11 พ.ค.2565 - เมื่อเวลา 16.00 น. ที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรค พปชร. ในฐานะประธานคณะกรรมการกฎหมายและข้อบังคับพรรค พปชร. ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะกรรมการฯ เพื่อพิจารณาบทบงโทษของนายพิเชษฐ สถริชวาล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พปชร. ที่ใช้เวลานานถึง 2 ชั่วโมง ว่า นายพิเชษฐ ในฐานะสมาชิกพรรค พปชร. ได้มีการกระทำในการจัดตั้งกลุ่มการเมืองใช้ชื่อกลุ่ม 16 เพื่อเคลื่อนไหวการเมืองโดยไม่ได้รับอนุญาตจาก พปชร. และตามคำสั่งหัวหน้าพรรคไม่ให้สมาชิกพรรคมีการตั้งกลุ่มการเมืองขึ้น เพราะจะเป็นการทำลายเอกภาพของพรรค
ขณะเดียวกัน ได้ใช้สถานะการเป็นสมาชิกพรรคไปร่วมประชุมกับคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้าน ในวันที่ 28 เม.ย.และในวันที่ 4 พ.ค.เพื่อเตรียมเรื่องการอภิปรายไม่ไว้วางใจคณะรัฐมนตรี ซึ่งพรรคเพื่อไทยจะยื่นไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีที่สังกัดพรรค พปชร. การกระทำของพรรคเพื่อไทยเป็นปฏิปักษ์ต่อพรรค พปชร. แต่เมื่อปรากฏว่านายพิเชษฐ ไปร่วมประชุมหารือวางแผนในการอภิปรายไม่ไว้วางใจคณะรัฐมนตรีกับคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทยถึง 2 ครั้ง การกระทำของนายพิเชษฐ จึงเป็นการกระทำที่สนับสนุนพรรคเพื่อไทย และเป็นการตั้งตนเป็นปฏิปักษ์กับพรรค พปชร.ด้วยเหตุนี้นายพิเชษฐ จึงฝ่าฝืนข้อบังคับของพรรคพลังประชารัฐหลายข้อ
นายไพบูลย์ กล่าวว่า นอกจากนี้ นายพิเชษฐ ได้โทรศัพท์คุยกับนายทักษิณ ชินวัตร ซึ่งเป็นบุคคลที่อยู่ระหว่างหลบหนีหมายจับในคดีที่ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก และเป็นบุคคลที่ตั้งตนเป็นปฏิปักษ์กับพรรค พปชร. ดังนั้น การกระทำดังกล่าวข้างต้นของนายพิเชษฐ จึงเป็นการกระทำตามอำเภอใจ โดยไม่มีสำนึกร่วมรับผิดชอบต่อเสถียรภาพของพรรค ไม่มีจิตสำนึกในอุดมคติของพรรค ในฐานะเป็นเจ้าของพรรค ไม่เป็นไปตามหลักการอยู่ร่วมกันของสมาชิกพรรคภายใต้ระเบียบแบบแผนของพรรค พปชร. เป็นการตั้งตนเป็นปฏิปักษ์กับพรรค พปชร. ทำให้สังคมและบุคคลภายนอกเข้าใจผิดและตำหนิติเตียนพรรค พปชร. ทำให้พรรคเสียหายต่อชื่อเสียง
นายไพบูลย์ กล่าวต่อว่า การติดต่อพูดคุยกับบุคคลที่อยู่ระหว่างหลบหนีหมายจับในคดีที่ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก และเป็นบุคคลที่ตั้งตนเป็นปฏิปักษ์กับ พปชร. ยังเป็นการคบหาผู้ประพฤติผิดกฎหมาย ซึ่งการกระทำดังกล่าวข้างต้น เป็นการฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับพรรค พปชร. ในฐานะสมาชิกพรรคต้องมีหน้าที่และความรับผิดชอบต่อพรรคตามข้อบังคับ ข้อที่ 56 (1) (3) และไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมของสมาชิกพรรค ตามข้อบังคับ ข้อที่ 64 ข้อที่ 69 ข้อที่ 72 ข้อที่ 76
ดังนั้น เมื่อคณะกรรมการฯ ตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วเห็นว่าการกระทำของนายพิเชษฐ ในฐานะสมาชิกพรรคได้กระทำที่ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับพรรค ในฐานะสมาชิกพรรคต้องมีหน้าที่และความรับผิดชอบต่อพรรคตามข้อบังคับ เพื่อเป็นการรักษาหลักการและแนวทางปฏิบัติที่เคยดำเนินการในกรณีก่อนหน้านี้ จึงมีมติเห็นควรให้ดำเนินการงดเว้นสิทธิของนายพิเชษฐ ในฐานะสมาชิกพรรคที่พึงได้จากพรรคเป็นการชั่วคราวระยะเวลา 6 เดือน ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 12 พ.ค.65 ถึง 12 พ.ย.65 ดังต่อไปนี้
1.สิทธิในการได้รับการเสนอชื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งกรรมาธิการ หรือตำแหน่งอื่นในสัดส่วนของพรรค 2.สิทธิในการร่วมกิจกรรม ร่วมประชุมหรือใช้ห้องประชุมพรรค และสิทธิในการรับข้อมูล ข่าวสารต่างๆ เช่น ในระบบแอพลิเคชั่นไลน์ของพรรค และ3. สิทธิในการใช้ชื่อ ตรา เครื่องหมาย สัญลักษณ์ ของพรรค พปชร.ในการประชาสัมพันธ์ต่างๆ ทั้งนี้ หลังจากนี้คณะกรรมการจะนำผลการประชุมครั้งนี้เสนอต่อผู้บริหารพรรคต่อไป
ผู้สื่อข่าวถามว่า นายพิเชษฐ ท้าให้ พปชร. มีมติขับพ้นจากพรรค นายไพบูลย์ กล่าวว่า ไม่ถึงขั้นต้องให้ความสำคัญขนาดนั้นที่จะต้องให้กรรมการบริหารพรรคหรือ ส.ส.มาพิจารณาเพื่อขับพ้นพรรค เพียงแค่ทำตามที่กรรมการเสนอไปก็เพียงพอแล้ว
เมื่อถามว่า หากมีการกระทำผิดซ้ำอีก จะทำอย่างไร นายไพบูลย์ กล่าวว่า สามารถพิจารณาเพิ่มเติมในส่วนของการขยายเวลาตัดสิทธิได้อีก เมื่อถามย้ำว่า จะไม่มีการขับพ้นจากพรรคใช่หรือไม่ นายไพบูลย์ กล่าวว่า ไม่มี
“เขาอยากให้ขับ เราก็ไม่ขับ ก็อยู่กันอย่างนี้ล่ะครับ หลักใหญ่คือ นายพิเชษฐมีหน้าที่ความรับผิดชอบ ต้องรักษาเสถียรภาพ ต้องมีจิตสำนึก อุดมการณ์ในการเป็นเจ้าของพรรคร่วมกัน ไม่เป็นไร ไม่ต้องกังวล เรื่องนี้ถึงเวลามีทางออกอยู่แล้ว ถ้าเขาจะไปจริงๆ เขาก็คิดได้เอง แต่พรรคจะไม่ขับ”
เมื่อถามว่า การทำในลักษณะนี้เหมือนการแช่แข็งนายพิเชษฐหรือไม่ นายไพบูลย์ หัวเราะพร้อมกล่าวว่า “ไม่มีความเห็น ไปคิดเอาเอง”
นายไพบูลย์ กล่าวทิ้งท้ายว่า การพิจารณาครั้งนี้เราพิจารณาในฐานะที่นายพิเชษฐเป็นสมาชิกของพรรค พปชร. ไม่ได้พิจารณาในฐานะ ส.ส.
รายงานข่าวจากที่ประชุมแจ้งว่า สาเหตุที่คณะกรรมการไม่มีการขับนายพิเชษฐพ้นพรรค เนื่องจากเห็นว่าพฤติกรรมของนายพิเชษฐ ในฐานะ ส.ส.นั้น เข้าข่ายกระทำผิดรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะกรณีที่มีการพูดคุยกับฝ่ายค้านเรื่องเงินทอง หรือการปฏิเสธรับเงินทอง ซึ่งเป็นอำนาจหน้าที่ของ กกต.ที่สามารถตรวจสอบได้อยู่แล้วหากมีผู้ไปร้องเรียน เพราะตามรัฐธรรมนูญห้ามไม่ให้ ส.ส.รับทรัพย์ใดๆ ทั้งสิ้น ขณะที่คณะกรรมการฯพิจารณากรณีของนายพิเชษฐในฐานะสมาชิกพรรคเท่านั้น
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ลุงป้อม' กลับบ้านเกิดลพบุรี ควง 'สุชาติ' ไหว้พระ-ชิมของอร่อย
'ลุงป้อม' กลับบ้านเกิดลพบุรี พบลูกหลานคนทำคลอดตัวเอง 80 กว่าปีก่อน พร้อมควง 'สุชาติ ลายน้ำเงิน' ผู้สมัคร สส.พปชร.ไหว้พระ-ชิมอาหาร
'พิเชษฐ' ลงพื้นที่ชายแดนใต้ ย้ำโมเดลไร้ดอกเบี้ย เปิดทางทุนตะวันออกกลาง
นายพิเชษฐ สถิรชวาล หัวหน้าพรรควิชชั่นใหม่ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม แล
'เรืองไกร' ร้อง กกต. สอบนโยบาย 51 พรรค ส่อขัดมาตรา 57 หรือไม่
'เรืองไกร' ร้อง กกต. ตรวจสอบนโยบาย 51 พรรคการเมือง เป็นไปตาม พรป.พรรคการเมือง มาตรา 57 หรือไม่
'ลุงป้อม' ควง 'วัฒนา เซ่งไพเราะ' กินก๋วยเตี๋ยวเนื้อตุ๋นสุดฮอต ร้านน็อต วรฤทธิ์
นายวัฒนา เซ่งไพเราะ ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 23 บางนา-พระโขนง พรรคพลังประชารัฐ ร่วมรับประทานก๋วยเตี๋ยวกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ประธานที่ปรึกษาพรรคพลังประชารัฐ ที่ร้านก๋วยเตี๋ยว "ลูกโต้งชลวัว" บางนา-ตราด ซอย 23 ของ “น็อต” นายวรฤทธิ์ เฟื่องอารมย์ ดารา พิธีกรชื่อดัง ซึ่งมีพี่น้องประชาชน เข้ามาขอถ่ายภาพอย่างต่อเนื่อง
'ตรีนุช' นำ พปชร. ชู 12 นโยบายเรือธง สู้ศึกเลือกตั้ง
'ตรีนุช–กรกสิวัฒน์' นำพลังประชารัฐ สู้ศึกเลือกตั้ง เปิด 3 เสาหลัก ชู 12 นโยบายเรือธง แก้ปากท้อง–เสริมความมั่นคง ยันทุกนโยบายทำได้จริง
พปชร. ชูนโยบายแก้จน เพิ่มวงเงินบัตรประชารัฐ เอ็กซ์ตร้า เป็น 700 บาทต่อเดือน
พปชร. ชูนโยบาย “บัตรประชารัฐ เอ็กซ์ตร้า” เพิ่มวงเงินเป็น 700 บาทต่อเดือน มุ่งแก้ปัญหาความยากจนและกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก

