
ศาลรธน.ยังไม่ส่งสัญญาณเลื่อนตัดสินคดีบัตรเลือกตั้ง หากไม่ยกเลิก บ่ายสองพรุ่งนี้รู้ผลเลือกตั้ง8 ก.พ.โมฆะหรือไม่ เปิดแนววินิจฉัยคดี ออกสูตรไหนได้บ้าง
27 ก.ย.2569-ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จนถึงช่วงเวลาประมาณ 15.00 น. ยังไม่มีการแจ้งจากสำนักงานเลขาธิการศาลรัฐธรรมนูญถึงสื่อมวลชนว่า จะมีการเลื่อนการประชุมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญในวันพรุ่งนี้ 28 ก.ย. ที่จะมีการลงมติและอ่านคำวินิจฉัยในคดีบัตรเลือกตั้ง ที่ศาลรัฐธรรมนูญนัดอ่านคำวินิจฉัยในเวลา 14.00 น.ออกไปแต่อย่างใด
มีรายงานว่า ทางผู้บริหารสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญได้รับทราบข่าวเรื่องมีการประชุมคณะรัฐมนตรีนัดพิเศษในวันนี้ที่ทำเนียบรัฐบาลที่อาจจะมีการประกาศให้ในบางวันของสัปดาห์หน้า เป็นวันหยุดราชการแล้ว ที่คงต้องรอดูในช่วงเย็นนี้อีกครั้งว่าศาลรัฐธรรมนูญซึ่งตั้งอยู่ที่ถนนแจ้งวัฒนะ จะมีการประกาศอะไรออกมาหรือไม่ ซึ่งหากไม่มีการเลื่อนการลงมติของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญในเวลา 09.30 น.ออกไป ทุกอย่างก็จะเป็นไปตามเดิม โดยศาลรธน.ได้นัดอ่านคำวินิจฉัยคดีในเวลา 14.00 น.
สำหรับคำร้องคดีบัตรเลือกตั้ง เกิดจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)มีการพิมพ์บาร์โค้ดในบัตรลงคะแนนเสียงแบบบัญชีรายชื่อ และคิวอาร์โค้ดในบัตรลงคะแนนเสียงแบบระบบเขต จนมีการไปร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินและสุดท้าย ผู้ตรวจการแผ่นดินมีมติเมื่อ14 มีนาคมส่งคำร้องพร้อมความเห็นไปยัง ศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้พิจารณาวินิจฉัยว่าบัตรเลือกตั้งดังกล่าว ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญฯหรือไม่ เพราะผู้ตรวจการแผ่นดินมีความเห็นว่า บัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรและต้นขั้ว เปิดช่องให้สามารถเชื่อมโยงบัตรที่ประชาชนออกเสียงและหย่อนลงในหีบบัตรเลือกตั้งให้กลับไปหาตัวตนผู้ใช้สิทธิ ถือเป็นการละเมิดหลักการเลือกตั้งที่ต้อง ออกเสียงลงคะแนนโดยตรงและลับ ตามรัฐธรรมนูญ ฯ จึงส่งคำร้องให้ศาลรธน.วินิจฉัย
ต่อมาที่ประชุมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีมติเมื่อเดือนมีนาคม มีมติเสียงข้างมาก 6 ต่อ 3 สั่งรับคำร้องของผู้ตรวจการแผ่นดินไว้วินิจฉัย โดยระหว่างนั้น กระบวนการไต่สวนในคำร้องคดีดังกล่าวดำเนินไปเรื่อยๆ
ต่อมา 26 สิงหาคม ศาลรัฐธรรมนูญเปิดห้องไต่สวนพยาน 5 คน ประกอบด้วย แสวง บุญมี เลขาธิการ กกต.-นางนิตรีญา รัตนทัศนีย์ นักวิชาการคอมพิวเตอร์ชำนาญการ สำนักงานกกต. -วรพงศ์ อนันต์เจริญกิจ ผอ.สำนักสนับสนุนการเลือกตั้ง กกต. และสองผู้บริหารโรงพิมพ์เอกชน ที่รับงานพิมพ์บัตรเลือกตั้ง ให้กกต.คือ ภาคภูมิ ภูมิอุดม กรรมการบริษัท ที.เค.เอส. เทคโนโลยี จำกัด และนางกัญญาณัฐ พิกุลทอง กรรมการบริษัท จันวาณิชย์ ซีเคียวริตี้ พริ้นท์ติ้ง จำกัด
จนเมื่อเสร็จสิ้นการไต่สวน ศาลรัฐธรรมนูญได้ออกประกาศกำหนดนัดแถลงด้วยวาจา ประชุมปรึกษาหารือ และนัดลงมติพร้อมฟังคำวินิจฉัยในวันจันทร์นี้ 28 กันยายน เวลา 14.00
ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้มีนักวิชาการ นักกฎหมาย มีการคาดหมายและประเมินรูปคดีว่า อาจจะออกมาได้สัก 3-4 แนวทางเช่น หนึ่ง ศาลรัฐธรรมนูญให้ ยกคำร้อง เพราะมองว่า บัตรลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง ทั้งระบบเขตและบัญชีรายชื่อยังคงเป็นความลับ และ สอง ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า บัตรเลือกตั้งเมื่อ 8 ก.พ.ที่มีการพิมพ์บาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดน่าเชื่อได้ว่า สามารถสืบทราบและตรวจสอบตัวตนผู้ลงคะแนน รวมถึงผลคะแนนได้ทำให้การออกเสียงลงคะแนนมิได้เป็นไปโดยลับ เป็นการกระทำที่ขัดแย้งต่อรัฐธรรมนูญ จึงวินิจฉัยให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ ซึ่งหากเป็นแบบนี้ กกต.ต้องไปจัดการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งใหม่ ทั้งระบบเขตและบัญชีรายชื่อ และกกต.จะถูกกดดันเรียกร้องให้แสดงความรับผิดชอบ ซึ่งกกต.อาจจะถูกบางฝ่ายร้องเอาผิดคดีอาญาและคดีแพ่งตามมา
รวมถึงสูตรที่ว่า ศาลรัฐธรรมนูญอาจ วินิจฉัยว่า การเลือกตั้งไม่เป็นความลับ แต่ให้โมฆะเฉพาะแค่ระบบบัญชีรายชื่อที่พิมพ์บาร์โค้ด แต่ระบบเขตที่ใช้รหัสแท่งคิวอาร์โค้ด ไม่เป็นโมฆะเพราะการสืบค้นย้อนหลังไปถึงผู้ลงคะแนนเสียงทำได้ยากกว่าบาร์โค้ด ผลก็คือ กกต.ต้องไปจัดการลงคะแนนเสียงระบบบัญชีรายชื่อใหม่ และทำให้สส.ระบบบัญชีรายชื่อทั้งหมด 100 คนต้องสิ้นสภาพ เช่น อนุทิน ชาญวีรกูล แต่ยังเป็นนายกฯได้อยู่ แต่บางคนเช่น ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ต้องหลุดจากการเป็นสส.และผู้นำฝ่ายค้านฯ ทำให้สส.ในสภาฯจะหายไปหนึ่งร้อยเสียงจากสส.ระบบบัญชีรายชื่อ ซึ่งหากศาลรธน.วินิจฉัยให้สส.บางส่วนต้องพ้นสภาพ ก็อาจจะต้องมีการคืนเงินเดือน รวมถึงสิทธิประโยชน์อื่นๆ ที่เคยได้รับในช่วง 8 เดือนที่ผ่านมา คือก.พ.ถึงก.ย. ให้กับสำนักงานเลขาธิการสภาฯ เป็นต้น
กระนั้น เป็นที่น่าสังเกตว่า ช่วงที่ผ่านมา หลังศาลรธน.รับคำร้องคดีดังกล่าว จนถึงขณะนี้ ซึ่งศาลรธน.นัดอ่านคำวินิจฉัยคดีในวันที่ 28 ก.ย. ปรากฏว่า จนถึงช่วงใกล้วันที่ศาลรธน.นัดอ่านคำวินิจฉัย พบว่า แทบไม่มีกระแสทางการเมืองออกมาเลยว่า ศาลรธน.จะวินิจฉัยให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะต้องไปออกเสียงกันใหม่ เห็นได้จากแม้แต่กับพรรคประชาชน แกนนำพรรคฝ่ายค้าน ก็ไม่มีใครออกมาแสดงความคิดเห็นหรือกดดันใดๆในเรื่องนี้ต่อศาลรธน. แต่มุ่งเน้นไปที่การเตรียมพร้อมที่จะยื่นญัตติเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลนายอนุทิน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ทบ.' จัดโดรนตรวจการณ์-โดรนขนส่ง ช่วยคนกรุง
กองพลพัฒนาที่ 1 โดยกองร้อยบรรเทาสาธารณภัย จัดโดรนตรวจการณ์–โดรนขนส่ง สนับสนุนภารกิจช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ กทม.
'อภิสิทธิ์' นำทีมปชป. ช่วยชาวแฟลตคลองจั่นน้ำท่วม ขอรถยกสูงบรรทุกผู้สัญจรเดินทาง
อภิสิทธิ์ นำทีมปชป.ลงพื้นที่แฟลตคลองจั่นตรวจเยี่ยมความเป็นอยู่ พร้อมนำถุงยังชีพและสิ่งของจำเป็นมอบให้กับประชาชน บรรเทาความเดือดร้อน
'มท.1' เปิดวอร์รูมด่วนผู้ว่าฯทั่วปท.สกัดซ้ำรอยหาดใหญ่ จ่อเดินเครื่องระบบ 'ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ'
นายกฯ "อนุทิน" ประชุมด่วนผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ ติดตามสถานการณ์และให้การช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย กำชับดูแลผู้ประสบภัยมาตรฐานที่สูง "อาหารต้องดี-เตือนภัยต้องชัด-เร่งจ่ายเงินเยียวยาไม่ให้รอนาน"
'รวยไม่ไหว' ชาวบ้านตะโกนบอก 'อนุทิน' ลงพื้นที่ชุมชนริมคลองเปรมฯ จะขออุ้มลงเรือไปดูสภาพน้ำท่วม
นายกฯ ลงพื้นที่ชุมชนริมคลองเปรมฯ ชาวบ้านตะโกน ‘รวยไม่ไหว’ เลือกมากับมือ จะขออุ้มลงเรือไปดูสภาพน้ำท่วม ร้องนายกฯ ขอสุขาเคลื่อนที่-อาหารไม่พอ สั่ง ‘รมว.กลาโหม’ จัดครัวให้ ควักเงินส่วนตัวเหมาร้านลูกชิ้น-อาหารตามสั่ง-ก๋วยเตี๋ยว แจกคนในชุมชนเฉพาะหน้าไปก่อน เรียกหกประชุมครม.นัดพิเศษเคาะวันหยุด บอก กังวล เสียใจ ห่วง ปชช.
'สุชาติ' สั่งเร่งระบายน้ำทั่วประเทศ ห่วงประชาชน-ผู้ป่วย ระดมเครื่องสูบน้ำช่วยแล้วกว่า 9,000 ครัวเรือน
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งการกรมทรัพยากรน้ำผนึกกำลังจังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เร่งช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยและน้ำท่วมขัง โดยระดมเจ้าหน้าที่ เครื่องสูบน้ำ และเครื่องจักรลงพื้นที่เร่งระบายน้ำจากชุมชน เส้นทางสัญจร และพื้นที่สำคัญ พร้อมเปิดพื้นที่หน่วยงานเป็นจุดพักพิงและที่จอดรถรองรับประชาชนผู้ประสบภัย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้เร็วที่สุด

