
‘โฆษกรัฐบาล’ เผยบรรยากาศเปิดประเทศส่งสัญญาณบวก นักท่องเที่ยวทยอยเดินทางเข้าไทย ขณะนักเรียนเริ่มเข้าเรียนวันแรกในบางพื้นที่แล้ว ‘นายกฯ’ สั่งคุมเข้ม ทุกฝ่ายต้องร่วมด้วยช่วยกัน
1 พ.ย.2564- นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการเปิดประเทศเพื่อรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาจากประเทศต่างๆวันแรกว่า บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก โดยท่าอากาศยานสุวรรณภูมิมีนักท่องเที่ยวจากสายการบินต่างประเทศต่างๆ ทยอยเดินทางเข้าไทย โดยเที่ยวบินแรกที่เดินทางเข้าไทย คือเที่ยวบิน ที่ NH 805 เดินทางจากสนามบินโตเกียวนาริตะ ประเทศญี่ปุ่น พร้อมผู้โดยสาร 43 คน เป็นคนไทย 32 คน และชาวต่างชาติอีก 11 คน โดยทั้งหมดถูกตรวจคัดกรองโรคโควิด-19 อย่างเข้มข้น ซึ่งเจ้าหน้าที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิปฏิบัติงานด้วยความรัดกุมสวมชุด PPE อำนวยความสะดวก ตรวจสอบเอกสารและคัดกรองผู้โดยสารตามแนวทางป้องกันการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 อย่างเข้มงวด
สำหรับวันนี้จะมีทั้งหมด 61 เที่ยวบินที่เป็นเที่ยวบินโดยสารส่วนใหญ่เป็นเที่ยวบินจากยุโรปเป็นหลัก ขณะที่จำนวนผู้โดยสารเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติประมาณ 2,300 คนและคนไทยเดินทางกลับจากต่างประเทศอีกบางส่วนรวมมีคนเดินทางเข้าประเทศประมาณ 3,000 คน รวมวันที่ 1-5 พ.ย.นี้ มีสายการบินต่างชาติทั่วโลกที่จะทำการบินเข้า และออกประเทศไทย มีทั้งหมด 27 สายการบิน มีผู้โดยสารรวม 15,230 คน
นายธนกร กล่าวว่า ในส่วนกระทรวงศึกษาธิการรายงานบรรยากาศการเปิดเรียนวันแรก ในหลายพื้นที่ ในช่วงเช้าที่ผ่านมามีผู้ปกครองต่างพาบุตรหลานมาโรงเรียนหลังจากเริ่มทำการเปิดทำการเรียนการสอนในวันแรกท่ามกลางการรักษามาตรการควบคุมและป้องกันโรคโควิด-19 โดยเน้นการให้ความมั่นใจว่าโรงเรียนทุกแห่งที่ได้เปิดการเรียนการสอน มีความพร้อมทั้งในเรื่องการเรียนการสอน รวมถึงเรื่องความปลอดภัยซึ่งให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก โดย กระทรวงศึกษาธการได้ให้แนวทางในการจัดการเรียนการสอนใน 5 รูปแบบ คือ On-site เรียนที่โรงเรียน โดยมีมาตรการเฝ้าระวังตามประกาศของศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) On-air เรียนผ่านมูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม ในพระบรมราชูปถัมภ์ หรือ DLTV On-demand เรียนผ่านแอปพลิเคชันต่างๆ On-line เรียนผ่านอินเตอร์เน็ต และ On-hand เรียนที่บ้านด้วยเอกสาร เช่น หนังสือ แบบฝึกหัด ใบงาน ในรูปแบบผสมผสาน หรืออาจใช้วิธีอื่นๆ เช่น วิทยุ เป็นต้น เพื่อให้เกิดความยืดหยุ่นตามความเหมาะสมของแต่ละพื้นที่
“ขณะนี้นายกรัฐมนตรีอยู่ระหว่างการปฏิบัติภารกิจเข้าร่วมการประชุมระดับผู้นำ ในการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (COP 26) ณ เมืองกลาสโกว์ สหราชอาณาจักร ยังได้ติดตามการเปิดประเทศวันแรกของไทย ฝากคนไทยทุกคนร่วมเป็นเจ้าภาพที่ดีในการต้อนรับนักท่องเที่ยว พร้อมกำชับให้ทุกฝ่ายที่มีส่วนเกี่ยวข้อง อาทิ เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ตำรวจ ทหาร ครู แรงงานและสาธารณสุข ตลอดจน ผู้ประกอบการ ร้านค้า ปฏิบัติตามมาตรการที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด เพราะการเปิดประเทศควบคู่กับมาตรการด้านสาธารณสุขที่เคร่งครัด เพื่อประชาชนคนไทยและทุกคนได้ประโยชน์ร่วมกันจากเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของไทยกลับมาฟื้นตัวในครั้งนี้”
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ฝ่ายค้าน' ยื่น 'ปธ.สภาฯ' ส่งศาลรธน. วินิจฉัย ยับยั้งเงินกู้ 2 แสนล. ปรับโครงสร้างพลังงาน ขัดรธน.
'ฝ่ายค้าน' ยื่น 'ปธ.สภาฯ' ส่งเรื่องศาลรธน.วินิจฉัยยับยั้งเงินกู้ 2 แสนล้านเฉพาะปรับโครงสร้างพลังงาน เหตุ ขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 172 ไม่เข้าข่ายความจำเป็นเร่งด่วน ยัน เขียนคำร้องรอบคอบ ด้าน 'โสภณ' กั๊ก ส่งคำร้องก่อน 14 พ.ค.หรือไม่ บอกแค่จะยื่นให้เร็วที่สุด
'อนุทิน' ตอก 'กรณ์' หลังจวก พรก.กู้เงิน4 แสนล. ทำเสียวินัยการคลัง เย้ย 'ไหม' คนทำงานเป็นกับไม่เป็น
‘อนุทิน’ ตอบ’กรณ์’ หลังจวกพรก.กู้เงิน 4 แสนล้านทำเสียวินัยการคลัง บอก ฝ่ายค้านก็คิดอย่างนั้น ขอไม่เปรียบไทยเข้มแข็ง-ไทยช่วยไทย พร้อมรับฟังเหตุผล แต่อย่าเอาประสบการณ์มาข่ม ตอกกลับ’ศิริกัญญา’ แขวะเอกสาร 5 แผ่น เย้ยกลับคนทํางานเป็นกับไม่เป็น
ข่าวดี! 12 พ.ค. ออก 'Form TC ไทย-ชิลี' ดิจิทัลเต็มรูปแบบ
ดีเดย์ 12 พ.ค. รัฐบาลเปิดให้บริการออก Form TC ไทย-ชิลี ผ่านดิจิทัลเต็มรูปแบบ อำนวยความสะดวกให้ผู้ส่งออกขอหนังสือรับรอง ติดตามสถานะออนไลน์ได้ 24 ชั่วโมง
'รบ.' จ่อตั้งหน่วยงานภายใต้ สบน. คุมความเสี่ยงหนี้สาธารณะ ติดตามใช้เงิน พรก.กู้เงิน 4 แสนล.
รัฐบาล เตรียมตั้งหน่วยงานภายใต้ สบน. คุมความเสี่ยงหนี้สาธารณะ ติดตาม-ประเมินผลการใช้เงินตาม พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน
รัฐบาลจับตา 'ไวรัสฮันตา' คุมเข้มคัดกรอง ยันไทยไม่พบระบาด
รัฐบาลเฝ้าระวัง 'ไวรัสฮันตา' ใกล้ชิด ย้ำไทยยังไม่พบการระบาด พร้อมเพิ่มมาตรการคัดกรองและประเมินความเสี่ยงต่อเนื่อง
นักวิชาการ วิเคราะห์ 'พ.ร.ก.กู้เงิน4แสนล้าน' เมื่อนโยบายระยะยาวสวมรอยเหตุฉุกเฉิน
หากคดีนี้ไปถึงศาลรัฐธรรมนูญ คำวินิจฉัยที่ออกมาจะเป็น 'หมุดหมายสำคัญ' ที่กำหนดทิศทางว่า ในอนาคตรัฐบาลจะสามารถกู้เงินนอกระบบงบประมาณเพื่อทำนโยบายระยะยาวได้กว้างขวางเพียงใด

