'ดร.ณัฏฐ์' ชี้ กกต.ส่งศาล รธน.ตีความอำนาจ ไม่ใช่ 'รัฐประหารซ่อนรูป'

'ดร.ณัฏฐ์' ชี้มติ กกต. 5 ต่อ 2 ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยอำนาจองค์กรอิสระ เป็นไปตามกลไกรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่รัฐประหารซ่อนรูป ยกคำวินิจฉัยศาล รธน.เป็นบรรทัดฐาน จับตา 2 ประเด็นสำคัญ หากการใช้อำนาจ กกต.เป็นที่สุด อาจส่งผลต่อคดีคุณสมบัติ สว.ในศาลฎีกา
 
4 พฤศจิกายน 2569 - สืบเนื่องจาก กกต.มีมติ 5 ต่อ 2 ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยชี้ขาดในการใช้อำนาจขององค์กรอิสระเป็นที่สุดหรือไม่ โดยมีข้อพิพาทในศาลฎีกาของ สว.บางรายนั้น

ล่าสุด ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม หรือ "ดร.ณัฏฐ์" ประธานกรรมการผู้จัดการใหญ่ (MD.) บริษัทสำนักกฎหมาย OMNIX ในฐานะนักกฎหมายมหาชน ได้ให้ความเห็นเพื่อประโยชน์สาธารณะและกล่าวว่า ปัญหาว่ากระบวนการในชั้น กกต.ถึงที่สุดหรือไม่ เป็นอำนาจเฉพาะของ กกต.ซึ่งเป็นองค์กรอิสระ แม้บางกรณีให้อำนาจตุลาการตรวจสอบการใช้อำนาจได้ ต้องพิจารณาแต่ละกรณีไป

ดร.ณัฏฐ์ อธิบายว่า รัฐธรรมนูญกำหนดให้ กกต.ประกาศรายชื่อผู้ได้รับเลือก สว.ในวันที่ 10 กรกฎาคม 2567 นั้น การใช้อำนาจของ กกต.โดยอาศัยอำนาจตามรัฐธรรมนูญมาตรา 224 (1) และ (2) ในการจัดการและควบคุมการเลือกสมาชิกวุฒิสภา เพื่อให้การเลือกโดยสุจริตและเที่ยงธรรม รวมทั้งในการสืบสวนและไต่สวน ประกอบพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2561 เป็นกฎหมายให้อำนาจ กกต.ในการจัดการเลือก สว.และประกาศผลการเลือกภายใน 60 วัน ถือว่าเป็นการใช้อำนาจของ กกต.เป็นที่สุดแล้ว

ดร.ณัฏฐ์ กล่าวอีกว่า ศาลรัฐธรรมนูญเคยวินิจฉัยไว้เป็นบรรทัดฐาน ในคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 14/2566 วันที่ 4 ตุลาคม 2566 ในคดีเลือกตั้งท้องถิ่น โดยวินิจฉัยเกี่ยวกับสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเพื่อประกาศรายชื่อ การใช้อำนาจของ กกต.เป็นที่สุด

หากมติ กกต.ส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยและชี้ขาดว่า การใช้อำนาจของ กกต.เป็นที่สุดใน 2 ประเด็น

ประเด็นแรก เมื่อ ผอ.การเลือกตั้งระดับอำเภอ ระดับจังหวัด ระดับประเทศ ได้มีคำสั่งรับสมัครและประกาศรายชื่อผู้สมัคร สว.ว่ามีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามแล้ว คำสั่งดังกล่าวเป็นที่สุดหรือไม่ ตาม พ.ร.ป.สว.มาตรา 63

ส่วนประเด็นที่สอง กรณี กกต.ได้มีคำวินิจฉัยยกคำร้องเกี่ยวกับคุณสมบัติของ สว. เป็นที่สุดหรือไม่ ตาม พ.ร.ป.มาตรา 60 วรรคสอง, 63

ดร.ณัฏฐ์ มองว่า แนวทางทั้งสองประเด็นเกี่ยวกับข้อพิพาทในคดีที่ศาลฎีกาวินิจฉัย หากการใช้อำนาจของ กกต.ไม่เป็นที่สุด เปิดช่องให้ศาลฎีกาตรวจสอบการใช้อำนาจได้ ทำให้เกมพลิก เดือดร้อน สว.ที่ถูกร้องเรื่องคุณสมบัติไม่ตรงปก

หากการใช้อำนาจ กกต.ในสองประเด็นเป็นที่สุด ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญเคยวินิจฉัยไว้เป็นบรรทัดฐาน ศาลฎีกาไม่อาจตรวจสอบการใช้อำนาจของ กกต.ได้ ข้อพิพาทในศาลฎีกาตัดสินง่ายขึ้น ศาลฎีกาย่อมมีคำสั่งหรือคำพิพากษายกคำร้อง

ดร.ณัฏฐ์ กล่าวต่อว่า ปัญหาว่า กกต.มีอำนาจยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ โดยรัฐธรรมนูญมาตรา 210 (2) บัญญัติอำนาจหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญปัญหาระหว่างองค์กร โดย พ.ร.ป.ว่าด้วยการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2561 ได้รองรับอำนาจไว้ โดย กกต.มีความสงสัยว่า การใช้อำนาจของ กกต.องค์กรอิสระ ในประเด็นดังกล่าวเป็นการใช้อำนาจเป็นที่สุดหรือไม่ ย่อมใช้มติเสียงข้างมากส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจขององค์กรได้ ตรงนี้เป็นกลไกของรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร

ดร.ณัฏฐ์ กล่าวด้วยว่า ส่วนในแง่มิติทางการเมือง อาจมองได้หลายกรณี บางคนยกขึ้นกล่าวอ้างว่า เป็นการรัฐประหารรัฐธรรมนูญก็ดี หรือไปจำกัดอำนาจศาลฎีกาก็ดี หรือปิดช่องมิให้ศาลตรวจสอบคดีฮั้ว สว.ก็ดี เป็นความเห็นแต่ละคน ไม่อาจห้ามความคิดของมนุษย์ได้ อยู่ที่ว่า คุณจะสนับสนุนฝ่ายใด ล้วนเป็นเพียงอารมณ์ร่วมทางการเมือง ไม่ได้อยู่บนพื้นฐานหลักกฎหมายมหาชน

ดร.ณัฏฐ์ ย้ำว่า แต่หากไปดูกลไกรัฐธรรมนูญ เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการแก้ปัญหาและผ่านการลงประชามติ ล้วนเป็นเครื่องมือให้ศาลรัฐธรรมนูญเข้ามาแก้ปัญหา เมื่อมีปัญหาระหว่างการใช้อำนาจขององค์กร ระหว่างตุลาการและองค์กรอิสระ กกต.องค์กรอิสระ ย่อมใช้ช่องมาตรา 210 (2) ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตรวจสอบการใช้อำนาจของตนเองว่า การประกาศผลเลือก สว.วันที่ 10 กรกฎาคม 2567 และคำสั่งยกคำร้องของ กกต.ในประเด็นคุณสมบัติของ สว.ผู้ถูกร้อง เป็นที่สุดหรือไม่

พูดภาษาชาวบ้าน คือ คดีที่ สว.สำรองไปร้องต่อศาลฎีกาในคุณสมบัติของ สว.เพื่อสอย สว.ตัวจริงให้หล่นจากเก้าอี้ ส่งผลทำให้ สว.สำรองเสียบตำแหน่งแทน การใช้อำนาจของ กกต.เป็นที่สุดหรือไม่

ดร.ณัฏฐ์ ชี้ว่า ประเด็นว่า การใช้อำนาจของ กกต.ในเรื่องตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้สมัคร สว. และขั้นตอนการประกาศรายชื่อ สว.ไปแล้ว รวมถึงการร้องคุณสมบัติของ สว.ไม่ตรงปก โดย กกต.ยกคำร้อง การใช้อำนาจของ กกต.เป็นที่สุดหรือไม่ เป็นข้อสำคัญแก่คดี

ดร.ณัฏฐ์ กล่าวอีกว่า เพราะหาก กกต.ไม่มีมติให้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ หากคู่ความเห็นเอง อาจใช้ช่องรัฐธรรมนูญมาตรา 212 สมาชิกวุฒิสภาผู้ถูกร้อง ซึ่งเป็นคู่ความในศาลฎีกา สามารถยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาและส่งให้ศาลฎีกาส่งคำร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยชี้ขาดก่อนพิพากษา ย่อมสามารถกระทำได้ ซึ่งรัฐธรรมนูญเปิดช่องให้คู่ความสามารถกระทำได้.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เดือด! ภูมิใจไทยรุมจวก 'โรม' เหิมเกริม เล่นไม่ซื่อ งัดมติ 8:0 เรียก 'โสภณ' แจงสภา

"ณัฏฐ์ชนน" ยันไม่เห็นด้วย มติ 8:0 กมธ.กฎหมาย เชิญ “โสภณ” ชี้แจงปมหนังสือเวียนริบอำนาจประธาน กมธ. ด้าน “ศุภชัย” ซัด “โรม” ใช้อำนาจเหิมเกริม ไม่เหมาะสม จี้ออกมาขอโทษประธานสภาฯ

'กรวีร์' นำทีมประธาน กมธ. ฝั่งรัฐบาล แถลงโต้ฝ่ายค้าน ยันประธานสภาฯ ไม่ได้ริบอำนาจ

“กรวีร์“ ยกคณะประธานกมธ.ฝั่งรัฐบาล ยันประธานสภาฯ ไม่ได้ริบอำนาจ ชี้ เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ-ข้อบังคับสภาฯ ขณะที่ “ศุภชัย” ซัด ไม่มีคณะไหนมีปัญหาเท่ากมธ.กฎหมายฯ ใช้อำนาจประธานเกินขอบเขต

'ผู้การแต้ม' ป้อง 'โสภณ' ซัดฝ่ายค้านเด็กก้าวร้าว ลั่นถ้าเป็นลูกหลานจะตบปากกล่าวหาขี้ข้า

ที่ปรึกษาประธานสภาฯ ป้อง 'โสภณ' ไม่เกี่ยวปมส่งหนังสือเวียนถึง 'ประธาน กมธ.' โบ้ย 'เลขาสภาฯ' เป็นต้นเรื่อง ลั่น ถ้าเป็นลูกหลานจะตบปาก กล่าวหาเป็นขี้ข้านาย แย้มอาจใช้กฎหมายจัดการ

'เท้ง-มาร์ค' ถล่ม 'โสภณ' รวบอำนาจสภาฯ จี้รัฐบาลแจงปมสปายแวร์คุกคาม สส.

'เท้ง-มาร์ค' นำทีมฝ่ายค้านแถลงอัด 'โสภณ' ใช้อำนาจประธานสภาโดยมิชอบ จ่อหารือก่อนยื่นหน่วยงานตรวจสอบ ซ้ำเจอความพยายามสกัดการทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาล ใช้เพกาซัส เจาะมือถือ 2 ผู้นำ-ใช้เสียงข้างมาก กกต.ยืมคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ กันคนเอียวคดีโกงสว.ในชั้นฎีกา 'มาร์ค' บอก อยากได้รูปแมวให้ขอดีๆ