พระราชินี ทอดพระเนตรนิทรรศการ 48 พรรษา พระราชทานรางวัลนักกีฬาชนะเลิศแข่งเรือใบ

พระราชินี ทอดพระเนตรโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนรัชชประภา ทอดพระเนตรนิทรรศการ 48 พรรษา พระราชกรณียกิจเพื่อปวงชน และพระราชทานรางวัลแก่นักกีฬาชนะเลิศแข่งขันเรือใบ

8 กรกฎาคม 2569 - เวลา 16.13 น. สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ประทับรถยนต์พระที่นั่งจากเรือนรับรองพิเศษ เสด็จพระราชดำเนินไปยังโรงไฟฟ้าพลังน้ำ เขื่อนรัชชประภา เพื่อทอดพระเนตรการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนรัชชประภา อำเภอบ้านตาขุน จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยมี นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี หัวหน้าส่วนราชการ และข้าราชการ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ

ต่อจากนั้น เสด็จเข้าภายในอาคารโรงไฟฟ้าพลังน้ำ พระราชทานพระราชวโรกาสให้ นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน กราบบังคมทูลรายงานการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำ เขื่อนรัชชประภา

จากนั้น เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรห้องควบคุมการเดินเครื่องผลิตกระแสไฟฟ้า อุปกรณ์ระบบควบคุม และเครื่องผลิตกระแสไฟฟ้า ซึ่งพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงเจิมป้าย ทรงคล้องพวงมาลัย และทรงกดปุ่มเดินเครื่องกำเนิดไฟฟ้า ที่ห้องควบคุมการเดินเครื่องผลิตกระแสไฟฟ้าแห่งนี้ เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2530

ซึ่งโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนรัชชประภา สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้ภายใน 6 นาทีหลังจากที่ศูนย์ควบคุมระบบกำลังไฟฟ้าแห่งชาติ อำเภอบางกรวย กรุงเทพมหานคร สั่งการผ่านระบบสื่อสารทางไกล มีเจ้าหน้าที่พร้อมปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้การผลิตไฟฟ้าเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน ประเทศ และความมั่นคงของระบบไฟฟ้าในพื้นที่ภาคใต้

เขื่อนรัชชประภา และโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนรัชชประภา ตั้งอยู่ที่ ตำบลเขาพัง อำเภอบ้านตาขุน จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีพื้นที่รวม 195,000 ไร่ เริ่มก่อสร้างโครงการตามแผนพัฒนา เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2525 แล้วเสร็จปีพุทธศักราช 2530 โดยเป็นเขื่อนอเนกประสงค์แห่งที่ 2 ของภาคใต้ ตั้งอยู่บนแม่น้ำพุมดวง มีลักษณะเป็นเขื่อนหินถมแกนดินเหนียว สูง 94 เมตร ความยาวสันเขื่อน 761 เมตร พื้นที่อ่างเก็บน้ำ 185 ตารางกิโลเมตร

โรงไฟฟ้ามีกำลังผลิตติดตั้งรวม 240 เมกะวัตต์ ผลิตพลังงานไฟฟ้า เฉลี่ยปีละ 555 ล้านหน่วย สามารถส่งจ่ายพลังงานไฟฟ้าผ่านระบบสายส่งแรงดันจากสถานีลานไกไฟฟ้าเขื่อนรัชชประภา ไปยังสถานีลานไกไฟฟ้าสุราษฎร์ธานี และส่งต่อไปยังสถานีไฟฟ้าแรงสูงต่าง ๆ เพื่อเชื่อมต่อกับโครงข่ายไฟฟ้าของภาคใต้ ทำให้ประชาชนในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีและพื้นที่จังหวัดข้างเคียง ได้มีไฟฟ้าใช้เพื่อการดำรงชีวิตและประกอบอาชีพอย่างมั่นคงและผาสุก

ต่อมา เวลา 16.41 น. สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งถึงยังอาคารพลับพลา เขื่อนรัชชประภา อำเภอบ้านตาขุน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ณ ที่นั้น นายจักรกฤษณ์ ฝั่งชลจิตร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ และประชาชน เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ

ต่อจากนั้น เสด็จเข้าอาคารพลับพลา ทอดพระเนตรนิทรรศการ “48 พรรษา พระราชกรณียกิจเพื่อปวงชน ชาวไทย” ซึ่งจัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับพระราชประวัติ พระราชกรณียกิจที่ทรงปฏิบัติเคียงข้างพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระปรีชาสามารถด้านกีฬาของสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี กับนิทรรศการ “เขื่อนรัชชประภา แสงสว่างแห่งราชอาณาจักร” ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของเขื่อน และประโยชน์ของเขื่อนในด้านต่าง ๆ อาทิ ด้านการผลิตไฟฟ้า ด้านการชลประทาน ด้านการประมง ด้านการท่องเที่ยว ด้านการบรรเทาอุทกภัย และ ด้านสิ่งแวดล้อม

จากนั้นพระราชทานรางวัลแก่นักกีฬาที่ชนะเลิศการแข่งขันเรือใบเฉลิมพระเกียรติ ซึ่งทำการแข่งขันระหว่างวันที่ 5 ถึง 7 กรกฎาคม 2569 จำนวน 5 ประเภท ดังนี้

ประเภท ILCA 6
- ผู้ชนะเลิศ น.ส.ปารณีย์ ม่วงงาม

ประเภท ILCA 4
- ผู้ชนะเลิศ นายพชรพล หรุ่มวิสัย

ประเภท Optimist boy
- ผู้ชนะเลิศ ด.ช.อิทธิชัย เตียธงชัย

ประเภท Optimist Girl
- ผู้ชนะเลิศ ด.ญ.ปริยาภรณ์ จันทรวงศ์

ประเภท Optimist อายุต่ำกว่า 12 ปี
- ผู้ชนะเลิศ ด.ช.ชนันท์ชัย เตียธงชัย

เสร็จแล้วพระราชทานพระราชวโรกาสให้ ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย กราบบังคมทูลเบิก ผู้อำนวยการโรงพยาบาลบ้านตาขุน จังหวัดสุราษฎร์ธานี เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท รับพระราชทานระบบไฟฟ้าโซล่าเซลล์ เพื่อติดตั้งบนอาคารผู้ป่วยนอกของโรงพยาบาล และรถยนต์ไฟฟ้า เพื่อใช้ในภารกิจด้านสาธารณสุขของโรงพยาบาล

ผู้อำนวยการโรงเรียนในพื้นที่รอบเขื่อนรัชชประภา จำนวน 12 โรงเรียน เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท รับพระราชทานชุดนักเรียน เบอร์ 5 และผู้ให้การสนับสนุนการจัดงาน ฯ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท รับพระราชทานเข็มที่ระลึกงานเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2569

ต่อจากนั้น เสด็จออกจากอาคารพลับพลา ไปทรงปลูกต้นเคี่ยม ซึ่งเป็นต้นไม้ประจำจังหวัดสุราษฎร์ธานีไว้เป็นที่ระลึก และทรงฉายพระฉายาลักษณ์ร่วมกับนักกีฬา และกรรมการจัดงานเฉลิมพระเกียรติฯ แล้วทรงรับการทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายของที่ระลึก และผลิตภัณฑ์ชุมชนจากข้าราชการ และประชาชนที่มาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ณ บริเวณด้านหน้าอาคารพลับพลา สมควรแก่เวลา จึงประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินกลับเรือนรับรองพิเศษ เขื่อนรัชชประภา อำเภอบ้านตาขุน จังหวัดสุราษฎร์ธานี

ด้วยสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงเอาพระราชหฤทัยใส่ ในการสืบสาน รักษา และต่อยอดกีฬาเรือใบ ซึ่งเป็นกีฬาที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงมีพระปรีชาสามารถในการแล่นใบ และทรงมีพระอัจฉริยภาพในการต่อเรือใบด้วยพระองค์เอง โดยกิจกรรมในครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการส่งเสริมให้เยาวชนได้เรียนรู้และฝึกฝนกีฬาเรือใบแล้ว ยังจะส่งเสริมพัฒนาต่อยอดนักกีฬาเรือใบในระดับทีมชาติไทย และนานาชาติ ต่อไป

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

พระราชินี พระราชทานถ้วยรางวัลแก่ผู้ชนะเลิศแข่งขัน กอล์ฟควีนส์คัพไทยแลนด์ แชมเปี้ยนชิพ ปี 2569

สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรการแข่งขันกอล์ฟควีนส์คัพไทยแลนด์ แชมเปี้ยนชิพ ประจำปี 2569

ในหลวง-พระราชินี ทอดพระเนตรโรงงานเครื่องบินแอร์บัส รุ่น A350 ก่อนเสด็จฯกลับประเทศไทย

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง พร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา จากโรงแรมเลอ เมอริช กรุงปารีส โรงแรมที่ประทับ ณ กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส ไปยังท่าอากาศยานปารีส-ออร์ลี เพื่อประทับเครื่องบินพระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินไปยังท่าอากาศยานตูลูส-บลานญัก (Toulouse-Blagnac Airport)

สถาบันพระมหากษัตริย์ ช่วยสร้างซอฟต์พาวเวอร์ ทำให้ 'วัฒนธรรมไทย' มีสถานะบนเวทีโลก

นายอัษฎางค์ ยมนาค นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า "สถาบันพระมหากษัตริย์มีไว้ทำไม?" สถาบันพระมหากษัตริย์ช่วยสร้าง Soft power ในแบบที่ทำให้วัฒนธรรมไทยมีสถานะบนเวทีโลก