ปภ.เกาะติดอุทกภัยภาคเหนือ น่านยังมีน้ำท่วม 4 อำเภอ 99 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบกว่า 30,000 คน เสียชีวิต 2 ราย ระดมเฮลิคอปเตอร์ KA32-เครื่องจักรกลสาธารณภัย พร้อมถุงยังชีพ 5,000 ชุดเข้าช่วยเหลือ กำชับจังหวัดจับตาฝนเพิ่ม เร่ง Cell Broadcast เตือนล่วงหน้า พร้อมอพยพกลุ่มเปราะบางก่อนเกิดเหตุ
20 สิงหาคม 2569 - เวลา 10.00 น. ณ ห้องกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ อาคาร 3 ชั้น 5 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นางสาวชัชดาพร บุญพีระณัช รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์สาธารณภัย (Situation Awareness Team: SAT) กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) ครั้งที่ 17/2569 เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัยและการให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบภัย
การประชุมมีผู้อำนวยการสำนักและกองส่วนกลาง ผู้แทนศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต รวมถึงสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด เข้าร่วมประชุม ณ ที่ตั้งและผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์
นางสาวชัชดาพรเปิดเผยว่า จากเหตุฝนตกหนักในพื้นที่ภาคเหนือ ส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน และน้ำล้นตลิ่ง ปัจจุบันยังคงมีสถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดน่าน 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอปัว อำเภอท่าวังผา อำเภอภูเพียง และอำเภอสันติสุข รวม 24 ตำบล 99 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 13,132 ครัวเรือน รวม 30,313 คน และมีผู้เสียชีวิต 2 ราย อยู่ในอำเภอปัว 1 ราย และอำเภอท่าวังผา 1 ราย
อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้กำชับให้หน่วยงานถือปฏิบัติตามข้อสั่งการของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และนายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.3) โดยหากเกิดหรือคาดว่าจะเกิดสถานการณ์อุทกภัย ให้เร่งเคลื่อนย้ายยานพาหนะหรือทรัพย์สินมีค่าที่อาจได้รับความเสียหายสูงออกจากพื้นที่ เพื่อลดความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น
พร้อมกันนี้ ให้ดูแลกลุ่มเปราะบางและเตรียมเคลื่อนย้ายประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยงไปยังจุดปลอดภัย โดยต้องดำเนินการก่อนเกิดเหตุ รวมทั้งประสานสำนักงานชลประทานและนายอำเภออย่างใกล้ชิด เพื่อวิเคราะห์แนวโน้มและคาดการณ์ระยะเวลาการเดินทางของมวลน้ำ ก่อนแจ้งศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติส่งข้อความ Cell Broadcast ให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงทราบล่วงหน้าและเตรียมรับมือสถานการณ์
นอกจากนี้ ให้ประสานสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเพื่อระบุพิกัดกลุ่มเปราะบางและผู้ป่วยติดเตียง เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าถึงและให้ความช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงประสานผนึกกำลังเครือข่าย อาสาสมัคร มูลนิธิ อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อปพร.) และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ในพื้นที่ เข้าช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มกำลัง
สำหรับการช่วยเหลือประชาชน ปภ.ได้สนับสนุนเฮลิคอปเตอร์ KA32 พร้อมเครื่องจักรกลสาธารณภัยจากศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 10 ลำปาง เขต 15 เชียงราย และเขต 16 ชัยนาท รวมทั้งลำเลียงถุงยังชีพจำนวน 5,000 ชุด เข้าถึงพื้นที่เรียบร้อยแล้ว และจะทยอยแจกจ่ายให้ผู้ประสบภัยในแต่ละพื้นที่ตามแผนของจังหวัด
ส่วนพื้นที่ที่สถานการณ์คลี่คลายแล้ว ให้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ อปท.ในพื้นที่ มูลนิธิ อาสาสมัคร และผู้นำชุมชน เร่งฟื้นฟูพื้นที่ โดยระดมรถน้ำ รถตัก และรถกวาดขยะ เข้าเก็บกวาดทำความสะอาดบ้านเรือนประชาชน ถนน สถานที่ราชการ และสถานที่สำคัญ ขณะที่พื้นที่ซึ่งยังมีสถานการณ์อุทกภัย ให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและเตรียมพร้อมรับมือหากเกิดสถานการณ์เพิ่มเติม
นางสาวชัชดาพรกล่าวว่า แม้บางพื้นที่สถานการณ์จะคลี่คลายแล้ว แต่ยังต้องเฝ้าระวังฝนที่จะตกเพิ่ม จึงขอให้ทุกจังหวัดติดตามสถานการณ์น้ำ ปริมาณฝน และแนวโน้มระดับน้ำอย่างใกล้ชิด เพื่อวิเคราะห์และระบุทั้งพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบและพื้นที่เสี่ยงล่วงหน้า
หากพบแนวโน้มเกิดอุทกภัย ให้เร่งประสานศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติแจ้งเตือนประชาชนผ่านระบบ Cell Broadcast ควบคู่กับช่องทางสื่อสารในพื้นที่ พร้อมสนับสนุนกำลังเจ้าหน้าที่และเครื่องจักรกลสาธารณภัย อาทิ เรือท้องแบน เจ็ตสกี เครื่องสูบน้ำ รถยกสูง รถเคลื่อนย้ายผู้ประสบภัย และเครื่องสูบน้ำระยะไกล รวมถึงจัดชุดปฏิบัติการเข้าช่วยเหลือและอพยพประชาชนอย่างรวดเร็ว
ขณะเดียวกัน ให้สนับสนุนถุงยังชีพและสิ่งของจำเป็นต่อการดำรงชีพ โดยให้ความสำคัญกับกลุ่มเปราะบางเป็นลำดับแรก ตลอดจนจัดเตรียมศูนย์พักพิงชั่วคราวให้พร้อมรองรับผู้ประสบภัย มีสิ่งอำนวยความสะดวก อาหาร น้ำดื่ม การดูแลด้านสาธารณสุข โรงครัวและแหล่งวัตถุดิบที่เพียงพอ รวมถึงระบบไฟฟ้าสำรอง
นอกจากนี้ ให้เร่งแก้ไขระบบไฟฟ้าและประปาให้กลับมาใช้งานได้โดยเร็ว พร้อมวางมาตรการปกป้องสถานที่สำคัญ ได้แก่ สถานพยาบาล โบราณสถาน พื้นที่เศรษฐกิจ และพื้นที่ชุมชน เพื่อให้สามารถเข้าช่วยเหลือและอพยพประชาชนได้ทันทีเมื่อเกิดสถานการณ์ รวมถึงลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น
“เป้าหมายสำคัญที่สุดคือความปลอดภัยในชีวิตของประชาชน” รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
รองโฆษกฯ บอกวิจารณ์รัฐบาลได้เต็มที่ แต่อย่านำภาพนายกฯตรวจโรงครัว มาสรุปแทนภารกิจทั้งหมด
รองโฆษกรัฐบาลโต้ "ภคมน" ปมแก้น้ำท่วม ขออย่านำภาพตรวจโรงครัวภูมิใจไทยมาสรุปแทนภารกิจทั้งหมด ยืนยันนายกฯ บัญชาการผ่าน บกปภ.ช. ต่อเนื่อง สั่งระบายน้ำข้ามจังหวัด เร่งเยียวยา ฟื้นฟู และเตรียมรับฝนระลอกใหม่
กคช. เร่งฟื้นฟู 43 โครงการ หลังน้ำท่วม กระทบ 2.23 แสนคน
นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กำชับการเคหะแห่งชาติเร่งรับมือสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่โครงการต่าง ๆ ซึ่งได้รับผลกระทบ 43 โครงการ รวมประมาณ 76,800 หน่วย หรือประชาชนราว 223,000 คน พร้อมระดมความช่วยเหลือ ดูแลประชาชน ฟื้นฟูความเสียหายหลังน้ำลด
"อนุชา" สส.ชัยนาท ลงพื้นที่อ.สรรพยา มอบสิ่งของบรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชนช่วงน้ำท่วม ขอแรงทุกภาคส่วนช่วยเหลือทุกพื้นที่เพื่อไม่ให้ตกหล่น
นายอนุชา นาคาศัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยนาท เขต1 พรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยนางจิตร์ธนา ยิ่งทวีลาภา นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยนาท น.ส.ปาวา นาคาศัย คณะทำงาน สส.อนุชา และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ ศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย เทศบาลตำบลโพนางดำตก และเทศบาลตำบลตลุก อ.สรรพยา จ.ชัยนาท เพื่อมอบข้าวสาร อาหารแห้ง น้ำดื่ม และสิ่งของช่วยเหลือจำเป็น ให้กับชาวบ้านในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย

