ดัชนีการเมือง ส.ค. ร่วงรัฐสอบตกแก้ทุจริต-เศรษฐกิจ

30 สิงหาคม 2569 – สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “ดัชนีการเมืองไทย ประจำเดือนสิงหาคม 2569” กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 2,107 คน (สำรวจทางออนไลน์และภาคสนาม) ระหว่างวันที่ 25-28 สิงหาคม 2569 พบว่า กลุ่มตัวอย่างให้คะแนนภาพรวมดัชนีการเมืองไทยประจำเดือนสิงหาคม เฉลี่ย 3.63 คะแนน ลดลงจากเดือนกรกฎาคม 2569 ที่ได้ 3.71 คะแนน

ตัวชี้วัดที่ได้คะแนนสูงสุด คือ ผลงานของฝ่ายค้าน เฉลี่ย 4.28 คะแนน ตัวชี้วัดที่ได้คะแนนต่ำสุดคือ การแก้ปัญหายาเสพติดและผู้มีอิทธิพล เฉลี่ย 3.00 คะแนน นักการเมืองฝ่ายรัฐบาลที่มีบทบาทโดดเด่นคือ อนุทิน ชาญวีรกูล ร้อยละ 31.94 รองลงมาคือ ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ร้อยละ 25.66  ด้านฝ่ายค้านคือ รักชนก ศรีนอก ร้อยละ 32.46 รองลงมาคือ พริษฐ์ วัชรสินธุร้อยละ 22.68 ผลงานฝ่ายรัฐบาลที่ชื่นชอบประจำเดือน คือไทยช่วยไทย พลัส ร้อยละ 57.60 ผลงานฝ่ายค้านที่ชื่นชอบประจำเดือน คือ ตรวจสอบการใช้งบประมาณของรัฐบาล ร้อยละ 39.74

ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล ระบุว่า ดัชนีการเมืองไทยเดือนสิงหาคมที่ลดลง สะท้อนผลจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง ทั้งเศรษฐกิจ สังคม การทุจริต ภัยพิบัติ และความมั่นคง แม้รัฐบาลจะรับมือและมีมาตรการออกมา แต่หลายเรื่องยังไม่เห็นผลชัดเจน ขณะที่ฝ่ายค้านใช้บทบาทตรวจสอบและการสื่อสารทางการเมืองต่อเนื่อง จึงทำให้ผลงานฝ่ายค้านและการมีส่วนร่วมของประชาชนเป็นเพียง 2 ตัวชี้วัดที่เพิ่มขึ้น

อาจารย์ภิญโญ คูวัฒนาเสนีย์ หลักสูตรนิติศาสตรบัณฑิต โรงเรียนกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต อธิบายว่า ผลการสำรวจชี้ให้เห็นว่าคะแนนดัชนีการเมืองไทยลดลงแทบทุกด้าน สะท้อนถึงวิกฤตความเชื่อมั่นของประชาชนต่อสถาบันการเมืองไทย โดยเฉพาะประเด็นการแก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน ความโปร่งใส และการแก้ปัญหายาเสพติดและผู้มีอิทธิพลที่มีคะแนนรั้งท้าย  อีกประเด็นสำคัญคือความถดถอยของความชอบธรรมทางกฎหมายของฝ่ายบริหาร ส่งผลให้คะแนนผลงานของนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลลดลงเหลือเพียง 3.57 คะแนนเท่ากัน แม้มาตรการเยียวยาอย่าง “ไทยช่วยไทย พลัส” จะได้รับความนิยมสูงสุดจากฝ่ายรัฐบาล (ร้อยละ 57.60) แต่ก็ไม่อาจชดเชยความล้มเหลวในภาพรวมของดัชนีราคาสินค้า ค่าครองชีพ และเศรษฐกิจโดยรวมที่ปรับตัวลดลงทุกด้าน ขณะที่การมีส่วนร่วมของประชาชนกลับมีคะแนนอยู่ในอันดับต้น ๆ  จึงเป็นสัญญาณเตือนทั้งทางกฎหมายและการเมืองว่า หากโครงสร้างรัฐบาลขาดความโปร่งใสและหลักนิติธรรม  ความศรัทธาของประชาชนต่อระบบการปกครองและสถาบันการเมืองไทยย่อมเสื่อมถอยลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

รัฐบาลขอเคลียร์! อย่าตีความคำเตือนนายกฯ ให้ทิ้งสัตว์เลี้ยง ชี้รีบอพยพก่อนน้ำท่วมสูง

'รองโฆษกรัฐบาล' แจงปมอพยพพร้อมสัตว์เลี้ยง ย้ำอย่าตีความคำเตือนนายกฯ ให้ทิ้งสัตว์ไว้ข้างหลัง ชี้สิ่งสำคัญคือพาทั้งคนและสัตว์ออกจากพื้นที่ก่อนน้ำสูงจนช่วยเหลือลำบาก

นายกฯวิดีโอคอนเฟอเรนซ์สั่ง 'ผวจ.ทั่วประเทศ' รับมืออุทกภัย

นายกฯวิดีโอคอนเฟอเรนซ์จากบุรีรัมย์นั่งบัญชาการ บกปภ.ช. สั่ง ผวจ.ทั่วประเทศรับมืออุทกภัย เตรียมศูนย์พักพิง-เครื่องสูบน้ำ -อาหาร-ยา สั่ง ภาคใต้ทบทวนแผนเผชิญเหตุ เน้นรายอำเภอ เตรียมรับฝนหนัก 4–10 ต.ค.นี้ เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน-น้ำป่า-ดินถล่ม 

สีน้ำเงินทุบ 'สสส.' คุมเงินภาษีบาป! 'อนุทิน' นำทีมเอง รื้อ กม. ยกเลิกรับ 4 พันล้าน ให้ของบแทน

สัญญาณทะแม่ง! สีน้ำเงินจ้องทุบ 'สสส.' คุมเงินภาษีบาป 'อนุทิน' เล่นเอง นำทีมชงร่างกฎหมาย ยกเลิกส่งภาษีร่วมสี่พันล้านบาท เปลี่ยนมาของบจากฝ่ายการเมือง ให้ตามความจำเป็น หลัง ภท. เพิ่งเสนอ กม.ปิดท่อน้ำเลี้ยง 'ไทยพีบีเอส' ด้าน สว.สีน้ำเงิน เอาด้วยตั้งกระทู้ถาม

นายกฯ ถก 'บกปภ.ช.' วันที่สาม กางแผนรับมือ 4-5 ต.ค. เสี่ยงท่วมซ้ำ

นายกฯ ถก 'บกปภ.ช.' ต่อเนื่องวันที่ 3 ย้ำใช้ข้อมูลชุดเดียวเป็นเอกภาพ กันปชช.สับสน สั่งจับตา 4-5 ต.ค. เสี่ยงพายุฝน ยังไม่อยู่ในสภาวะที่ไว้วางใจได้ ให้เตรียมมาตรการรอบด้านรับมือ