ญี่ปุ่นก็แค่ปากซอย! ประจักษ์ในพระปรีชาสามารถ 'พระราชินี' ทรงขับเครื่องบินด้วยพระองค์เอง

15 ตุลาคม 2569 - นายอัษฎางค์ ยมนาค หรือเอ็ดดี้ นักวิชาการอิสระและครีเอเตอร์ดิจิทัล โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า "ญี่ปุ่นก็แค่ปากซอย" สมเด็จพระราชินีทรงทำการบินไปญี่ปุ่นด้วยพระองค์เอง เมื่อเสด็จฯ ถึง ยังทรงขับรถยนต์พระที่นั่งต่อด้วยพระองค์เองอีกต่างหาก

สำหรับคนทั่วไป แค่เตรียมเดินทางไปญี่ปุ่นก็มีเรื่องให้คิดตั้งแต่จัดกระเป๋า ไปสนามบิน เช็กอิน ผ่านด่านตรวจ แล้วนั่งเครื่องบินอีกหลายชั่วโมง กว่าจะถึงปลายทางก็อยากพักเสียแล้ว

แต่เมื่อได้เห็นภาพสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ขณะทรงทำการบินไปญี่ปุ่น ตามด้วยภาพทรงขับรถยนต์พระที่นั่งด้วยพระองค์เอง ผมก็อดยิ้มและนึกถึงคำว่า “ญี่ปุ่นก็แค่ปากซอย” ไม่ได้

เป็นความรู้สึกทึ่งที่เห็นเรื่องยากดูคล่องแคล่วและเป็นธรรมชาติ ราวกับทรงขับรถออกไปปากซอย ทั้งที่เบื้องหลังภาพนั้นคือทักษะซึ่งต้องอาศัยการเรียนรู้และฝึกฝนอย่างจริงจัง

ภาพในห้องนักบินเผยให้เห็นพระองค์ประทับ ณ ที่นั่งด้านขวา พระหัตถ์บริเวณชุดคันเร่ง เบื้องหน้าคือแผงเครื่องวัดและทางวิ่งของสนามบิน ภาพเช่นนี้ชวนให้เรามองเลยไปจากความตื่นตาตื่นใจ แล้วถามว่า กว่าจะมาถึงวันที่ทรงปฏิบัติหน้าที่ในห้องนักบินได้ ต้องทรงผ่านอะไรมาบ้าง

เพราะการบินข้ามประเทศมีรายละเอียดมากกว่าการนำเครื่องขึ้นจากสนามบินหนึ่ง แล้วลงยังอีกสนามบินหนึ่ง ความรู้เกี่ยวกับเครื่องบิน ขั้นตอนปฏิบัติ การอ่านข้อมูลจากเครื่องวัด และการทำงานร่วมกันของนักบิน ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของความรับผิดชอบที่อยู่เบื้องหลังการเดินทาง

พระปรีชาสามารถที่ปรากฏนี้ มิได้เกิดขึ้นเพียงชั่วข้ามคืน แต่เป็นผลจากพระวิริยอุตสาหะในการทรงศึกษาและฝึกฝนด้านการบินอย่างหนัก จนทรงได้รับใบอนุญาตนักบินพาณิชย์ตรี (Commercial Pilot License - CPL) และใบอนุญาตในแบบเครื่องบิน Boeing 737 ตลอดเวลาที่ผ่านมา พระองค์ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงปฏิบัติหน้าที่นักบินผู้ช่วยเคียงคู่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในหลายเที่ยวบิน ทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงสนามบินที่มีความท้าทายสูงต่อการนำเครื่องลงจอด

กล่าวด้วยภาษาธรรมดาคือ ความสามารถด้านการบินต้องมีทั้งการฝึก การทบทวน และการทดสอบตามมาตรฐานอย่างต่อเนื่อง สิ่งที่เห็นในห้องนักบินจึงมีพื้นฐานของความรู้และการประเมินความสามารถรองรับ

ในพระราชกรณียกิจที่ผ่านมา พระองค์ยังเคยทรงปฏิบัติหน้าที่นักบินผู้ช่วยเคียงคู่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เช่น การเสด็จฯ เยือนภูฏานเมื่อเดือนเมษายน 2568 ซึ่งเสด็จฯ ถึงท่าอากาศยานนานาชาติพาโร สนามบินที่มีข้อจำกัดทางภูมิประเทศและต้องอาศัยการฝึกเฉพาะสำหรับนักบินที่ทำการบินเข้าออก

ยิ่งเมื่อเชื่อมกับการทรงฝึกบิน Gripen ก็ยิ่งเห็นภาพของพระวิริยะชัดเจนขึ้น จากการฝึกด้วยเครื่องฝึกบินจำลอง ไปสู่เครื่องบินสองที่นั่ง ก่อนทรงทำการบินเดี่ยวเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2569 แต่ละขั้นคือกระบวนการพัฒนาทักษะที่ต้องลงมือปฏิบัติจริง

ประการต่อมาคือ ความซับซ้อนของน่านฟ้าญี่ปุ่น ในแวดวงการบินทราบกันดีว่า น่านฟ้าและสนามบินในประเทศญี่ปุ่นขึ้นชื่อเรื่องความหนาแน่นของการจราจรทางอากาศ มีระเบียบการควบคุมการจราจรทางอากาศ (Air Traffic Control) ที่เคร่งครัดและแม่นยำเป็นลำดับต้นๆ ของโลก กอปรกับภูมิประเทศที่เป็นหมู่เกาะซึ่งมักมีสภาพอากาศและกระแสลมแปรปรวน การนำเครื่องบินขนาดใหญ่อย่าง Boeing 737-800 ร่อนลงแตะพื้นรันเวย์ (Touchdown) ได้อย่างนุ่มนวลและปลอดภัย จึงเป็นบทพิสูจน์ถึงทักษะการบินในระดับนักบินพาณิชย์มืออาชีพอย่างแท้จริง

สำหรับการเสด็จฯ ญี่ปุ่นครั้งนี้ ข่าวรายงานว่าทรงทำการบินด้วยพระองค์เองถึงท่าอากาศยานนิวชิโตเสะ จังหวัดฮอกไกโด และภายหลังการรับเสด็จฯ ทรงขับรถยนต์พระที่นั่งไปยังโรงแรมที่ประทับในเมืองซัปโปโรด้วยพระองค์เอง

จากห้องนักบินมาสู่หลังพวงมาลัยรถยนต์ เป็นความต่อเนื่องที่ทำให้ภาพชุดนี้มีเสน่ห์ เราได้เห็นพระองค์ในอิริยาบถของผู้ลงมือปฏิบัติ เห็นการใช้ทักษะต่างชนิดกันในการเดินทางครั้งเดียว และเห็นมุมที่ทำให้รู้สึกใกล้ชิดขึ้นโดยไม่ต้องมีคำอธิบายยืดยาว

อย่างไรก็ตาม ปลายทางของการเดินทางครั้งนี้ยังมีพระราชกรณียกิจสำคัญรออยู่
การเสด็จฯ เยือนญี่ปุ่นระหว่างวันที่ 14–22 ตุลาคม 2569 มีวัตถุประสงค์เพื่อทอดพระเนตรการแข่งขันฮอกกี้น้ำแข็งหญิงชิงแชมป์เอเชีย 2027 ณ เมืองซัปโปโร พร้อมพระราชทานเหรียญรางวัลและถ้วยรางวัลแก่นักกีฬา ในฐานะทูตฮอกกี้น้ำแข็งหญิงโลกของสหพันธ์ฮอกกี้น้ำแข็งนานาชาติ ตามคำกราบบังคมทูลเชิญของประธานสหพันธ์ฯ

การเดินทางครั้งเดียวจึงเชื่อมให้เห็นทั้งพระปรีชาสามารถด้านการบิน และพระราชบทบาทในการสนับสนุนกีฬาหญิงบนเวทีนานาชาติ

สำหรับผม นี่คือภาพของ “พระบรมราชินีนักปฏิบัติ” ที่มีพลังในการสร้างแรงบันดาลใจ โดยเฉพาะต่อเด็กผู้หญิงที่กำลังค้นหาว่าตนเองอยากเรียนอะไร อยากทำงานแบบไหน หรืออยากพัฒนาความสามารถไปได้ไกลเพียงใด

เด็กผู้หญิงคนหนึ่งอาจเห็นภาพนี้แล้วเริ่มสนใจการบิน อีกคนอาจอยากเรียนรู้เทคโนโลยี หรือมุ่งมั่นกับกีฬาที่ตนเองรัก ภาพของผู้หญิงที่ลงมือทำสิ่งท้าทายสามารถเปิดจินตนาการให้เด็ก ๆ เห็นเส้นทางชีวิตที่กว้างขึ้นได้

และสิ่งที่นำไปปรับใช้กับชีวิตของเราได้ คือการมองให้เห็นกระบวนการก่อนถึงวันแห่งความสำเร็จ ทั้งการเรียนรู้ การฝึกซ้ำ การรับคำแนะนำ และการทดสอบความสามารถของตนเอง

“ญี่ปุ่นก็แค่ปากซอย” จึงเป็นคำหยอกด้วยความชื่นชมต่อภาพที่เห็น

แต่กว่าจะทรงทำให้การเดินทางข้ามประเทศดูคล่องแคล่วราวกับไปแค่ปากซอยนั้น คือพระวิริยะในการทรงศึกษาและฝึกฝนที่สั่งสมมาอย่างต่อเนื่อง

ระยะทางอาจเดินทางถึงได้ในไม่กี่ชั่วโมง ส่วนความสามารถที่จะพาไปถึง ต้องใช้เวลาสร้างยาวนานกว่านั้นมาก

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

พระราชินี เสด็จฯ ถึงเมืองซัปโปโร ประเทศญี่ปุ่น เตรียมทอดพระเนตรแข่งขันฮอกกี้น้ำแข็งหญิงเอเชีย

สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง จากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปยังท่าอากาศยานทหาร ดอนเมือง กรุงเทพมหานคร เพื่อประทับเครื่องบินพระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 14 - 22 ตุลาคม 2569 เพื่อทอดพระเนตร และพระราชทานเหรียญรางวัลและถ้วยรางวั

'ผอ.ทอ.' เปิดเบื้องหลัง 'พระราชินี' ทรงฝึกบินเดี่ยว 'Gripen'

เปิดเบื้องหลัง 'ทอ.' ทูลเชิญ 'พระราชินี' ฝึกบิน 'กริพเพน' เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 48 พรรษา หลังเสด็จส่วนพระองค์ พบนักรบทางอากาศ พร้อมพระราชทานพระของ 'ในหลวง' ขวัญกำลังใจกองทัพสู้ตัวตาย รบชนะเขมร

สำนักพระราชวังประกาศ 'พระราชินี' จะเสด็จฯเยือนญี่ปุ่น ทอดพระเนตรแข่งขันฮอกกี้น้ำแข็งหญิงชิงแชมป์เอเชีย 14-22 ต.ค.

สำนักพระราชวังออกประกาศ เรื่อง สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี จะเสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 14 ถึงวันที่ 22 ตุลาคม พุทธศักราช 2569

'ในหลวง' ทอดพระเนตรพระราชินีทรงฝึกบินเดี่ยว Gripen เป็นครั้งแรก

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินเป็นการส่วนพระองค์ เพื่อไปทอดพระเนตรการฝึกทำการบินเดี่ยวกับเครื่องบินขับไล่แบบที่ 20 หรือGripen ของสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เป็นครั้งแรก ณ กองบิน7 อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี

ในหลวง พระราชินี ทรงวางพวงมาลาอนุสาวรีย์วีรชนผู้เสียสละบั๊กเซิน และสุสานโฮจิมินห์

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง จากโรงแรมแฟร์มอนต์ กรุงฮานอย (Fairmont Hanoi) โรงแรมที่ประทับ ไปทรงวางพวงมาลา ณ อนุสาวรีย์วีรชนและผู้เสียสละบั๊กเซิน (Bac Son Martyrs’ Monument