
“วุฒิสภา” ถกงบ 70 ครึ่งวันจบ ลงมติเห็นชอบ 145 เสียง ไม่เห็นชอบ 5 เสียง งดออกเสียง 12 เสียง “อนุทิน” ขอบคุณสภาสูง ยันใช้เงินให้คุ้มค่า “ธรรมนัส” แจงยกมือหนุนเพราะคิดถึงประโยชน์ ปชช.
เมื่อวันศุกร์ที่ 11 ก.ย.2569 มีการประชุมวุฒิสภา (สว.) เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท หลังจากที่สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาเสร็จสิ้น โดยนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ชี้แจงและเสนอร่าง พ.ร.บ.ว่า สภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณาปรับลดตามที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญฯ พิจารณาดำเนินการ ซึ่งสภาเห็นชอบตาม กมธ.เสียงข้างมาก โดยให้ความสำคัญกับความพร้อมประสิทธิภาพของหน่วยและลดความซ้ำซ้อน ภารกิจสำคัญในการสนับสนุนกระตุ้นเศรษฐกิจ และการแก้ไขปัญหาของประชาชนเป็นสำคัญ ขอขอบคุณสมาชิกวุฒิสภาทุกท่านที่จะพิจารณางบ โดยข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะของ สว.รัฐบาลรับไว้ด้วยความขอบคุณ และจะนำไปประกอบการพิจารณาปรับปรุงการดำเนินการของหน่วยงานรับงบประมาณ เพื่อให้การใช้จ่ายงบประมาณให้มีความคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติและประชาชนเป็นอย่างยิ่ง
จากนั้น นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร สว. ในฐานะประธาน กมธ.วิสามัญพิจารณาศึกษาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 รายงานผลการศึกษาตอนหนึ่งว่า กมธ.มีข้อสังเกตต่อการจัดทำงบประมาณ 2570 ในด้านเศรษฐกิจ มีแนวโน้มขยายตัวระดับต่ำ ซึ่ง กมธ.มีข้อเสนอแนะให้รัฐบาลควรยกระดับการผลิต การส่งออก ด้วยการส่งเสริมอุตสาหกรรมอนาคต ยกระดับโครงสร้างการผลิตและการส่งออก นอกจากนั้นรัฐบาลต้องเร่งแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง
“รัฐบาลควรปรับแผนโครงสร้างรายได้ศุลกากร เตรียมมาตรการรองรับรายได้ภาษีที่ลดลงจากความผันผวนของการค้าโลก และรัฐบาลทบทวนโครงสร้างรายจ่ายประจำอย่างจริงจัง เช่น ค่าใช้จ่ายด้านสวัสดิการบุคลากรภาครัฐ”
ในเวลา 11.11 น. น.ส.รัชนีกร ทองทิพย์ สว.กลุ่มอิสระ อภิปรายว่า เรื่องของการวางแผนงบประมาณชาติ เป็นเรื่องที่สำคัญมาก เราต้องช่วยกันคิดช่วยกันวางแผนเพื่อหาทางออกว่าในปีถัดไปเราจะทำอย่างไรให้ไม่ต้องกู้เงินมาชดเชยงบประมาณชาติ ที่ไม่พอค่าใช้จ่ายอีก สิ่งที่เราควรทำคือการเมืองที่สร้างสรรค์ สส.-สว.เองก็ควรเสนอแนะสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ ไม่ใช่มัวแต่ทะเลาะกัน มัวแต่ตำหนิกัน ปัญหาของงบประมาณชาติ ปี 2570 ก็คือรายได้ไม่พอค่าใช้จ่าย รัฐบาลมีหน้าที่ต้องไปดูตรวจสอบว่าจะทำยังไงให้เพิ่มรายได้และลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นบางอย่างลง
“ขอฝากสิ่งที่สำคัญที่สุด รัฐบาลต้องแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ อยากแก้ที่ปลายเหตุ ทำงานอย่างมียุทธศาสตร์ หน้าที่ของฝ่ายบริหารก็คือวางแผนงาน การเติบโตทิศทางขององค์กรกำหนดนโยบาย 3 ปี 5 ปี ไม่ใช่การตามแก้ปัญหารายวัน และสิ่งที่สำคัญที่สุด ท่านต้องควบคุมการทุจริตภาครัฐให้ได้ เพราะนั่นหมายถึงการสูญเสียงบประมาณชาติและเป็นความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน” น.ส.รัชนีกรกล่าว
นายพรชัย วิทยเลิศพันธุ์ สว. อภิปรายว่า งบปี 70 มีวงเงินสูงเป็นประวัติการณ์ และมี 5 พิ ของงบปี 70 คือ 1.พิรุธ ในการตั้งราคาและจัดซื้อจัดจ้าง 2.พิกล เพราะของเดิมยังมีอยู่ ของใหม่ก็งอก 3.พิการ ในระบบวัดหรือการติดตั้งเคพีไอพิการ 4. พิศวง เงินจำนวนมหาศาลที่ยิ่งดูยิ่งหายเข้ากลีบเมฆ หายเข้าไปในเมืองลับแล และ 5.พิฆาตอนาคต ซึ่งเป็นห่วงที่สุด เพราะงบประมาณไม่ใช่แค่บัญชีรายจ่าย แต่คือคำตอบว่าประเทศนี้เชื่อว่าอนาคตของเราอยู่ตรงไหน
จากนั้น น.ส.นันทนา นันทวโรภาส สว. อภิปรายว่า ขอตั้งชื่องบประมาณปีนี้ ตามหัวหน้ารัฐบาลที่เป็นคนเหนือดวง แต่สำหรับประชาชนต้องเรียกว่างบประมาณแล้วแต่ดวง งบประมาณคือลายแทงแห่งอนาคตประเทศ หากจัดงบประมาณดีมีอนาคตก็ถือเป็นลายแทงสู่ขุมทรัพย์ แต่ถ้าจัดงบแบบนี้ก็ถือว่าเป็นลายแทงสู่หุบเหว ดังนั้นประชาชนจะรอดจากภัยพิบัติทางเศรษฐกิจก็คงต้องช่วยตัวเอง หวังพึ่งรัฐบาลคงไม่ได้ เพราะขนาดนายกรัฐมนตรียังต้องพึ่งเหรียญสมีโชติเลย
“การจัดทำงบกลางไว้จำนวนมากๆ อาจจะเรียกว่า 'งบสิ้นคิด' คือคิดอะไรไม่ออก ก็เอาไปกองรวมกันเอาไว้ แล้วไปหาทางใช้เงินก้อนนี้ให้หมดได้ในที่สุด สภาก็ตรวจสอบไม่ได้ ประชาชนก็ยิ่งไม่รู้อะไรเลย มีคนกล่าวว่างบกลางยิ่งมากก็ยิ่งเพิ่มเงินทอนมากขึ้น หาได้เพิ่มจีดีพีไม่" น.ส.นันทนากล่าว และว่า รัฐบาลยืมเงินอนาคตมาใช้แล้วมีแผนการจะใช้หนี้อย่างไร อย่าลืมว่าหนี้ทุกบาทคือภาระของประชาชน ถ้ารัฐบาลทำตัวเป็นลูกอีช่างกู้ แต่ไม่ยอมหาเงินมาคืน ลูกหลานก็จะจดจำว่ารัฐบาลอนุทินเป็นนักกู้ผู้ไม่รับผิดชอบต่ออนาคตของประเทศ
จากนั้นเวลา 13.40 น. นางอังคณา นีละไพจิตร สว. อภิปรายงบประมาณหน่วยงานในสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี คือกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ว่า คำถามวันนี้ไม่ใช่เพียงว่า กอ.รมน.ใช้งบประมาณมากหรือน้อย แต่อะไรคือตัวชี้วัดของความสำเร็จที่แท้จริงของ กอ.รมน.ในการแก้ปัญหา ดังนั้นการจัดสรรงบประมาณให้ กอ.รมน. เห็นว่าควรประเมินตามประสิทธิภาพการทำงานของ กอ.รมน.ควบคู่กันไปด้วย
นางอังคณากล่าวว่า นอกจากนั้นยังขออภิปรายหน่วยงานในสังกัดกระทรวงยุติธรรม หน่วยงานแรกคือกรมคุมประพฤติ ซึ่งในปี 70 งบประมาณลดลง 2.47% ซึ่งที่ผ่านมาปัญหาของกรมคุมประพฤติคือมีงบประมาณและบุคลากรไม่เพียงพอที่จะทำงานให้บรรลุเป้าหมาย งบประมาณที่ลดลงภายในปี 70 ย่อมส่งผลต่อการสอดส่องพฤติกรรมของนักโทษที่ได้รับการปล่อยตัว
นางอังคณากล่าวอีกว่า เช่นเดียวกับกรมราชทัณฑ์ ในรายงานขององค์การสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ รายงานสภาพเรือนจำประจำปี 69 พบว่ามีผู้ต้องขังในระหว่างเดือน ม.ค.66-ธ.ค.68 มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในขณะที่งบประมาณปี 70 ราชทัณฑ์ถูกตัดงบลดลง 1.03% แม้ดูว่าอาจไม่มาก แต่ถ้าเทียบกับภารกิจด้านการปรับปรุงด้านพฤตินิสัย การคืนคนดีสู่สังคม เห็นว่าการถ้าราชทัณฑ์ถูกตัดงบน้อยลงกว่าเดิมโดยไม่มีการวิเคราะห์งบประมาณให้สอดคล้องกับตัวเลขผู้ต้องขัง แล้วเราจะคาดหวังให้กรมราชทัณฑ์ปฏิบัติตามมาตรฐานขั้นต่ำในการดูแลผู้ต้องขังของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) หรือข้อกำหนดแมนเดลลา รวมถึงการขัดเกลาความประพฤติเพื่อคืนคนดีสู่สังคมได้อย่างไร
หลังสมาชิกอภิปรายเสร็จสิ้น นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่า งบประมาณเป็นงบประมาณปีแรกที่รัฐบาลนี้ได้ดำเนินการจัดทำ เห็นว่าหากจัดการงบประมาณแบบเดิมภายใน 2 ปีข้างหน้าประเทศไทยไม่สามารถเดินหน้าต่อไปได้ ด้วยเหตุผลหนึ่งคือภาระงบประมาณในแต่ละปี โดยเฉพาะงบที่เป็นงบรายจ่ายประจำสูงขึ้นเรื่อยๆ ถ้าไม่มีการบริหาร ส่วนกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ปีนี้ได้รับงบประมาณเพิ่มสูงขึ้นจากปีที่แล้ว ไม่ใช่เพราะตามที่ครหาว่าเป็นเพราะกระทรวงลูกเทพหรือไม่จึงได้รับเงินเพิ่มขึ้น แต่มีภารกิจสำคัญของรัฐบาลที่ต้องนำงบไปลงที่กระทรวงดีอี โครงการนั้นคือโครงการ GDCC โครงสร้างพื้นฐานระบบคลาวด์กลางของประเทศไทย ที่ให้บริการหน่วยงานภาครัฐ
หลังสมาชิกวุฒิสภาอภิปรายเสร็จสิ้น ที่ประชุมลงมติร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณประจำปีงบประมาณ 2570 เห็นชอบ 145 เสียง ไม่เห็นชอบ 5 เสียง งดออกเสียง 12 เสียง
จากนั้นนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รมว.มหาดไทย กล่าวขอบคุณว่า เพิ่งเดินทางกลับจากประเทศนอร์เวย์เมื่อเช้าวันนี้ ซึ่งในระหว่างที่สภาได้มีมติ มีการพิจารณาในเรื่องของร่าง พ.ร.บ.ปี 2570 ติดภารกิจที่ต่างประเทศ จึงรู้สึกเสียใจที่ไม่ได้เข้ามาร่วมรับฟังด้วยตัวเองในสภาผู้แทนราษฎร แต่วันนี้ตั้งใจเป็นอย่างมากว่าเมื่อร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 จะเข้าสู่การพิจารณาของวุฒิสภา จึงตั้งใจอย่างเต็มที่ที่จะมาขอบพระคุณท่านสมาชิกวุฒิสภาด้วยตนเอง
นายกฯ กล่าวว่า ขอขอบพระคุณในการพิจารณาให้ความเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 ซึ่งถือว่าเป็นเครื่องมือสำคัญที่ใช้ในการขับเคลื่อนนโยบายต่างๆ ของรัฐบาล ยุทธศาสตร์ชาติ แผนพัฒนาต่างๆ เพื่อให้ประเทศมีความมั่นคง ประชาชนมีความสุข สร้างความเป็นธรรม ลดความเหลื่อมล้ำ ขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจให้มีความยั่งยืน และพัฒนาระบบบริหารจัดการภาครัฐที่ตอบสนองความต้องการของประชาชนในทุกมิติ ขอยืนยันว่าข้อคิดเห็น คำแนะนำ ข้อห่วงใย รวมทั้งความห่วงใยที่บรรดา สว.ได้ให้คำแนะนำ และให้คำเสนอแนะไว้ตลอดระยะเวลาของการประชุมในวันนี้ และในฐานะรัฐบาลขอรับไว้ด้วยความขอบคุณ และจะนำไปประกอบการพิจารณาปรับปรุงการดำเนินการเพื่อให้พี่น้องประชาชนได้รับประโยชน์จากร่าง พ.ร.บ.ประมาณปี 2570 อย่างเต็มที่
“ขอให้มีความมั่นใจต่อวุฒิสภาว่า นโยบาย มาตรการ และงบประมาณที่ได้ผ่านการพิจารณาในครั้งนี้ จะถูกนำไปใช้ตามวัตถุประสงค์ และแผนงานที่กำหนด ซึ่งในฐานะรัฐบาลจะคอยกำกับดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การใช้จ่ายงบประมาณดังกล่าวมีความโปร่งใส มีประสิทธิภาพ และมีประสิทธิผล บรรลุผลสัมฤทธิ์ และที่สำคัญที่สุดคือต้องตรวจสอบได้”
ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคกล้าธรรม กล่าวถึงการลงมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2570 ว่า เป็นไปตามมติและแนวทางเดียวกันของพรรค โดยสมาชิกทุกคนมีความเข้าใจตรงกัน ยึดหลักเหตุผล ความรับผิดชอบ และประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ
“จุดยืนของพรรคคือการพิจารณาทุกเรื่องด้วยเหตุผล สิ่งใดไม่ถูกต้องก็ต้องกล้าทักท้วง สิ่งใดเป็นประโยชน์ต่อบ้านเมืองก็ต้องกล้าสนับสนุน โดยไม่ให้อคติหรือความแตกต่างทางการเมืองมาอยู่เหนือประโยชน์ส่วนรวม การเมืองแข่งขันกันได้ แต่เมื่อเป็นเรื่องของบ้านเมือง เราต้องยืนอยู่ข้างประชาชน” ร.อ.ธรรมนัสกล่าว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สีหศักดิ์การันตี มาเลย์หนุนไทย แก้ปัญหาไฟใต้
กอ.รมน.ภาค 4 สน. เปิดไทม์ไลน์เหตุยิงปะทะผู้ก่อเหตุรุนแรงเทือกเขาตะเวดับ 2 ราย พบหมายจับรวม 9 หมาย ยึด M16-AK-104 พร้อมระเบิด 2 ลูก "สีหศักดิ์" ย้ำแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ต้องเดินหน้าควบคู่ทั้งความมั่นคงและการพัฒนา เผยมาเลเซียให้ความร่วมมือเต็มที่
โปรดเกล้าฯโผทหาร ‘รบพิเศษ’นั่งมทภ.4
โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายทหาร 805 ตำแหน่ง “พล.อ.ศรัณย์” ขึ้นปลัด กห. “พล.ร.อ.นเรศ” ผบ.ทร. ส่วนทัพบกจัดทัพ 5 เสือใหม่ วางทายาท "เต้-กอล์ฟ" ชิง ทบ.1 ปี 2570
ยึดทรัพย์โกงสอบ320ล. ‘ยธ.’ดุให้2จนท.DSIออก
นายกฯ นำแถลงผลโกงสอบท้องถิ่น ยึดอายัดทรัพย์แล้ว 320 ล้าน ตำรวจขยายผลเคส “นายกเฮง” บุกจับเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ 2 นาย ร่วมขบวนการเรียกรับเงิน อ้าง “บอส” ช่วยบรรจุราชการได้ "ยธ.” สั่งพิจารณาออกจากราชการไว้ก่อน
มีลุ้น‘ไทยพลัส’ต่อ1-2ด.
“เอกนิติ” บอกกำลังพิจารณาไทยช่วยไทยพลัสเฟส 2 อยู่ แย้มอาจได้ 1-2 เดือน ขอดูสภาพเศรษฐกิจก่อน “สุรศักดิ์” เผยชง ครม. 22 ก.ย.นี้ไทยเที่ยวไทยพลัส รฟท.ยันแอร์พอร์ตลิงก์ไปต่อหลัง 30 ก.ย.
'อนุทิน' ขอบคุณ สว. ผ่านงบฯ 70 ฉลุย 145 เสียง พร้อมใช้อย่างโปร่งใส คุ้มค่า ตรวจสอบได้
สว. ผ่านงบฯ ปี 70 ฉลุย 145 เสียง “อนุทิน” ขอบคุณ สว. ไฟเขียว เผย เสียใจพลาดร่วมฟังสส.อภิปราย ยืนยัน รัฐบาลนำงบประมาณไปใช้อย่างโปร่งใส คุ้มค่า ตรวจสอบได้ พร้อมขับเคลื่อนประเทศตามนโยบายรัฐบาล
'พิสิษฐ์' นำทีม สว. รุมฟาด 'อดีตปธ.ศาลรธน.' ด้อยค่าวุฒิสภา
'พิสิษฐ์' นำทีม สว. รุมซัด 'นครินทร์' ดูหมิ่น ด้อยค่า ทำ สว. เสื่อมเสียชื่อเสียง ไร้หลักฐานหลังอ้าง 'มีชัย' ออกแบบวุฒิสภา คือความผิดพลาดทำความชอบธรรมทางการเมืองต่ำ

