จับตา! โหวตชี้ชะตา 'หมอสรณ' ปธ.กสทช. อยู่หรือไป

เก้าอี้ทองคำ! ลุ้น ‘นพ.สรณ-ประธานกสทช.’ อยู่หรือไป จี้กรรมการสรรหาฯ ชี้ขาดให้จบไปเลย หลังข้อมูลโผล่รับรายได้หลายทาง

17 ก.ค. 2569 – ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า วันนี้ เวลา 09.00 น. ที่อาคารวุฒิสภา จะมีการประชุมคณะกรรมการสรรหาคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. โดยประเด็นที่แวดวงกิจการโทรคมนาคม -วิทยุและโทรทัศน์ และแวดวงการเมืองสนใจก็คือ ที่ประชุมจะมีการชี้ขาดคุณสมบัติของ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช.จนต้องพ้นจากตำแหน่งหรือไม่ หลังมีเรื่องถูกร้องเรียนว่ามีคุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม ตามพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม ซึ่งอาจนำไปสู่การพ้นจากตำแหน่งประธาน กสทช. หากคณะกรรมการสรรหาฯ มีมติว่าขาดคุณสมบัติตามกฎหมาย

โดยที่ผ่านมา นพ.สรณ ถูกร้องเรียนจากหลายฝ่ายที่มีการไปยื่นเรื่องให้คณะกรรมการสรรหาฯพิจารณาว่า นพ.สรณ เป็นผู้ขาดคุณสมบัติตาม พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ เช่น ตามมาตรา 8 (3) ประกอบมาตรา 26 เนื่องจากเมื่อได้รับคัดเลือกเป็น กรรมการ กสทช. แล้ว ยังรับเป็นกรรมการอิสระ ธนาคารกรุงเทพ และทำงานตรวจรักษาคนใช้ในโรงพยาบาล จึงมิได้ทำงานเต็มเวลาในการเป็น กสทช. หรือถูกร้องเรียนว่า เป็นผู้ขาดคุณสมบัติ มีลักษณะต้องห้าม ตามมาตรา 8 (2), (3) เพราะภายหลังได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภาให้เป็นกรรมการ กสทช. และได้รับแจ้งจากประธานวุฒิสภาให้ลาออกจากสถานะหรือตำแหน่งตามมาตรา 8 (2), (3) แต่นพ.สรณ ไม่ได้ลาออกจากการเป็นพนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยงานรัฐ (มหาวิทยาลัยมหิดล โรงพยาบาลรามาธิบดี) และยังไม่เลิกประกอบอาชีพอิสระที่มีส่วนได้เสียหรือมีผลประโยชน์ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมกับการปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งกรรมการ กสทช. ในเวลาที่ประธานวุฒิสภากำหนด เป็นต้น

ทั้งนี้้ คณะกรรมการสรรหา กสทช. ที่มี นายเกียรติพงศ์ อมาตยกุล ผู้พิพากษาศาลฎีกา เป็นประธานได้ประชุมเพื่อพิจารณาและกำหนดประเด็นวินิจฉัยกรณีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับคุณสมบัติของประธาน กสทช. มาแล้วหลายครั้ง โดยครั้งล่าสุดคือเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา 10 ก.ค. ต่อมามีรายงานข่าวหลายกระแสรายงานว่า คณะกรรมการสรรหาฯ จะมีการลงมติชี้ขาดว่า นพ.สรณ ขาดคุณสมบัติการเป็น กสทช. หรือไม่ ในวันนี้ 17 ก.ค.

โดยตามพ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ กำหนดให้ กรรมการ กสทช. มีวาระการดำรงตำแหน่ง 6 ปี นับแต่วันที่ได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ซึ่ง นพ.สรณ ได้เริ่มเข้าไปเป็น กสทช. เมื่อเมษายน 2565 ทำให้จะครบวาระในช่วงเมษายน 2571 แต่หากมีปัญหาเรื่องคุณสมบัติ ก็อาจต้องพ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระ

ซึ่งพบว่า ก่อนจะถึงวันประชุมคณะกรรมการสรรหาฯ ในวันนี้ มีความเคลื่อนไหวจากหลายภาคส่วนที่จับตาการประชุมของคณะกรรมการ เช่น เมื่อวันที่ 16 ก.ค.ที่ผ่านมา ทางสภาผู้บริโภคออกแถลงการณ์เรียกร้องให้กรรมการสรรหาฯ ทุกคนยึดข้อกฎหมาย ข้อเท็จจริง และพยานหลักฐานเป็นหลัก เพื่อวินิจฉัยข้อร้องเรียนเกี่ยวกับคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของ ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. ให้ได้ข้อยุติ

แถลงการณ์ดังกล่าวระบุอีกว่า สภาผู้บริโภคเชื่อมั่นว่า คณะกรรมการสรรหาฯ จะนำข้อกฎหมายและหลักฐานเชิงประจักษ์ที่มีอยู่มาพิจารณาอย่างรอบคอบ และมีมติที่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง หากพบว่าขาดคุณสมบัติจริง กรรมการสรรหาฯ ต้องกล้าตัดสินใจด้วยความซื่อตรงต่อหน้าที่ เพื่อเปิดทางให้ผู้มีคุณสมบัติครบถ้วน ยึดมั่นในจริยธรรม และพร้อมรักษาประโยชน์สาธารณะเข้ามาทำหน้าที่ การเปิดทางให้ผู้ที่เหมาะสมเข้ามารับตำแหน่ง ไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนตัวบุคคล แต่เป็นการคืนความชอบธรรมให้กระบวนการสรรหา ฟื้นความเชื่อมั่นต่อ กสทช. และทำให้ตำแหน่งกรรมการด้านการคุ้มครองผู้บริโภคกลับมายืนอยู่ข้างประชาชนอย่างแท้จริง

ในท้ายแถลงการณ์มีองค์กรภาคีเครือข่ายประชาชนและผู้บริโภค 13 แห่ง จาก 10 จังหวัด ร่วมลงนามสนับสนุนให้คณะกรรมการสรรหาฯ ทำหน้าที่อย่างอิสระ ตรงไปตรงมา และไม่หวั่นไหวต่อแรงกดดัน พร้อมย้ำให้วินิจฉัยจากกฎหมายและพยานหลักฐาน เปิดเผยเหตุผลต่อสาธารณะ และรักษามาตรฐานความซื่อสัตย์ของผู้นำองค์กรอิสระ

โดยมีองค์กรร่วมลงนาม ได้แก่ 1) ศูนย์คุ้มครองสิทธิผู้บริโภค จังหวัดน่าน 2) สถาบันธรรมาภิวัฒน์ 3) ศูนย์คุ้มครองผู้บริโภคภาคประชาชนจังหวัดเชียงใหม่ 4) เครือข่ายผู้บริโภคจังหวัดภูเก็ต 5) ศูนย์ประสานงานหลักประกันสุขภาพประชาชนจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 6) สมาคมคุ้มครองผู้บริโภคจังหวัดปัตตานี 7) สมาคมผู้บริโภคสงขลา 8) ศูนย์ประสานงานหลักประกันสุขภาพประชาชนอำเภอเมืองสุรินทร์ เป็นต้น

ขณะที่ฝ่ายการเมือง พบว่าเมื่อวันที่ 16 ก.ค.ที่ผ่านมา นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ที่ปรึกษาของประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร และอดีตผู้สมัคร สส.สงขลา พรรคประชาชน เปิดเผยไว้ว่า เตรียมยื่นหลักฐาน และหนังสือฉบับที่ 3 ถึงคณะกรรมการสรรหา กสทช. ในวันนี้

โดย นพ.สุภัทร ให้สัมภาษณ์ไว้ว่า ได้ติดตามสถานะของ นพ.สรณ มาโดยตลอด เพื่อนำหลักฐานที่ได้มาอย่างยากลำบาก เพราะไม่ได้รับความร่วมมือจากทั้งมหาวิทยาลัยมหิดล โรงพยาบาลรามาธิบดี และธนาคารกรุงเทพ ส่วนประเด็นสำคัญของหลักฐานตามข้อเท็จจริงนั้น นพ.สรณ จะต้องลาออกจากตำแหน่งอื่นใดทั้งหมด เพื่อมารับตำแหน่ง ประธาน กสทช. ตั้งแต่ 11 ม.ค. 2565 ซึ่ง นพ.สรณ ได้ลาออกจากพนักงานมหาวิทยาลัยมหิดล เมื่อวันที่ 8 ม.ค. 2565 จริง แต่หลังจากนั้น นพ.สรณ ยังได้กลับไปทำงานเป็นแพทย์รายชั่วโมงของคลินิกพรีเมียมพิเศษของโรงพยาบาลรามาธิบดี ซึ่งตามข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหิดลนิยามลูกจ้างชั่วคราว ยังหมายรวมถึงลูกจ้างรายชั่วโมงด้วย ซึ่งขัดต่อพระราชบัญญัติกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ พ.ร.บ.กสทช.

นพ.สุภัทร ยังระบุว่า นพ.สรณ ยังได้สมัครเป็นกรรมการอิสระของธนาคารกรุงเทพ ซึ่งได้มีการเลือกกันเมื่อ 12 เม.ย. ที่ผ่านมา และในการชี้ชวนลงคะแนน นพ.สรณ ก็ระบุว่า ตนเองเป็นประธาน กสทช. ทั้งที่ความเป็นจริง ไม่ควรไปสมัครเข้าสรรหา และได้รับการแต่งตั้งในวันรุ่งขึ้น นพ.สรณ ก็ไม่ได้แจ้งการลาออกการเป็นกรรมการอิสระ แต่แจ้งธนาคารกรุงเทพ ขอชะลอการรับตำแหน่งกรรมการอิสระ เพื่อสอบถามกฤษฎีกาว่า สามารถรับตำแหน่งได้หรือไม่ และแจ้งต่อที่ประชุมบอร์ด กสทช.ว่า ขอหารือคณะกรรรมการกฤษฎีกาก่อน ทั้งนี้ นพ.สรณ มีเจตนาไม่ลาออก ทั้งจากตำแหน่งกรรมการอิสระธนาคารกรุงเทพ และยังมีเจตนาปฏิบัติหน้าที่ด้านการแพทย์ ไม่ว่าเหตุใดก็ตาม แต่ผิดตาม พ.ร.บ.กสทช.ที่ต้องการให้ลาออกทุกตำแหน่ง เพื่อความเป็นกลาง ความถูกต้อง ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนในการทำหน้าที่ ซึ่งจะยื่นหลักฐานให้คณะกรรมการสรรหาในวันนี้

“นพ.สรณ ลาออกมหาวิทยาลัยมหิดลจริง แต่การเป็นแพทย์รายชั่วโมง ตามระเบียบมหาวิทยาลัยมหิดล ลูกจ้างชั่วคราว หมายรวมถึงลูกจ้างรายชั่วโมง และยังได้รับเงินจากมหาวิทยาลัยมหิดลด้วย จึงถือว่า ไม่ใช่งานจิตอาสา และเงินที่รับยังปรากฏในรายการเสียภาษีด้วย ในการชี้ขาดของคณะกรรมการสรรหา กสทช.นั้น จะต้องเป็นการลงมติแบบเปิดเผย ซึ่งก็เป็นที่คาดหวังของสังคม แต่หลักฐานที่ออกมามั่นใจว่า นพ.สรณ ขาดคุณสมบัติ ซึ่งหากคณะกรรมการสรรหา เห็นว่า นพ.สรณ ยังคงมีคุณสมบัติ ผมก็จะเปิดเผยรายละเอียดหลักฐานให้สังคมได้ร่วมกันตรวจสอบต่อไป” นพ.สุภัทร ระบุ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นพ.สรณ ทำอะไรผิด จึงต้องหลุดจากกสทช วิบากกรรม ยังไม่จบ!.

การทำงานของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติหรือกสทช.ในช่วงหลายวันที่ผ่านมา ไม่สามารถเดินหน้าขับเคลื่อนต่อไปได้

วิบากกรรม 'หมอสรณ' ยังไม่หมด! หากพ้น 'ประธาน กสทช.' โดนเรียกเงินคืน เสี่ยงคดีอาญา

'อดีต กมธ.ไอซีที' สภาสูง ชี้วิบากกรรม 'นพ.สรณ' ยังไม่หมด หากหลุด 'ประธาน กสทช.' โดนเรียกเงินเดือน-เบี้ยประชุม-ค่าใช้จ่ายไปต่างประเทศย้อนหลัง เสี่ยงพ่วงคดีอาญา

นายกฯ เผยทูลเกล้าฯ ให้ 'นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์' พ้นประธาน กสทช.แล้ว

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีทูลเกล้าฯ ให้ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) พ้นจากตำแหน่ง กรณีคณะกรรมการสรรหา กสทช. มีมติให้ขาดคุณสมบัติว่า ก็เป็นไปตามขั้นตอนและกระบวนการ

“ความผิด” ของหมอสรณ คือการไม่ทิ้งคนไข้?

บางเรื่องเมื่ออ่านครั้งแรกอาจดูเป็นเรื่องกฎหมาย แต่เมื่ออ่านรายละเอียดมากขึ้น กรณีนี้กลับมีมิติของ “คน” มากกว่าที่คิด กรณีของ ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. วันนี้กำลังเผชิญข้อถกเถียงใหญ่โตถึงขั้นว่า มีลักษณะต้องห้ามและควรพ้นจากตำแหน่งประธานองค์กรกำกับดูแลระดับประเทศหรือไม่

อดีตสว.ชี้เปรี้ยง'อนุทิน'ต้องรีบทูลเกล้าฯปลดนพ.สรณ

อดีตสว.ชี้เปรี้ยง อนุทินต้องรีบทูลเกล้าฯปลดนพ.สรณ เตือนหากคิดแบก โดนคดีอาญา-ผิดจริยธรรม เชื่ออดีตเลขาฯปธ.กสทช.ชิงลาออกด่วน เพราะได้สัญญาณพิเศษ