้บ้านโนนทอง ต.โคกตะเคียน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ตั้งแต่วันที่ 25 เมษายนที่ผ่านมา รัฐบาลได้เร่งติดตามสถานการณ์ทันที เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวอยู่ติดแนวชายแดน และมีความอ่อนไหวด้านความมั่นคง

ทันทีที่ได้รับรายงาน นายกรัฐมนตรีได้สั่งการไปยังกระทรวงกลาโหมและกระทรวงการต่างประเทศ ให้เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมใช้ทุกช่องทางในการให้ความช่วยเหลือคนไทย หากพบว่าถูกควบคุมตัวอยู่จริง ให้เร่งประสานการช่วยเหลือโดยด่วน

ต่อมา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้สั่งการไปยังผู้บัญชาการทหารบก โดยมอบหมายให้เสนาธิการทหารบกกำกับดูแลอย่างใกล้ชิด และให้กองทัพภาคที่ 2 ใช้กลไกคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค (RBC) เป็นช่องทางหลักในการประสานกับฝ่ายกัมพูชา ถือเป็นกลไกความร่วมมือด้านชายแดนที่มีประสิทธิภาพ และช่วยลดความตึงเครียดระหว่างสองประเทศ

ทั้งนี้ พล.ต.กัมปนาท วาพันสุ เสนาธิการกองทัพภาคที่ 2 ในฐานะประธาน RBC ฝ่ายไทย ได้หารือทางโทรศัพท์กับ พล.จ.นิด นารง รองเสนาธิการกองกำลังป้องกันชายแดนที่ 4 ในฐานะประธาน RBC ฝ่ายกัมพูชา ก่อนจัดทำหนังสืออย่างเป็นทางการถึงฝ่ายกัมพูชา เพื่อขอทราบสถานะของลุงโยชน์

ภายหลังการตรวจสอบ ฝ่ายกัมพูชายืนยันว่า ลุงโยชน์ถูกควบคุมตัวจริงในข้อหาหลบหนีเข้าเมือง และถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำจังหวัดอุดรมีชัย ก่อนทั้งสองฝ่ายจะประสานงานกันต่อเนื่องผ่านช่องทางโทรศัพท์และกลไกชายแดน

แหล่งข่าวระบุว่า ช่วงการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ครั้งที่ 48 ณ ประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งนายกรัฐมนตรีไทยเดินทางเข้าร่วมประชุม ถือเป็นอีกหนึ่งจังหวะสำคัญที่ทำให้กระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงกลาโหมเร่งประสานความร่วมมือ เพื่อผลักดันการช่วยเหลือให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมโดยเร็ว

ต่อมา เจ้าหน้าที่กัมพูชาได้แจ้งให้ทราบว่า จะอนุญาตให้กงสุลไทยเข้าเยี่ยมในวันที่ 14 พฤษภาคม และต่อมาแจ้งกำหนดปล่อยตัวในวันที่ 15 พฤษภาคม 2569 สร้างความโล่งใจให้กับครอบครัวและประชาชนในพื้นที่ชายแดนที่ติดตามข่าวอย่างใกล้ชิด

ในที่สุด ภารกิจช่วยเหลือประสบความสำเร็จ เมื่อคณะกรรมการ RBC ไทย–กัมพูชา ร่วมประสานการส่งตัวลุงโยชน์กลับประเทศไทยผ่านด่านช่องสะงำ อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2569 นับเป็นอีกหนึ่งภาพสะท้อนความร่วมมือระหว่างรัฐบาล กองทัพ และหน่วยงานด้านการต่างประเทศ ที่ทำงานอย่างเป็นเอกภาพ เพื่อดูแลความปลอดภัยของคนไทย แม้อยู่ในต่างแดน

สำหรับไทม์ไลน์การช่วยเหลือ “ลุงโยชน์” ในวันที่ 25 เม.ย. – วันที่ 15 พ.ค. 2569

วันที่ 25 เม.ย. 2569 ลุงโยชน์หายตัวขณะเข้าหาของป่า บริเวณห้วยสำเริง ใกล้บ้านโนนทอง ต.โคกตะเคียน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ พื้นที่ติดแนวชายแดนไทย–กัมพูชา

วันที่ 10 พ.ค. 2569 ข่าวการหายตัวเริ่มแพร่กระจายในโซเชียลมีเดีย มีการโพสต์ข้อความขอความช่วยเหลือและติดตามตัวอย่างต่อเนื่อง

วันที่ 11 พ.ค. 2569 มีการยืนยันว่า ลุงโยชน์ถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำจังหวัดอุดรมีชัย โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กาบเชิง และ กก.2 ออกมายืนยันข้อมูลดังกล่าว ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์การตอบสนองของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

วันที่ 12 พ.ค. 2569 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมให้สัมภาษณ์ ระบุว่ากรณีดังกล่าวอยู่ระหว่างกระบวนการของฝ่ายกัมพูชา พร้อมสั่งตรวจสอบข้อเท็จจริงและปัจจัยที่เกี่ยวข้อง

วันที่ 13 พ.ค. 2569 กอวทัพภาคที่ 2 เปิดเผยภาพและไทม์ไลน์การดำเนินงาน พร้อมแถลงผ่านสถานกงสุล ณ เมืองเสียมราฐ ส่งผลให้ความเชื่อมั่นของสังคมเริ่มฟื้นตัว

วันที่ 14 พ.ค. 2569 เวลา 11.00 น. ผู้บังคับการกองกำลังป้องกันชายแดนที่ 4 (ฝ่ายกัมพูชา) ทำหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรมีชัย แจ้งกำหนดส่งตัวลุงโยชน์กลับประเทศไทยในวันที่ 15 พฤษภาคม 2569 เวลา 10.00 น. ณ จุดผ่านแดนช่องสะงำ จังหวัดสุรินทร์

วันที่ 15 พ.ค. 2569 เวลา 10.00 น. ภารกิจส่งตัวสำเร็จ ณ ด่านช่องสะงำ โดยมี พล.ต.ปณาท เสนาธิการกองทัพภาคที่ 2 และ พล.อ.นิด นารง ผู้บัญชาการกองกำลังป้องกันชายแดนที่ 4 (ฝ่ายกัมพูชา) ร่วมประสานงานผ่านกลไก RBC โดยไม่มีเงื่อนไขหรือข้อแลกเปลี่ยนใด ๆ

ช่วงก่อนเที่ยงวันเดียวกัน ลุงโยชน์เดินทางกลับถึงบ้าน อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ ท่ามกลางการต้อนรับของครอบครัวด้วยความดีใจและน้ำตาแห่งความโล่งใจ พร้อมกล่าวว่า
“ถ้าไม่ได้รับความช่วยเหลือ คงต้องติดคุกอีกหลายปี”

เวลา 11.20 น. วันที่ 15 พฤษภาคม 2569 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมแม่ทัพภาคที่ 2 ร่วมแถลงข่าวที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน จ.นครราชสีมา ยืนยันว่าการประสานงานเป็นไปโดยไร้เงื่อนไข พร้อมย้ำบทบาทของกลไก JBC, GBC และ RBC ที่ทำงานควบคู่กันอย่างมีประสิทธิภาพ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นายกฯ มองเป็นนิมิตหมายดี กัมพูชาปล่อยตัว 'ลุงโยชน์' อย่าตีความไทยจะยอมทุกอย่าง

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีเมื่อวันที่ 15 พ.ค.ทางกัมพูชาได้ส่งตัวนายโยชน์ สายน้อย กลับประเทศไทยจะถือเป็นความร่วมมือ และสัญญาณในเชิงบวกหรือไม่ว่า ถือว่าแยกแยะได้

'บิ๊กดุลย์' ยันไร้เงื่อนไขเปิดด่านชายแดน เขมรส่ง 'ลุงโยชน์' กลับไทยเป็นความร่วมมือที่ดี

ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน (มทร.อีสาน) อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา พลโทอดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมกลา

ดร.ณัฏฐ์ ชี้ชัด พรก.กู้เงิน 4 แสนล้าน เข้าข่ายฉุกเฉินตาม รธน.

“ดร.ณัฏฐ์” ระบุรัฐบาล “อนุทิน” มีอำนาจออก พรก.กู้เงินแก้วิกฤติพลังงาน เหตุเข้าข่ายภัยความมั่นคงทางเศรษฐกิจและกรณีเร่งด่วนตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 ย้ำศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจวินิจฉัยภายใน 60 วัน หากฝ่ายค้านรวบรวมรายชื่อ สส.ยื่นตรวจสอบความชอบด้วยกฎหมายของ พรก.ดังกล่าว

ประชุมนัดแรก 'บอร์ดศึกษาแลนด์บริดจ์' ตั้งอนุฯ 3 คณะ หากไม่ทันใน 90 วันต้องขอขยายเวลา

นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการศึกษาแนวทางขับเคลื่อนโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งเพื่อเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน

'สมศักดิ์' จ่อนั่งประธานเจบีซี 'สีหศักดิ์' เชื่อทำงานเข้าขาบัวแก้ว

'สมศักดิ์ รุ่งสิตา' จ่อนั่งประธานเจบีซี 'สีหศักดิ์' เชื่อทำงานเข้าขากับบัวแก้ว พร้อมชวน 'กัมพูชา' คุยในกรอบUNCLOS แก้ปัญหาก่อนตั้งเป้า เข้ากลไกประนีประนอมภาคบังคับ ชี้ผลการเจรจาไร้ผลผูกพันกม.

'สว.นันทนา' เดือด! ตราหน้ารัฐบาลน้ำเงิน 'สักแต่พูดพลัส'

'นันทนา' จี้รัฐบาลหยุดเตะถ่วงแก้รัฐธรรมนูญ ลั่นทำแต่เรื่องไม่หาเสียง แต่สิ่งที่สัญญากลับไม่ทำ แซะถ้าจะเบี้ยวปชช. เปลี่ยนคำขวัญพรรคใหม่เป็น 'สักแต่พูดพลัส'