ซ้อมใหญ่เสมือนจริงครั้งสุดท้ายขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ยิ่งใหญ่ สมพระเกียรติยศ พร้อมสำหรับพระราชพิธีเสด็จพระราชดำเนินถวายผ้าพระกฐิน 6 พ.ย.นี้ ประชาชนรอชมล้น2ฝั่งเจ้าพระยา
28 ตุลาคม 2569 - เวลา 15.00 น. กองทัพเรือจัดรูปกระบวนซ้อมใหญ่เสมือนจริง ครั้งที่ 2 ในการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ในการพระราชพิธีเสด็จพระราชดำเนินถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดอรุณราชวรารามราชวรวิหาร เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี 3 มิ.ย.2569 โดยเน้นถึงความพร้อมเพรียง ความแม่นยำในการปฏิบัติหน้าที่ และปลอดภัย เพื่อให้ขบวนพยุหยาตราทางชลมารคเป็นไปอย่างสมพระเกียรติ โดยเรือพระราชพิธีเริ่มเคลื่อนขบวนบริเวณสะพานพระราม 8 และสิ้นสุดการฝึกซ้อมที่วัดอรุณราชวราราม
ทั้งนี้ ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค มีรูปแบบการจัดขบวนโดยใช้เรือพระราชพิธี จำนวนทั้งสิ้น 52 ลำ แบ่งจัดขบวนเรือเป็น 5 ริ้ว ความยาว 1,200 เมตร กว้าง 90 เมตร กำลังพลประจำเรือในขบวนเรือพระราชพิธีจากกองทัพเรือหลากหลายหน่วยรวมทั้งสิ้น 2,200 นาย ปฏิบัติหน้าที่อันทรงเกียรติในฐานะฝีพายในขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ที่ผ่านกระบวนการฝึกซ้อมที่ยาวนานและเข้มงวด เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้ร่างกาย และธำรงไว้ซึ่งพระราชประเพณีอันยิ่งใหญ่และงดงามที่สุดของไทย
ในขบวนเรือพระราชพิธี ประกอบด้วยเรือประเภทต่าง ๆ จัดสร้างด้วยความประณีตวิจิตรบรรจง ได้แก่ เรือริ้วสายกลาง จำนวน 10 ลำ ประกอบด้วย เรือพระที่นั่งทรง จำนวน 1 ลำ คือ เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ เป็นเรือพระที่นั่ง สำหรับพระมหากษัตริย์ ทรงประทับ เรือพระที่นั่งทรงสำรอง จำนวน 2 ลำ คือ เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9 และเรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์ เรือทรงผ้าไตร จำนวน 1 ลำ คือ เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช
เรือกลองใน-เรือกลองนอก จำนวน 2 ลำ ประกอบด้วยเรือกลองใน คือ เรือเรือแตงโม เป็นเรือสำหรับ ผู้บัญชาการขบวนเรือ เรือกลองนอก คือ เรืออีเหลือง เป็นเรือสำหรับ รองผู้บัญชาการขบวนเรือ เรือตำรวจ จำนวน 3 ลำ ประกอบด้วย เรือตำรวจ 1-3 ซึ่งเป็นเรือของพระตำรวจ มีหน้าที่เป็นองครักษ์ เรือแซง จำนวน 1 ลำ คือ เรือแซง 7 ซึ่งเป็นเรืออารักขาพระมหากษัตริย์
เรือริ้วสายใน จำนวน 2 ริ้ว ริ้วละ 7 ลำ รวมเป็น 14 ลำ ประกอบด้วย เรือประตูหน้า จำนวน 2 ลำ ประกอบด้วย เรือทองขวานฟ้า และเรือทองบ้าบิ่น เป็นเรือนำริ้วขบวน เรือพิฆาต จำนวน 2 ลำ ประกอบด้วย เรือเสือทะยานชล และเรือเสือคำรณสินธุ์ เป็นเรือนำขบวนที่ใช้ในการรบ
เรือรูปสัตว์ จำนวน 8 ลำ ประกอบด้วย เรืออสุรวายุภักษ์ เรืออสุรปักษี เรือกระบี่ราญรอนราพณ์ เรือกระบี่ปราบเมืองมาร เรือพาลีรั้งทวีป เรือสุครีพครองเมือง เรือครุฑเหินเห็จ และเรือครุฑเตร็จไตรจักร เป็นเรือที่แกะสลักหัวเรือเป็นรูปสัตว์จริงหรือสัตว์ในเทพนิยาย เพื่อบอกถึงเรือลำใดเป็นของกรมใด หรือขุนนางผู้ใด เรือคู่ชัก จำนวน 2 ลำ ประกอบด้วย เรือเอกไชยเหินหาว และเรือเอกไชยหลาวทอง เป็นเรือชักลากเรือพระที่นั่ง เช่น ชักลากเรือพระที่นั่งเมื่อน้ำเชี่ยว ต้องการให้แล่นเร็วขึ้น เป็นต้น
เรือริ้วสายนอก จำนวน 2 ริ้ว ริ้วละ 14 ลำ รวม 28 ลำ ประกอบด้วย เรือดั้ง จำนวน 22 ลำ ประกอบด้วย เรือดั้ง 1–22 เป็นเรือป้องกันหน้าขบวนเรือ เรือแซง จำนวน 6 ลำ ประกอบด้วย เรือแซง 1 - 6 เป็นเรืออารักขาพระมหากษัตริย์
เรือพระราชพิธีเคลื่อนขบวนออกจากสะพานพระราม 8 ไปตามเส้นทาง ตลอดเส้นทางฝีพายผสานจังหวะการดึงไม้พายให้เข้ากับเสียงเห่เรืออย่างพร้อมเพรียงด้วยท่าพายที่เป็นเอกลักษณ์ ท่าพายนกบินใช้เฉพาะเรือพระที่นั่ง ประกอบกาพย์เห่เรือ 4 บท ได้แก่ บทสรรเสริญพระบารมี บทชมเรือ บทบุญกฐิน และบทที่ 4 ชมเมือง
ระหว่างซ้อมใหญ่จัดกระบวนเรือครั้งที่ 2 ต้องเผชิญกับสภาพอากาศแปรปรวน ฝนตกหนักในบางช่วง ตลอดจนกระแสน้ำที่แปรปรวน ฝีพายใช้ความสามัคคี รวมถึงพละกำลังมหาศาลในการควบคุมเรือ ให้เคลื่อนที่ออกไปได้อย่างสมพระเกียรติที่สุด ขบวนเรือมุ่งหน้าไปตามเส้นทางดังกล่าวรวมระยะทาง 3.9 กิโลเมตร ภาพที่ปรากฎสง่างามกลางสายน้ำสมกับการเป็นมรดกวัฒนธรรมหนึ่งเดียวในโลก ได้รับความสนใจจากประชาชนและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่มาจับจองพื้นที่ชมเรือพระราชพิธีและฟังเสียงเห่เรือที่ก้องกังวาลสะท้อนลำน้ำเจ้าพระยา ตั้งแต่บริเวณใต้สะพานพระราม 8 ฝั่งพระนครและฝั่งธนบุรี สวนสันติชัยปราการ ใต้สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ท่าพระจันทร์ ท่าเรือท่าเตียน สวนเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษาข้างโรงพยาบาลศิริราช อุทยานสถานพิมุขข้างโรงพยาบาลศิริราชปิยมหาราชการุณย์ วัดระฆังโฆษิตาราม ราชนาวีสโมสร ลานทัศนาภิรมย์ หอประชุมกองทัพเรือ อาคารราชนาวิกสภา รวมทั้งทางเดินตลอดริม 2 ฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นจำนวนมาก ซึ่งการซ้อมใหญ่เสมือนจริงเป็นตามรูปแบบโบราณราชประเพณีทุกประการ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย สมพระเกียรติ ยิ่งใหญ่
นางสาวณัฐรัชต์ ต่างจิตร อายุ 29 ปึ กล่าวว่า เดินทางมาจากย่านบางรักพร้อมเพื่อน นางสาวพรพิพัฒน์ พยุงพันธุ์ เพื่อมาชมซ้อมใหญ่เสมือนจริงขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ณ จุดเข้าชมของกองทัพเรือ ราชนาวีสโมสร โดยลงทะเบียนมาล่วงหน้า เคยอ่านบทเห่เรือในหนังสือเรียน เคยเห็นเรือพระราชพิธีแต่ในภาพ วันนี้ได้เห็นความยิ่งใหญ่กับตาจริงๆ รู้สึกขนลุก ครั้งหนึ่งในชีวิตในพระราชพิธีสำคัญตามโบราณราชประเพณี ชื่นชมฝีพายที่ได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจปฏิบัติหน้าที่อันทรงเกียรติ แม้ฝนตกกำลังพลก็พายอย่างพร้อมเพรียง ถ้าไม่ได้ชมเสียดายมาก เพราะหาดูได้ยาก ส่วนเพื่อนที่ไม่ได้มา ก็ชมซ้อมใหญ่ผ่านโซเชียล ส่วนวันพระราชพิธีจริงตนกับเพื่อนจะเดินทางมาเฝ้าฯ รับเสด็จ และชมความตระการตาของขบวนเรือพระราชพิธีเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์
นายณัฐภัทร เจียวใช่เฮ็ง อายุ 19 ปี นักศึกษา ม.บูรพา เล่าว่า ตั้งใจเดินทางมาจากจ.ชลบุรีกับเพื่อนเพื่อมาชมขบวนเรือพระราชพิธี รู้สึกประทับใจในความสวยงามของเรือและความพร้อมเพรียงของฝีพาย ทำให้รู้ว่าวัฒนธรรมไทยมีความงดงามและน่าสนใจ อยากให้คนรุ่นใหม่หันมาให้ความสำคัญและเห็นคุณค่าของวัฒนธรรมไทยมากขึ้น และอยากจะมาร่วมชมในวันจริงอีกครั้ง อยากเห็นความยิ่งใหญ่และความงดงามของขบวนเรือพระราชพิธีอย่างเต็มรูปแบบ
นอกจากนี้ กองทัพเรือเชิญชวนประชาชน ร่วมเฝ้ารับเสด็จฯ ในพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน ในวันที่ 6 พ.ย.2569 ตลอดสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ตั้งแต่สะพานพระราม 8 ถึงวัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร หรือรับชมการถ่ายทอดสดได้ทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย และการถ่ายทอดเสียงจาก สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย กรมประชาสัมพันธ์


ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สุดตระการตาซ้อมใหญ่ ขบวนพยุหยาตรา52ลำ
ซ้อมใหญ่เสมือนจริงครั้งแรก! ขบวนพยุหยาตราทางชลมารคสุดตระการตา กำลังพล 2,200 นายพร้อมเพรียง ชาวไทย-ต่างชาติเฝ้าชมแน่นสองฝั่งเจ้าพระยา
กทม. คาดการณ์ระดับน้ำเจ้าพระยา เฝ้าระวัง 11 ชุมชน
กรุงเทพมหานคร (กทม.) รายงานว่า คาดการณ์ระดับน้ำเจ้าพระยา วันนี้ยังไม่ล้นแนวเขื่อนฯ เฝ้าระวัง สำหรับชุมชนนอกแนวเขื่อนฯ และจุดฟันหลอ 11 ชุมชน ในพื้นที่เขตดุสิต พระนคร บางคอแหลม ยานนาวา บางกอกน้อย และคลองสาน
หลบความวุ่นวายไปทักทายพี่เต่า เช็กอิน 'ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล กองทัพเรือ สัตหีบ’
หากใครกำลังมองหาทริปพักผ่อนแบบไปเช้า-เย็นกลับใกล้กรุงเทพฯ ที่ได้หลีกหนีความเร่งรีบ ได้สูดกลิ่นอายลมทะเลเต็มปอด และได้สัมผัสเรื่องราวดีๆ ต่อใจ “อาทิตย์เอกเขนกฉบับนี้” ขอแนะนำ
กลาโหมบูรณาการทุกเหล่าทัพ-รวมพลังช่วยประชาชนฝ่าวิกฤตอุทกภัยทั่วกรุงเทพฯ
จากสถานการณ์อุทกภัยในหลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร กระทรวงกลาโหมบูรณาการกำลังจากทุกเหล่าทัพ ทั้งกองบัญชาการกองทัพไทย กองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ ระดมกำลังพล ยานพาหนะ เครื่องมือ และยุทโธปกรณ์ เข้าช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ความช่วยเหลือเข้าถึงประชาชนอย่างทั่วถึงและทันท่วงที

