สตง.แถลงมัดไทยพีบีเอส ใช้เงินผิดระเบียบ 85 ล้าน จี้สอบวินัย-เรียกค่าเสียหาย

สตง.แถลงผลตรวจสอบไทยพีบีเอส พบข้อบกพร่องจ้างผลิตรายการ โดยวิธีเฉพาะเจาะจง และจ่ายค่าตอบแทนพิธีกร-แขกรับเชิญไม่มีระเบียบรองรับ รวมวงเงินประมาณ 85 ล้านบาท จี้ดำเนินการทางวินัยและความรับผิดทางละเมิดกับผู้เกี่ยวข้อง พร้อมเปิดผลตรวจการบริหารรายการ 4 ปี กว่า 5 พันล้านบาท พบปัญหาตัวชี้วัดและระบบบริหารจัดการ ขยายผลสอบผู้บริหารใช้รถส่วนกลางซ้ำซ้อนเงินค่าพาหนะ ยันไม่ใช่การเอาคืนปมเสนอข่าวตึก สตง.ถล่ม
 
14 ตุลาคม 2569 - สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แถลงผลการตรวจสอบการใช้จ่ายเงินขององค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือไทยพีบีเอส โดยพบข้อบกพร่องในการจัดจ้างผลิตรายการและการจ่ายค่าตอบแทนพิธีกร ผู้ดำเนินรายการ แขกรับเชิญ และผู้ร่วมรายการ รวมวงเงินประมาณ 85 ล้านบาท พร้อมแจ้งให้หน่วยรับตรวจดำเนินการตรวจสอบความรับผิดของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ทั้งทางวินัยและทางละเมิด เพื่อพิจารณาเรียกค่าเสียหายตามกฎหมาย
 
นายสุทธิพงษ์ บุญนิธิ รองผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน และโฆษก สตง. เปิดเผยว่า การตรวจสอบครั้งนี้มีที่มาจากข้อร้องเรียนของเจ้าหน้าที่ภายในไทยพีบีเอสในช่วงปลายปี 2568 ถึงต้นปี 2569 เกี่ยวกับการใช้จ่ายเงินที่อาจไม่เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ และข้อบังคับ รวมถึงการใช้ทรัพย์สินขององค์กรและประสิทธิภาพการบริหารงาน โดยผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินมีคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานตรวจสอบตั้งแต่วันที่ 26 มกราคม 2569
 
สำหรับผลการตรวจสอบด้านการปฏิบัติตามกฎหมาย น.ส.มธุลีห์ โยคี ผู้ตรวจเงินแผ่นดินภูมิภาค 2 เปิดเผยว่า พบข้อบกพร่องสำคัญ 2 ประเด็น ได้แก่ การจ้างผลิตรายการ “ข่าวเจาะย่อโลก” โดยวิธีเฉพาะเจาะจงกับบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2560-2568 โดยอ้างกระบวนการคัดเลือกตามระเบียบของไทยพีบีเอส ทั้งที่ขอบเขตงานตามสัญญามีลักษณะเป็นการจัดหาอุปกรณ์และสิ่งสนับสนุนการผลิต เช่น กล้องถ่ายทำ เลนส์ และไมโครโฟน อีกทั้งไม่มีการประเมินเรตติ้งของรายการ
 
สตง.เห็นว่า การจัดจ้างโดยวิธีเฉพาะเจาะจงอย่างต่อเนื่องโดยไม่มีเหตุอันสมควร ไม่เป็นไปตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 และพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 ก่อให้เกิดความเสียหายประมาณ 15 ล้านบาท
 
อีกประเด็นเป็นการจ่ายค่าตอบแทนพิธีกร ผู้ดำเนินรายการ แขกรับเชิญ และผู้ร่วมรายการ โดยพบว่าไทยพีบีเอสใช้แนวทางการเบิกจ่ายภายในและคำสั่งมอบอำนาจอนุมัติทางการเงิน แต่ไม่มีระเบียบเฉพาะกำหนดอัตราค่าตอบแทนรองรับ
 
ต่อมา เมื่อมีการประกาศใช้ระเบียบว่าด้วยการเงิน การบัญชี และการงบประมาณฉบับใหม่ ซึ่งมีผลตั้งแต่วันที่ 20 กันยายน 2567 แนวทางและคำสั่งเดิมไม่สามารถใช้เป็นหลักเกณฑ์ในการเบิกจ่ายได้อีก ส่งผลให้การจ่ายค่าตอบแทนในปีงบประมาณ 2568 ไม่เป็นไปตามระเบียบและกฎหมายวินัยการเงินการคลัง คิดเป็นวงเงินที่ถูกทักท้วงประมาณ 65-70 ล้านบาท
 
นายสุทธิพงษ์ระบุว่า ผลการตรวจสอบทั้งสองประเด็นมีมูลค่าความเสียหายรวมประมาณ 85 ล้านบาท โดย สตง.ได้แจ้งให้หน่วยรับตรวจดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ ทั้งการพิจารณาความรับผิดทางละเมิดและการดำเนินการทางวินัยกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง
 
อย่างไรก็ตาม การพิจารณาว่าบุคคลใดกระทำด้วยความจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงจนต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหาย เป็นหน้าที่ของหน่วยงานต้นสังกัดที่จะต้องดำเนินการตามกระบวนการกฎหมาย โดยมีกรอบเวลาดำเนินการ 120 วัน และสามารถขอขยายเวลาได้ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
 
เปิดผลตรวจบริหารรายการ 4 ปี กว่า 5 พันล้าน
 
นอกจากนี้ สตง.ยังเปิดเผยผลการตรวจสอบผลสัมฤทธิ์และประสิทธิภาพการใช้จ่ายเงินในการบริหารจัดการรายการของไทยพีบีเอส ปีงบประมาณ 2565-2568 รวมวงเงิน 5,094.56 ล้านบาท โดยระบุว่า ไทยพีบีเอสได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากภาครัฐปีละไม่เกิน 2,000 ล้านบาท และมีต้นทุนการผลิตและจัดหารายการประมาณปีละ 1,000 ล้านบาท
 
น.ส.สินีนาต โพธิชัย ผู้อำนวยการสำนักตรวจสอบผลสัมฤทธิ์และประสิทธิภาพการดำเนินงานที่ 3 เปิดเผยว่า ผลตรวจสอบพบข้อบกพร่องสำคัญ 2 ด้าน คือ การบรรลุตัวชี้วัดด้านผลสัมฤทธิ์บางส่วนยังไม่สามารถสะท้อนความสำเร็จของการผลิต จัดหา และเผยแพร่รายการได้อย่างแท้จริง และการบริหารจัดการรายการยังไม่มีประสิทธิภาพเพียงพvอ
 
แม้ผลการดำเนินงานส่วนใหญ่ของไทยพีบีเอสในปีงบประมาณ 2568 จะบรรลุเป้าหมายตัวชี้วัดที่กำหนด แต่เมื่อพิจารณาผลงานของหน่วยงานภายในกลับพบว่าบางหน่วยงานไม่สามารถบรรลุเป้าหมายได้ ขณะที่ตัวชี้วัดบางส่วนมีการเปลี่ยนแปลงบ่อยครั้ง แม้อยู่ภายใต้นโยบายของผู้บริหารชุดเดียวกัน
 
ตัวอย่างเช่น การวัดความนิยมรายการทางโทรทัศน์ ซึ่งในปี 2565-2566 ใช้คะแนนประเมินระดับคุณภาพ ก่อนเปลี่ยนมาใช้ลำดับความนิยมในปี 2567 และส่วนแบ่งการรับชมในปี 2568 ทำให้ขาดข้อมูลต่อเนื่องสำหรับเปรียบเทียบผลการดำเนินงานย้อนหลัง และไม่สามารถพิสูจน์ได้ชัดเจนว่าการบรรลุเป้าหมายเกิดจากความนิยมที่เพิ่มขึ้นจริง หรือเกิดจากการเปลี่ยนเกณฑ์ประเมิน
 
ส่วนการพัฒนาระบบสมาชิก One Thai PBS พบว่า ปี 2568 มีเป้าหมายโอนย้ายข้อมูลสมาชิกร้อยละ 90 แต่ดำเนินการได้เพียงร้อยละ 70 ขณะที่ตัวชี้วัดจำนวนสมาชิกมีการปรับเปลี่ยนระหว่างปีงบประมาณเช่นกัน
 
ชี้ระบบบริหารรายการไม่ทันยุคออนไลน์
 
ในด้านการบริหารจัดการรายการ สตง.พบว่า ไทยพีบีเอสปรับยุทธศาสตร์เพิ่มการผลิตรายการสำหรับเผยแพร่ผ่านช่องทางออนไลน์ แต่ระบบบริหารและจัดเก็บข้อมูลยังไม่รองรับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวอย่างมีประสิทธิภาพ
 
โดยระบบบริหารแผนงาน หรือ BMP ยังมีข้อมูลผลการดำเนินงานไม่ครบถ้วน ไม่สามารถเปรียบเทียบแผนงานกับผลการดำเนินงานได้อย่างชัดเจน ขณะที่ระบบจัดเก็บข้อมูลการผลิตและเผยแพร่รายการของแต่ละหน่วยงานยังไม่เชื่อมโยงเป็นฐานข้อมูลเดียวกัน ส่งผลให้ผู้บริหารขาดข้อมูลสำคัญสำหรับการตัดสินใจ
 
นอกจากนี้ รายการที่เผยแพร่ผ่านช่องทางออนไลน์ยังไม่มีการประเมินผลการเข้าถึงเนื้อหาของกลุ่มเป้าหมายอย่างชัดเจน แม้จะมีการวัดจำนวนผู้ใช้งานเว็บไซต์ แต่ข้อมูลดังกล่าวยังไม่สามารถสะท้อนว่าผู้ชมเข้าถึงรายการที่ผลิตขึ้นมากน้อยเพียงใด
 
สตง.จึงเสนอให้ไทยพีบีเอสปรับปรุงระบบตัวชี้วัดให้มีความต่อเนื่อง เชื่อมโยงการจัดสรรงบประมาณกับผลสัมฤทธิ์ของโครงการ พัฒนาฐานข้อมูลรายการให้เป็นระบบเดียวกัน และกำหนดเกณฑ์ประเมินผลการเข้าถึงผู้ชมออนไลน์ รวมถึงผลตอบแทนทางสังคมจากการดำเนินงานให้ชัดเจน
 
พบใช้รถส่วนกลางซ้ำเงินค่าพาหนะ
 
อีกประเด็นหนึ่งเป็นการตรวจสอบการใช้รถส่วนกลางของไทยพีบีเอส หลังมีข้อร้องเรียนว่าผู้บริหารใช้รถส่วนกลางซ้ำซ้อนกับการรับเงินค่าพาหนะ หรือ Car Allowance

นายโสมทัต นิธิตรีรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎหมายที่ 1 เปิดเผยว่า ข้อมูลที่ได้รับจากการตรวจสอบสอดคล้องกับข้อมูลที่เผยแพร่ในสื่อสาธารณะว่า มีการใช้รถส่วนกลางซ้ำซ้อนกับการรับเงินค่าพาหนะ ขณะที่ไทยพีบีเอสไม่มีระเบียบกำหนดห้ามกรณีดังกล่าวไว้อย่างชัดเจน
 
อย่างไรก็ตาม การตรวจสอบเรื่องนี้ยังอยู่ในขั้นตอนพิจารณาเหตุผลและความจำเป็นตามคำชี้แจงของผู้เกี่ยวข้อง เพื่อสรุปว่าข้อชี้แจงสามารถหักล้างข้อทักท้วงได้หรือไม่ ก่อนกำหนดข้อบกพร่องและผู้ที่ต้องรับผิดชอบต่อไป โดยคาดว่าจะเสนอผลให้ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินพิจารณาภายในสัปดาห์หน้า
 
ปัดสอบเอาคืนข่าวตึกถล่ม
 
นายสุทธิพงษ์กล่าวถึงข้อสงสัยที่ว่า การตรวจสอบไทยพีบีเอสเกี่ยวข้องกับการเมือง หรือเป็นการตอบโต้กรณีการนำเสนอข่าวอาคารสำนักงาน สตง.แห่งใหม่ถล่มหรือไม่ โดยยืนยันว่าการตรวจสอบเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 26 มกราคม 2569 ก่อนรายการข่าวเกี่ยวกับอาคารถล่มออกอากาศเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ และก่อน สตง.มีหนังสือถึงไทยพีบีเอสเมื่อวันที่ 27 มีนาคม ขอให้กำกับดูแลการปฏิบัติหน้าที่ของสื่อมวลชนในสังกัด
 
สำหรับหนังสือดังกล่าว สตง.ชี้แจงว่า เป็นการขอให้ตรวจสอบความถูกต้องของการนำเสนอข่าว ขณะที่ไทยพีบีเอสได้มีหนังสือตอบกลับว่า ตรวจสอบแล้วไม่พบการนำเสนอข่าวคลาดเคลื่อนหรือบิดเบือนข้อเท็จจริง ซึ่ง สตง.ได้รับทราบคำชี้แจงแล้ว และไม่ได้ติดใจดำเนินการใดต่อ
 
ตั้งกรรมการสอบเอกสารผลตรวจหลุด
 
ส่วนกรณีเอกสารผลตรวจสอบการใช้เงินไทยพีบีเอสถูกเผยแพร่ก่อนการแจ้งผลอย่างเป็นทางการ นายสุทธิพงษ์ชี้แจงว่า เอกสารที่ปรากฏยังไม่ใช่ฉบับสมบูรณ์ เนื่องจากมีการแก้ไขข้อความก่อนออกเป็นหนังสือฉบับจริงเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2569
 
ทั้งนี้ สตง.ได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการรั่วไหลของเอกสารแล้ว โดยยืนยันว่าจะตรวจสอบว่าเอกสารออกไปสู่สาธารณะได้อย่างไร และผู้ที่นำเอกสารลับไปเปิดเผยต้องรับผิดชอบตามกฎหมาย
 
นายสุทธิพงษ์ย้ำว่า การตรวจสอบด้านผลสัมฤทธิ์และประสิทธิภาพเป็นการให้ข้อเสนอแนะเพื่อปรับปรุงการดำเนินงาน ส่วนการตรวจสอบที่พบการไม่ปฏิบัติตามกฎหมายและเกิดความเสียหาย จะต้องให้หน่วยรับตรวจดำเนินการตามขั้นตอน ทั้งทางวินัยและความรับผิดทางละเมิด.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

จับตา 'สตง.-ไทยพีบีเอส' เปิดศึกแถลงปม 85 ล้าน โซเชียลงัดเอกสารเก่าโต้กันฝุ่นตลบ

จับตา สตง.แถลงผลสอบใช้เงินไทยพีบีเอส 11 โมง ก่อนอีกฝ่ายตั้งโต๊ะชี้แจงบ่ายสองวันเดียวกัน ขณะที่โลกออนไลน์งัดเอกสารย้อนหลังปม สตง.ขอให้กำกับดูแลสื่อ หลังทำข่าวตึก

'โบว์-ณัฏฐา' ตอบความคืบหน้าคดี 'ตึกสตง.ถล่ม' โต้นักวิเคราะห์ตรงไปตรงมาแค่ไหน

'โบว์-ณัฏฐา' ตอบข้อข้องใจ ตึก สตง. ถล่ม มีกี่คนที่รู้ว่าดำเนินคดีกว่า 4 คดี จำเลยกว่า 30 คน หลายคนไม่ได้ประกันตัวระหว่างสู้คดีเป็นเวลานาน สื่อมวลชนและนักวิเคราะห์ ตรงไปตรงมาแค่ไหน

'นักวิชาการ' โต้ 'ไทยพีบีเอส' ไม่ได้ตอบข้อสงสัย 'เหตผลและความจำเป็น' จ้างแบบเฉพาะเจาะจง

'สฤณี' โต้ 'อดิศักดิ์' แบบนี้ไม่เรียกว่าตอบข้อสงสัย แค่ลำดับกระบวนการ สิ่งที่คนที่เขาตั้งคำถามอยากรู้คือ 'เหตุผลและความจำเป็น' ในการจ้างแบบเฉพาะเจาะจงคืออะไร ความสมเหตุสมผลของการจ่ายค่าตอบแทนคนนอกเทียบกับการลงทุนผลิตรายการเอง แนะแก้ตัวให้น้อยลง ชี้แจง รับฟัง เปิดพื้นที่ผู้วิพากษ์วิจารณ์มากขึ้น

เดือด! Thai PBS นัดแถลงตอบโต้ทันที หลังสตง.แถลงผลการตรวจสอบการใช้เงินฯ

Thai PBS นัดแถลงข่าวตอบโต้ สตง. บ่าย 2 ณ ไทยพีบีเอส ถนนวิภาวดีรังสิต หลังสตง.แถลงผลตรวจสอบการใช้จ่ายเงินไทยพีบีเอส 5 โมงเช้า ที่สำนัดงานสตง. กรณีตรวจสอบการจัดจ้างผลิตรายการและจ่ายค่าตอบแทนผิดระเบียบ พร้อมให้ชดใช้ 85.22 ล้านบาท