'จตุพร' ตีปาก 'เท้ง' ย้อนความจำ MOA สีส้มต้นกำเนิดสีน้ำเงิน ชี้ประเด็นองคมนตรีไม่จำบทเรียนถูกยุบพรรค

26 พ.ค.2569-นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน เฟซบุ๊คไลฟ์รายการประเทศไทยต้องมาก่อน โดยวิจารณ์นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หรือ “เท้ง”หัวหน้าพรรคประชาชนและผู้นำฝ่ายค้าน จุดประกายอำนาจระบอบสีน้ำเงินกินรวบการเมืองไทยเบ็ดเสร็จ จนทำให้สังคมเกิดความขัดแย้งบานปลายในขณะนี้

อย่างไรก็ตาม การขยายความขัดแย้งยังลุกลามไปปลุกให้กรณีองคมนตรีร่วมสังเกตการณ์ประชุมการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กับนายอนุทิน ชาญวิรกูล ในฐานะ รมว.มหาดไทย กลายเป็นประเด็นใหญ่ไปด้วย ทั้งที่กรณีเช่นนี้เคยมีมาร่วม 10 ปีแล้ว

ดังนั้น ตนเห็นว่า พรรคประชาชนควรมุ่งหน้าไปสู่เรื่องอื่นมากกว่ามาจุดประกายความขัดแย้งในกรณีนี้ ดังนั้น พรรคควรสะสมบทเรียนว่า ต้องการเน้นอะไร โดยไม่เน้นแต่นโยบายที่เคยทำให้ยุบพรรคมาแล้ว เช่น กรณี ม.112

“ถ้าต้องการเป็นผู้ปกครองประเทศ แต่กลับละทิ้งโอกาสเมื่อไปทำ MOA ยกมือให้พรรคภูมิใจไทยเป็นรัฐบาล แม้เคยอ้างคำประกาศว่า ไม่พร้อมเป็นรัฐบาล แต่ไม่เคยประกาศจะไม่ยกมือให้พรรคภูมิใจไทยเหมือนกัน ที่สำคัญ MOA ได้ทำให้เกิดสีน้ำเงินขึ้นมาได้อย่างแข็งแรงในวันนี้ก็มาจากสีน้ำส้มไปเปิดประตูให้โดยอ้างสัญญาแก้ รธน.”

อีกทั้งกล่าวว่า เมื่อมาถึงประเด็นองคมนตรี แล้วขยายจนถึงขั้นยกเลิกองคมนตรีทั้งที่เป็นพระราชอำนาจของพระเจ้าแผ่นดินที่จะเลือกตั้งใคร ดังนั้น บทเรียนของพรรคประชาชนถ้าต้องการให้แก้ รธน.แล้ว ควรข้ามการวิพากษ์วิจารณ์ในบางเรื่องบ้าง

สิ่งสำคัญ การชูประเด็นระบอบสีน้ำเงินที่มีมาตั้ง 12 ปีนั้น ถ้าพรรคประชาชนรู้อย่างนั้นแล้ว ไปยกมือให้เป็นรัฐบาลได้อย่างไร เมื่อนำเรื่องสถาบันกษัตริย์มาเป็นกระแสหลัก ดังนั้น การแก้ รธน.ต้องถูกแบ่งเป็นสองทางและอยู่ตรงข้ามกันสิ้นเชิง

นอกจากนี้การแก้ รธน. ยังต้องการเสียงสนับสนุนจาก สว. จำนวน 1 ใน 3 เท่ากับประกาศรบกับ สว. และคงไม่ได้เสียงจาก สว.มาสนับสนุนให้ผ่านการแก้ รธน.ในวาระสามของร่างพรรคประชาชน ดังนั้น ย่อมเห็นชัดเจนถึงการแก้ รธน.ไม่สำเร็จมาตั้งแต่ต้นแล้ว

ส่วนกรณีเสนอที่มาของ สสร. มีความคล้ายคลึงกับที่มาของ สว.เช่นกัน โดยจุดเริ่มต้นมาจากนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้นำจิตวิญญาณของพรรคประชาชนที่แหวกหญ้าจนเกิด สว.สีน้ำเงิน แล้วที่สุดก็แพ้ไม่เป็นท่าต่อพรรคสีน้ำเงิน ซึ่งกวาดเรียบ สว.มาอยู่ฝ่ายตนเอง

“เมื่อวันนี้ไปประกาศศึก สว. ผลการแก้ รธน. (ของพรรคประชาชน) ย่อมเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว และจะทำให้ร่างแก้ รธน.ของพรรคภูมิใจไทยเป็นร่างหลัก โดยที่มาของ สสร.จะคล้ายกับที่มาของ สสร.ปี 2540 ให้แต่ละจังหวัดเลือกมา 1 คนแล้วสำรองไว้ 3 คน”

พร้อมทั้งกล่าวว่า การแก้ รธน.ในขณะนี้เป็นกรอบของเนื้อหาและวิธีการ เพราะหลังจาก สสร.ร่าง รธน.เสร็จต้องไปทำประชามติ แล้วผ่าน สว. ซึ่งพรรคภูมิใจไทยเสนอ 1 ใน 4 โดยในส่วนนี้ ร่างแก้ รธน.ของพรรคประชาชนยากจะผ่านมติไปได้อย่างง่ายดาย

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์แก้ รธน.จะทำเกิดความขัดแย้งกันเอง สิ่งสำคัญบรรดาเยาวชนหน่วยสนับสนุนพรรคต้องติดคุกกันอีกนาน แต่กองเชียร์ที่ไม่เคยติดคุกกลับส่งเสียงให้สู้จนพวกติดคุกต้องกลืนเลือดด้วยความบอบช้ำกับโทษแต่ละคดีต้องถูกนับสะสมต่อๆ กัน จนอาจรวมเกินอายุของตัวเองด้วยซ้ำไป ซึ่งหมายความว่า ติดคุกนานกว่าต้องโทษประหารชีวิต

“สถานการณ์ขณะนี้เท่ากับไปปลุกใจคนติดคุก ทั้งที่ความจริงแล้วต้องนำปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนมาเป็นหลัก แต่กลับเอาเรื่องไม่ควรเป็นเรื่องมาเปิดประเด็น และทำให้ตัวประกันไม่มีโอกาสต่อสู้ได้เลย ส่วนคนข้างนอกก็ทำให้คนข้างในคุกยุ่งยากและต้องกลืนเลือดแต่ทำเป็นแข็งแรง”

นายจตุพร กล่าวว่า การจุดประกายประเด็นระบอบสีน้ำเงิน จึงไปคาบเกี่ยวและถูกขยายความภาพนายกฯ กราบเจ้าฟ้าฯ ที่ประเทศฝรั่งเศล ซึ่งเรื่องเหล่านี้ในทางการเมืองควรต้องข้ามกันได้แล้ว เมื่อนำมาเป็นประเด็นทำให้เรื่องหลักที่คิดจะทำต้องเสียหายไป เช่น การแก้ รธน. ยากจะเกิดความสำเร็จแล้ว

“ต้องมองให้เห็นว่า เรื่องราวทั้งหมดนั้น ตัวเอง (พรรคประชาชน) ก็เป็นตัวการปัญหาเช่นกัน ถ้าวิจารณ์ระบอบสีน้ำเงิน แต่ระบอบนี้มาจากระบอบสีน้ำส้ม (หนุนให้เกิดขึ้น) และยังนำเรื่องการเมืองใหญ่ไปกระทบซิงการเลือกตั้ง กทม.โดยไม่จำเป็น”

พร้อมกล่าวว่า สถานการณ์ขณะนี้ พรรคประชาชนควรรู้ถึงบริบททางการเมืองของตัวเองว่า ที่ผ่านได้ทำให้เกิดการยุบพรรคมาแล้วในสถานการณ์ใด อีกอย่างเมื่อไปกระตุ้นขึ้นมาอีก อารมณ์สังคมย่อมไปคนละทิศทางจนจะนำไปสู่ความขัดแย้งกันเองโดยไม่จำเป็นภายใต้สถานการณ์ที่เปราะบางเช่นนี้

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'แก้วตา' ตอก 'เท้ง' หน้าแหก! มโนระบอบสีน้ำเงินใหญ่กว่าภูมิใจไทย แค่พาตัวเองหนีจากอาชญากรรมทางการเมืองที่ตัวเองลงมือ

แก้วตา-ธิษะณา ชุณหะวัณ อดีต สส.กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน โพสต์ข้อความว่า การมโนว่า “ระบอบสีน้ำเงินใหญ่กว่าภูมิใจไทย

‘ระบอบสีน้ำเงิน’ ผลพวงจาก รธน.60 ที่บิดเบี้ยว นักวิชาการกังวลปัญหา ‘วิกฤตศรัทธา’

นายวัส ติงสมิตร  นักวิชาการอิสระ  โพสต์ข้อความในหัวข้อ “ระบอบสีน้ำเงิน” วิกฤตศรัทธา และโจทย์ใหญ่ของการเมืองไทยภายใต้รัฐธรรมนูญ 2560

ชนระบอบสีน้ำเงิน! 'ไอติม' ชวนจับตา ไม่ให้กกต.เป่าคดีโกงสว.

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อและโฆษกพรรคประชาชน โพสต์ข้อความว่า[ จับตาไม่ให้ กกต. เป่าคดีโกง สว.! : หากในวันก่อน ข้อความ LIN

ปธ.วิปรัฐบาล ย้อนเกล็ด 'เท้ง' อ้างระบอบสีน้ำเงินกินรวบประเทศ สมัยพรรคส้มชนะเลือกตั้งไม่เห็นพูดแบบนี้

นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน และผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ

พิราบขาว บุก กกต. ชงยุบพรรคประชาชน!

ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายนพรุจ วรชิตวุฒิกุล อดีตแกนนำกลุ่มพิราบขาว 2006 เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อกกต. และนายทะเบียนพรรคการเมือง เพื่อ

'ครม.เงาส้ม' ดาหน้าถล่มรัฐบาล จี้ 'นายกฯ' กล้าปราบขบวนการทุจริตนำคนเทาเข้าปท.

ครม.เงา แฉขบวนการทุจริตคนเทาเข้าไทย ซัดทุกเรื่องอยู่ใต้จมูกนายกฯ จี้ แสดงความกล้าหาญสังคายนาระบบ ล้างบางทุนเทา ‘โตโต้’ ปูด 23 บริษัท เข้าข่ายนอมินีทุนจีน เปรียบ ‘ไตรภาคีสีเทา’ รวมอาชญากร-เจ้าหน้าที่รัฐ-ทุนสีเทา เผย กมธ. การกฎหมายเรียกหน่วยงานมาสอบสัปดาห์หน้าปมอุ้มรีดค่าไถ่คนจีน