‘คชา บราเธอร์ส’ ปรับเกมธุรกิจขนมหวาน ฝ่ากำลังซื้อชะลอ รุก Franchise ต่างประเทศ ดัน OEM–Catering สร้างรายได้หลายทาง

คชา บราเธอร์ส ผู้ดำเนินธุรกิจร้านอาหารและขนมหวานในไทยมากกว่า 17 ปี มีเครือข่ายกว่า 50 สาขา เดินหน้าปรับกลยุทธ์รับมือเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่ชะลอตัว เร่งกระจายความเสี่ยงจากธุรกิจหน้าร้านสู่ Franchise ต่างประเทศ ธุรกิจรับจ้างผลิต (OEM) และ Event & Catering พร้อมขยาย 3 แบรนด์สู่เวียงจันทน์ และเตรียมส่ง Jérôme Cheesecake บุกปารีสในเดือนพฤศจิกายนนี้ ก่อนขยายตลาดเม็กซิโกต้นปี 2570 มุ่งสร้างโอกาสเติบโตจากแบรนด์และความเชี่ยวชาญด้านขนมหวานในตลาดต่างประเทศ

รับมือเศรษฐกิจชะลอ ปรับพอร์ตธุรกิจสร้างรายได้หลายช่องทาง

28 ต.ค. 2569 – นายฤทธิ์ คิ้วคชา กรรมการผู้จัดการ บริษัท คชา บราเธอร์ส จำกัด เปิดเผยว่า ภาพรวมธุรกิจอาหารและขนมหวานในปี 2569 เผชิญความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวต่อเนื่องหลายปี กำลังซื้อผู้บริโภคลดลง และจำนวนนักท่องเที่ยวที่ลดลงในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ทำให้บริษัทต้องปรับกลยุทธ์เพื่อสร้างโอกาสการเติบโตจากช่องทางใหม่ ๆ นอกเหนือจากการดำเนินธุรกิจร้านอาหารและคาเฟ่ โดยแนวทางสำคัญคือการขยายธุรกิจ Franchise ไปต่างประเทศ ควบคู่กับการพัฒนาธุรกิจรับจ้างผลิตสินค้า (OEM) และบริการจัดเลี้ยง (Event & Catering) เพื่อเพิ่มช่องทางสร้างรายได้และต่อยอดความเชี่ยวชาญของบริษัทให้เข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหม่มากขึ้น

ทั้งนี้ การปรับตัวดังกล่าวสะท้อนแนวทางของธุรกิจขนมหวานที่ต้องบริหารความเสี่ยงจากกำลังซื้อในประเทศ พร้อมสร้างโอกาสจากตลาดต่างประเทศและลูกค้าองค์กร ซึ่งมีความต้องการสินค้าและบริการที่หลากหลาย ตั้งแต่ผลิตภัณฑ์ขนมหวานสำหรับจำหน่าย ไปจนถึงการผลิตตามคำสั่งซื้อและการจัดเลี้ยงในงานขนาดใหญ่

ปักหมุด สปป.ลาว ขยาย 3 แบรนด์ผ่านพันธมิตร Kolao Group

หนึ่งในหมุดหมายสำคัญของคชา บราเธอร์ส คือการขยายธุรกิจใน สปป.ลาว โดยต่อยอดจากการเปิด Kyo Roll En สาขาแรกในย่านโพนสีนวน นครหลวงเวียงจันทน์ เมื่อปี 2568 ซึ่งเป็นสาขาแรกของแบรนด์นอกประเทศไทย และเป็นจุดเริ่มต้นของการนำแบรนด์ในเครือเข้าสู่ตลาดต่างประเทศ

ล่าสุด บริษัทได้ร่วมมือกับ Kolao Group พันธมิตรใน สปป.ลาว ในฐานะ Master Franchise เปิดให้บริการ 3 แบรนด์ ได้แก่ Kyo Roll En, Kyo – Café & Meal และ Teraoka Gyoza เมื่อวันที่ 8 สิงหาคมที่ผ่านมา ส่งผลให้ปัจจุบันมี 3 แบรนด์ รวม 4 สาขาในนครหลวงเวียงจันทน์

นายฤทธิ์ กล่าวว่า การเลือก สปป.ลาว เป็นตลาดต่างประเทศแห่งแรกมาจากแนวคิดการขยายธุรกิจอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยเริ่มจากประเทศใกล้เคียงที่บริษัทสามารถดูแลและควบคุมคุณภาพระบบ Franchise ได้อย่างใกล้ชิด หลังจากดำเนินงานมา 1 ปี พันธมิตรมีความพึงพอใจและตัดสินใจนำอีก 2 แบรนด์เข้าไปขยายตลาดเพิ่มเติม

ความสำเร็จในระยะแรกทำให้บริษัทเห็นโอกาสในการขยายแบรนด์สู่ประเทศอื่น โดยเฉพาะตลาดเพื่อนบ้าน ซึ่งมีผู้ประกอบการติดต่อเข้ามาหลังเห็นผลการดำเนินงานใน สปป.ลาว ทั้งนี้ บริษัทยังคงศึกษาความเป็นไปได้ของตลาดใหม่ เพื่อวางรากฐานการขยายธุรกิจในระยะยาว

Jérôme Cheesecake บุกปารีส เตรียมขยายเม็กซิโก ปูทางสู่ 3 ทวีป

อีกหนึ่งแบรนด์ที่บริษัทวางแผนขยายสู่ตลาดโลกคือ Jérôme Cheesecake ซึ่งบริษัทเข้าไปร่วมลงทุนในญี่ปุ่นหลังช่วงโควิด-19 และเริ่มเห็นโอกาสในการขยายธุรกิจชัดเจนขึ้น โดยปลายปีที่ผ่านมาได้เปิด Flagship Store ในย่าน Ginza East ใจกลางกรุงโตเกียว ทำหน้าที่เป็นทั้งหน้าร้านและ Showroom สำหรับนำเสนอโมเดลธุรกิจเพื่อขยายไปยังตลาดอื่น โดยร้านดังกล่าวมีครัวสำหรับผลิตชีสเค้กสดใหม่ พร้อมเมนูชีสเค้กซึ่งเป็นจุดเด่นของแบรนด์ อีกทั้งยังได้รับความไว้วางใจจาก Blue Bottle Coffee ให้ใช้ชีสเค้กของแบรนด์เสิร์ฟในสาขาที่โตเกียวและเกียวโต

ปัจจุบัน Jérôme Cheesecake มีพันธมิตรที่ซื้อ Franchise เพื่อเปิดสาขาในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส โดยอยู่ระหว่างการก่อสร้างและมีกำหนดเปิดในเดือนพฤศจิกายน 2569 นอกจากนี้ ยังได้ลงนามขยายธุรกิจไปยังประเทศเม็กซิโก ซึ่งมีกำหนดเปิดในช่วงต้นปี 2570 ทำให้แบรนด์มีแผนดำเนินธุรกิจใน 3 ทวีป และพร้อมศึกษาการขยายสู่ประเทศอื่นต่อไป

นายฤทธิ์ กล่าวว่า การเข้าสู่ปารีสถือเป็นก้าวสำคัญ เนื่องจากเป็นเมืองชั้นนำระดับโลกที่มีการแข่งขันสูง ขณะที่โมเดล Flagship Store ในโตเกียวสามารถใช้เป็นต้นแบบสำหรับการขยายแบรนด์ไปยังตลาดต่างประเทศได้ โดย Jérôme Cheesecake เป็นธุรกิจที่ร่วมลงทุนในรูปแบบ Joint Venture (JV) กับนาย Jérôme Quilbeuf อดีตเชฟร้านอาหารระดับ 3 ดาวมิชลิน ซึ่งต่อยอดความเชี่ยวชาญด้านอาหารมาสู่แบรนด์ชีสเค้กในกรุงโตเกียว

รุก OEM ขนมไหว้พระจันทร์ เจาะโรงแรม 5 ดาวและ Luxury Brand

นอกเหนือจากการขยายสาขาและ Franchise คชา บราเธอร์ส ยังเพิ่มน้ำหนักธุรกิจ OEM หรือการรับจ้างผลิต โดยเริ่มจากขนมไหว้พระจันทร์ของ Kyo Roll En ซึ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่อเนื่องมานานกว่า 7 ปี จนมีฐานลูกค้าที่ตอบรับทั้งด้านรสชาติและการสร้างสรรค์เมนูใหม่ ซึ่งธุรกิจดังกล่าวขยายจากการจำหน่ายให้ผู้บริโภคทั่วไปไปสู่การรับผลิตให้โรงแรม ลูกค้าองค์กร และหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน โดยมีจุดแข็งจากการพัฒนารสชาติใหม่ในแต่ละปี เพื่อขยายโอกาสการบริโภคให้มากกว่าการซื้อเป็นของขวัญในช่วงเทศกาล

สำหรับหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการตอบรับดีในปีนี้คือขนมไหว้พระจันทร์รส ‘Tang Yuan’ Black Sesame ซึ่งนำบัวลอยงาดำทั้งลูกไว้ภายในเนื้อโมจิ ขณะเดียวกัน Kyo Roll En ยังร่วมกับเชฟ Hideaki Sato จากร้าน Ta Vie ในฮ่องกง สร้างสรรค์คอลเลกชันขนมไหว้พระจันทร์ระดับเชฟ 3 ดาวมิชลินเป็นครั้งแรกในประเทศไทย

ส่วน Kao Nom (ข้าวนม) แบรนด์ขนมไทยร่วมสมัยของบริษัท เข้าสู่ตลาดขนมไหว้พระจันทร์เป็นครั้งแรก โดยใช้แนวคิด “ขนมไทย วัตถุดิบไทย โดยเชฟไทย” มาพัฒนาผลิตภัณฑ์ในรูปแบบร่วมสมัย สะท้อนกลยุทธ์การสร้างสินค้าให้มีเอกลักษณ์และสอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมายของแต่ละแบรนด์

นายฤทธิ์ กล่าวว่า ปัจจุบันบริษัทรับผลิตขนมไหว้พระจันทร์ให้โรงแรมระดับ 5 ดาวหลายแห่ง รวมถึงแบรนด์หรูระดับโลกในกลุ่มกระเป๋าและนาฬิกาทั้งในประเทศไทยและภูมิภาค โดยใช้ครัวกลางของบริษัทเป็นฐานการผลิต และปัจจัยที่ทำให้ธุรกิจ OEM มีโอกาสเติบโต คือการช่วยให้ลูกค้าองค์กรลดภาระต้นทุนการผลิต โดยเฉพาะโรงแรมที่ต้องใช้แรงงานจำนวนมากในการทำขนมไหว้พระจันทร์ แต่มีช่วงเวลาจำหน่ายหลักเพียงประมาณ 2 เดือนต่อปี การใช้ผู้ผลิตที่มีความเชี่ยวชาญจึงช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการดำเนินงาน ขณะที่ลูกค้ายังได้รับมาตรฐานสินค้าที่รับรองด้วยแบรนด์ Kyo Roll En

อีกหนึ่งจุดแข็งของบริษัทคือการพัฒนาสูตรและผลิตภัณฑ์ โดยมีคุณเดช คิ้วคชา เชฟขนมหวานไทยคนแรกที่ได้รับรางวัล Asia’s Best Pastry Chef ในปี 2025 เป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาสินค้า บริษัทจึงมีแผนขยายฐานลูกค้า OEM ให้กว้างขึ้น พร้อมต่อยอดไปยังผลิตภัณฑ์อื่นนอกเหนือจากขนมไหว้พระจันทร์

ตั้ง Business Unit ใหม่ รุก Event & Catering ต่างประเทศ

คชา บราเธอร์ส ยังจัดตั้ง Business Unit ใหม่เพื่อรองรับธุรกิจ Event & Catering ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยมีเชฟเดชเป็นหัวหน้าทีม รับงานหลากหลายรูปแบบตั้งแต่งานเปิดตัวสินค้า งานแต่งงาน ไปจนถึงโครงการพิเศษที่ต้องรองรับแขกจำนวนมาก

ในปี 2568 บริษัทรับงาน Catering ในต่างประเทศมากกว่า 10 งาน รวมถึงงานแต่งงานของมหาเศรษฐีในประเทศอินเดีย ซึ่งมีแขกเข้าร่วมกว่า 20,000 คน ขณะที่เดือนตุลาคม 2569 ทีมของบริษัทได้รับโอกาสให้บริการ Catering ในงาน Formula 1 Singapore Grand Prix ที่ประเทศสิงคโปร์ โดยบริษัทระบุว่าเชฟเดชเป็นเชฟขนมหวานไทยคนแรกที่ได้รับเชิญให้ร่วมงานระดับโลกดังกล่าว

ประสบการณ์จากงานขนาดใหญ่สะท้อนศักยภาพของทีมในการรองรับงานตั้งแต่ระดับหลักร้อยไปจนถึงหลักหมื่นคน โดยเฉพาะการสร้างสรรค์เมนูของว่างและขนมหวาน ซึ่งเป็นความเชี่ยวชาญของบริษัท

นายฤทธิ์ มองว่า Event & Catering จะเป็นอีกช่องทางสำคัญในการสร้างรายได้และขยายเครือข่ายในระดับนานาชาติ โดยสามารถนำทักษะด้านการพัฒนาขนมหวานและการผลิตในปริมาณมากไปต่อยอดสู่ลูกค้าองค์กรและงานระดับสากล

กระจายความเสี่ยง ต่อยอดความเชี่ยวชาญสู่การเติบโตระยะยาว

ทิศทางของคชา บราเธอร์ส สะท้อนการปรับรูปแบบธุรกิจจากการพึ่งพารายได้หน้าร้านเป็นหลัก ไปสู่การสร้างรายได้จากหลายช่องทาง ทั้ง Franchise ต่างประเทศ การรับจ้างผลิต และบริการจัดเลี้ยง ซึ่งใช้ประโยชน์จากความเชี่ยวชาญด้านขนมหวานและระบบการผลิตที่บริษัทสั่งสมมา

การขยายสู่ตลาดต่างประเทศผ่านพันธมิตรช่วยให้บริษัทสามารถทดลองตลาดและขยายแบรนด์ภายใต้การบริหารจัดการที่เหมาะสม ขณะที่ OEM เปิดโอกาสให้เข้าถึงลูกค้าองค์กรและแบรนด์ระดับพรีเมียม ส่วน Event & Catering ช่วยต่อยอดความสามารถของทีมไปสู่โครงการที่มีขนาดและรูปแบบแตกต่างกัน

ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ยังมีแรงกดดัน การเพิ่มช่องทางรายได้และการสร้างมูลค่าเพิ่มจากแบรนด์จึงเป็นกลยุทธ์สำคัญของบริษัท โดยคชา บราเธอร์ส มุ่งใช้ทั้งนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ ความเชี่ยวชาญด้านการผลิต และเครือข่ายพันธมิตร เพื่อสร้างโอกาสการเติบโตในตลาดไทยและต่างประเทศในระยะยาว

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

KKP เผยพิษค่าครองชีพ-หนี้สินกดดันคนไทยทุกระดับรายได้

KKP ชี้ความกังวลด้านค่าครองชีพและภาระผูกพันทางการเงินเป็นความท้าทายสำคัญของคนไทยในทุกระดับรายได้ พร้อมเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ “Financial Health Check” บนแอปพลิเคชัน KKP Better เครื่องมือตรวจสุขภาพการเงินครบ 4 มิติ ทั้งกระแสเงินสด เงินสำรองฉุกเฉิน ความคุ้มครอง และการลงทุน เพื่อช่วยค้นหาจุดบอดและวางแผนรับมือความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ