
30 ต.ค. 2569 – นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์การเมือง อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์คลิปและข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า แนะฝ่ายค้าน ซักฟอกตามมาตรา 151 ดีกว่า 152
หลังจากญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ที่พรรคร่วมฝ่ายค้านยื่นต่อสภาผู้แทนราษฎร และมีการตกลงกันเป็นที่ยุติแล้วว่า จะเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจในวันที่ 7 – 11 ธันวาคม 2569 มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่า เกมนี้ฝ่ายรัฐบาลได้เปรียบฝ่ายค้าน และเป็นฝ่ายที่คุมสภาพทางการเมือง หรือถือแต้มต่อเหนือพรรคฝ่ายค้าน ได้ใช้กลอุบายยื้อเวลาออกไปจนถึงเดือนธันวาคม ซึ่งจะทำให้บรรยากาศการอภิปรายไม่ไว้วางใจของพรรคร่วมฝ่ายค้านไม่ประสบความสำเร็จในเรื่องการสร้างผลสะเทือนจากการอภิปราย สืบเนื่องจากเดือนธันวาคมหลังจากการอภิปรายแล้ว จะมีพระราชพิธีสำคัญ ซึ่งสังคมจะให้ความสำคัญกับพระราชพิธีเป็นหลัก และเป็นช่วงที่มีเทศกาลคริสต์มาสและเทศกาลปีใหม่ตามมาด้วย ประชาชนใจจดใจจ่ออยู่กับการฉลองปีใหม่ จนไม่ได้ให้ความสนใจประเด็นการเมืองเท่าที่ควร
จึงทำให้มีกระแสข่าวออกมาว่า ฝ่ายค้านจะแก้เผ็ดฝ่ายรัฐบาล โดยการเตรียมยื่นญัตติอภิปรายทั่วไป ตามมาตรา 152 ทำให้มีการถกเถียงกันว่า ฝ่ายค้านจะเอาจริงหรือไม่ ถ้ามีการยื่นญัตติอภิปรายทั่วไปตามมาตรา 152 จริง จะเกิดผลได้ผลเสียอย่างไร
ส่วนตัวเห็นว่าการยื่นญัตติตามมาตรา 152 อาจจะเป็นกลยุทธ์ทางการเมืองของพรรคฝ่ายค้าน ที่ต้องการจะโหมโรงหรือสร้างกระแส ก่อนที่จะถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจรายบุคคล ตามมาตรา 151 จำเป็นต้องมีการอภิปรายแบบอุ่นเครื่อง และการอภิปรายไม่ไว้วางใจถูกลดเวลาวันอภิปรายเหลือ 4 วัน ก็อาจทำให้ผู้อภิปรายไม่ไว้วางใจส่วนหนึ่งถูกตัดสิทธิ์ออกไป และอยากนำผู้อภิปรายส่วนนั้นมาอภิปรายในญัตติทั่วไป ตามมาตรา 152
แต่ถ้าหากต้องการให้การอภิปรายประสบความสำเร็จ หรือสัมฤทธิ์ผลตามเจตนารมณ์ของฝ่ายค้าน ที่ต้องการจะเปิดแผลรัฐบาล และต้องการจะโค่นล้มรัฐบาล ก็ควรจะใช้หมัดเด็ดหรือสรรพกำลังทั้งหมดนำไปอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นรายบุคคล ตามมาตรา 151 ในวันที่ 7 – 11 ธันวาคมจะดีกว่า จะได้ไม่เป็นการอภิปรายแบบพร่ำเพรื่อ หรือเสียสรรพกำลังไปโดยเปล่าประโยชน์
แม้ว่าระยะเวลา 1 เดือนก่อนจะถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจ อาจจะทำให้บรรยากาศทางการเมืองซบเซาก็ตาม แต่ฝ่ายค้านสามารถบริหารกระแส หรือสร้างประเด็นใหม่ขึ้นมาได้ช่วงเวลาหนึ่งเดือนก่อนถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจ สามารถขุดคุ้ยเอาประเด็นใหม่ๆ มาเป็นข้อมูลในการอภิปราย หรือถ้าโชคดีอาจจะมีประเด็นอะไรอุบัติขึ้นมาให้ฝ่ายค้านหยิบฉวยมาอภิปรายไม่ไว้วางใจได้อีกด้วย
เพราะฉะนั้นการทอดระยะเวลาอภิปรายออกไป 1 เดือน ไม่ใช่เพื่อประโยชน์ของฝ่ายรัฐบาลเพียงฝ่ายเดียว แต่อาจจะเป็นโชคดีและเป็นประโยชน์ของฝ่ายค้านด้วยก็ได้ และอยากให้ฝ่ายค้านเตรียมพร้อมเตรียมตัวนำข้อมูลเด็ดไปอภิปราย ไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีทั้ง 18 คน แม้ว่ามือในสภาผู้แทนราษฎร ฝ่ายค้านอาจจะไม่ชนะก็ตาม แต่ถ้ามีเหตุผลดี ชี้จุดอ่อน จุดบกพร่องในการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล ให้ประชาชนเห็นถึงจุดอ่อนและความเสียหายที่มีต่อประเทศชาติ มือของประชาชนนอกสภาก็อาจจะช่วยล้มรัฐบาลได้.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'โบว์ ณัฏฐา' เย้ยเจ็บ! ไม่มีใครดิสเครดิต 'พรรคส้ม' มีแต่ทำตัวเองทั้งนั้น
น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา หรือ โบว์ พิธีกรรายการวิเคราะห์ข่าว และนักกิจกรรมเพื่อสิทธิมนุษยชน โพสต์ข้อความว่า มีคนบอกว่าตอนนี้ดูเหมือนรัฐบาลมียุทธศาสตร์ดิสเครดิต และทำให้คนเกลียดพรรคส้ม ดูแล้วไม่น่าใช่หรอกค่ะ …
นายกฯ จ่อยกระดับป้องกันชายแดนไทย หลังเหตุสู้รบเมียนมาเดือด
นายกฯ พร้อมยกระดับป้องกัน เหตุสู้รบชายแดนเมียนมา เผยคุยผู้นำประเทศเพื่อนบ้านตลอด ยันดูแลความปลอดภัยประชาชนเต็มที่
สภาขยี้ขยะพิษ ยุปชช.ฟ้องรัฐ! อุตฯลุยฟอกเงิน
"ปชน.” ซัดรัฐเมินแก้สารพิษน้ำท่วมภาคตะวันออก “สุชาติ” โต้รู้มาก รอให้มาเป็น รมต. ใช้ทิฐิบันเทิงธิปไตย
'ภาวุธ' ฉะหน่วยงานรัฐอืดอาด! อัปเกรดระบบยืนยันตัวตนแค่ 8.4% ยังเสี่ยงสูงข้อมูลรั่วไหล
“ภาวุธ” ซัดหน่วยงานรัฐอัพเกรดระบบความปลอดภัยแค่ 8.4% หลังผ่านไป 2 เดือน ชง 4 มาตรการเร่งด่วนจี้รัฐบาลอุดช่องโหว่ไซเบอร์และประเมินความเสี่ยงต่อเนื่อง
ปชน. จี้บอร์ดสิ่งแวดล้อมเร่งประกาศ จ.ปราจีนบุรี เป็น 'เขตควบคุมมลพิษ'
'พรรคประชาชน' จี้รัฐประกาศเขตควบคุมมลพิษ แก้วิกฤตน้ำท่วมขยะพิษปราจีนบุรี 'พูนศักดิ์' แนะ 'ภาคประชาชน' ใช้สิทธิฟ้อง เรียกค่าเสียหาย
บันเทิงแน่! 'วิโรจน์' โพสต์เหน็บภูมิใจไทย เหล่าลูกสมุนกากๆ จะแห่ประท้วงเอาซีนศึกซักฟอก
นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุข้อความว่า เตรียมใจไว้เลยว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจในวันที่ 7-11 ธ.ค.ที่จะถึงนี้ ประชาชนต้องเจอกับเหล่า "กี้" ลูกสมุนกากๆ ที่ดาหน้าออกมาพลีชีพประท้วงเอาซีนอย่างแน่นอน

