วางบึ้ม 15 กก. กลางหมู่บ้าน เด็ก 8 เดือน-2 ขวบ รับเคราะห์!

คนร้ายลอบวางระเบิดแสวงเครื่องหนักราว 15 กิโลกรัม ซุกใต้ถนนใน อ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี ก่อนกดชนวนใส่รถกระบะชาวบ้าน ทำพ่อแม่และลูกน้อยวัย 8 เดือน กับ 2 ขวบ ได้รับบาดเจ็บรวม 4 ราย รถเสียหายหนัก ขณะที่ฝ่ายความมั่นคงเชื่อผู้ก่อเหตุเข้าใจผิดคิดว่าเป็นรถเจ้าหน้าที่

27 มิถุนายน 2569 - เวลา 20.00 น. วันที่ 26 มิถุนายนที่ผ่านมา ร.ต.อ.สมพล เพียรดี รองสารวัตร (สอบสวน) รับแจ้งเหตุลอบวางระเบิดบริเวณหน้าปอเนาะ หมู่ 3 บ้านเขาดิน ตำบลปากู อำเภอทุ่งยางแดง จังหวัดปัตตานี ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 4 ราย จึงประสานกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบ พร้อมปิดกั้นพื้นที่เพื่อความปลอดภัย

ที่เกิดเหตุพบรถยนต์กระบะอีซูซุ ดีแมคซ์ สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน บน 8024 ปัตตานี จอดอยู่ในสภาพด้านหน้ารถได้รับความเสียหายอย่างหนักจากแรงระเบิด เศษชิ้นส่วนรถยนต์และชิ้นส่วนวัตถุระเบิดกระจัดกระจายทั่วบริเวณ เจ้าหน้าที่จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน

ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บทั้ง 4 ราย พลเมืองดีได้ช่วยกันนำส่งโรงพยาบาล ประกอบด้วย นายซูเฟียน เจ๊ะแม็ง, นางสาวรอฟีอะห์ มาหามะ, เด็กชายซัมซี เจ๊ะแม็ง อายุ 8 เดือน และเด็กชายอับดุลเราะห์หมัด เจ๊ะแม็ง อายุ 2 ปี โดยทั้งหมดมีอาการหูอื้อและแน่นหน้าอก ไม่มีผู้ใดถูกสะเก็ดระเบิด แพทย์รับไว้ดูแลอาการอย่างใกล้ชิด

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ขณะครอบครัวดังกล่าวขับรถออกจากบ้านเพื่อไปทำธุระ คนร้ายได้กดชนวนระเบิดที่ซุกซ่อนไว้ใต้ถนน แรงระเบิดพุ่งเข้าบริเวณห้องเครื่องจนรถกระเด็นและไถลออกจากจุดเกิดเหตุไปประมาณ 50 เมตร

ต่อมาในช่วงเช้าวันที่ 27 มิถุนายน เจ้าหน้าที่ได้นำเชือกมากั้นพื้นที่เพื่อรอชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด (EOD) และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบอย่างละเอียด พบหลุมระเบิดลึกประมาณ 1 เมตร เบื้องต้นเชื่อว่าคนร้ายใช้ระเบิดแสวงเครื่องน้ำหนักประมาณ 15 กิโลกรัม ไม่มีการบรรจุสะเก็ด ซุกซ่อนไว้ใต้ผิวถนนก่อนจุดชนวนขณะรถผู้เสียหายขับผ่าน

แรงระเบิดส่งผลให้ดินและเศษถนนกระจายเป็นวงกว้าง บางส่วนกระเด็นไปถูกบ้านเรือนประชาชนที่อยู่ห่างออกไปเกือบ 100 เมตร

ขณะที่เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้เก็บชิ้นส่วนวัตถุระเบิด หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ และตรวจหาดีเอ็นเอแฝง เพื่อนำไปเปรียบเทียบกับฐานข้อมูลและขยายผลติดตามผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี

ด้านหน่วยความมั่นคงเชื่อว่า เหตุลอบวางระเบิดครั้งนี้เป็นฝีมือของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบที่ยังเคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่อำเภอทุ่งยางแดง โดยคาดว่าผู้ก่อเหตุเข้าใจผิดคิดว่าเป็นรถของเจ้าหน้าที่รัฐ จึงลงมือก่อเหตุ ทั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างสถานการณ์ความไม่สงบ สร้างความหวาดกลัวแก่ประชาชน และกระทบต่อความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยในพื้นที่ โดยเจ้าหน้าที่ได้เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยและเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

 
 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

โบว์ ณัฏฐา สะกิดคดีลอบฆ่า สส. ยังสอบไม่ถึงผู้บงการ เตือนความยุติธรรมเท่านั้น คือหนทางสู่สันติภาพยั่งยืน

โบว์ เตือนความยุติธรรมที่ล่าช้า คือความอยุติธรรม และความยุติธรรมที่เลือกปฏิบัติ คือรากเหง้าของความไม่สงบ

สส.รอมฎอน ร่ายยาว 'คำขอโทษ' ของนายกฯ-มทภ.4 มีคุณค่าอยู่บ้าง

นายรอมฎอน ปันจอร์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์เฟซบุ๊กว่า [ คำขอโทษ ความตึงเครียดที่ผ่อนคลาย และความท้าทายที่รออยู่ในไฟใต้ ] --- ในระหว่างการลงพื้นที่ชายแดนใต้ 6 ชั่วโมงของนายกรัฐมนตรีและคณะในเ

ท่าอากาศยานภูเก็ตยันสถานการณ์อิหร่านไม่ได้รับผลกระทบ

ท่าอากาศยานภูเก็ตรายงานสถานการณ์ล่าสุด ผลกระทบความไม่สงบตะวันออกกลาง กระทบ 22 เที่ยวบิน 4 สายการบิน ขณะ Etihad เที่ยวบิน ETD 417 วนกลับลงจอดปลอดภัย

นายกฯ สั่งพิจารณามาตรการเพิ่ม ลดภาระผู้ประกอบการในพื้นที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ชายแดนภาคใต้

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กล่า

‘ธปท.’ กำชับแบงก์เร่งนำพนักงานกลับไทย เผยติดตามใกล้ชิด/ชี้เร็วไปประเมินผลขัดแย้งกับเขมร

‘แบงก์ชาติ’ รับยังเร็วไปผลกระทบจากความไม่สงบระหว่างไทย-กัมพูชา ต่อภาพรวมเศรษฐกิจ ยืนยันติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด กำชับสถาบันการเงินที่มีสาขาในกัมพูชาเร่งทยอยนำพนักงานกลับประเทศ คาดว่าจะกลับได้ทั้งหมดภายในวันนี้ (25 ก.ค.)

‘พิชัย’สั่งแบงก์รัฐลุยอัดมาตรการช่วยเหลือ ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งไทย-กัมพูชา

‘พิชัย’ สั่งแบงก์รัฐลุยอัดมาตรการให้ความช่วยเหลือและบรรเทาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ข้อพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา ‘ออมสิน’ สั่งพักชำระเงินต้นจนถึง ธ.ค. 2568 ‘ธอส.’ เตรียม 200 ล้านบาทรองรับเต็มสูบ