'จตุพร' เปิดศึกโกงสอบ ขรก.ท้องถิ่น ชี้ 'ถอนทุนคืน' ฝังลึกทั้งระบบ

“จตุพร พรหมพันธุ์” ออกโรงวิพากษ์กรณีทุจริตสอบเข้ารับราชการท้องถิ่น ระบุเป็นขบวนการ “ถอนทุนคืน” และสะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างของระบบสอบเข้าข้าราชการ พร้อมเรียกร้องให้ตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมา ไม่ละเว้นผู้เกี่ยวข้องทุกระดับ

27 มิถุนายน 2569 - นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน กล่าวในรายการประเทศไทยต้องมาก่อน ว่า การจ่ายเงินสอบเข้าเป็นข้าราชการ (ขรก.) นายกฯ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ต้องสอบสวนค้นหาความจริงให้เกิดความกระจ่างและลงโทษผู้กระทำความผิดอย่างไม่ไว้หน้าใดๆ ทั้งสิ้น

อย่างไรก็ตาม การตรวจสอบการโกงสอบรับ ขรก.ส่วนท้องถิ่น ต้องมีตรงไปตรงมา และเป็นเรื่องที่ดีที่ ตำรวจ ปปช., ปปป. ล้วนทำหน้าที่เก็บรายละเอียดค่อนข้างครบถ้วน นอกจากนี้ควรขยายผลไปตรวจสอบการสอบของส่วนอื่น หรือหน่วยงานอื่นด้วย

 อีกทั้งย้ำว่า คนไทยส่วนใหญ่ แม้ไม่ใช่พวกมีฐานะร่ำรวย แต่อยากเป็น ขรก. จึงต้องขายที่ดิน ไร่นา สวน เพื่อไปจ่ายแลกกับการเข้ารับ ขรก. การจ่ายเงินในส่วนท้องถิ่นครั้งนี้มีมากถึง 9,000 กว่าคน แต่ได้เป็น ขรก.แค่ 3,000 กว่าคน

 สิ่งสำคัญหลังจากได้รับการบรรจุเป็น ขรก.ท้องถิ่นแล้ว ขรก.ระดับเล็กจะกลายเป็นเหยื่อหรือเครื่องมือในถอนทุนคืนได้ โดยเป็นขบวนการหาลูกค้ามาจ่ายเงินแลกกับการเข้ามาเป็น ขรก.ในขบวนการสอบครั้งต่อไป และปีถัดไป

 "คนพวกนี้ เมื่อตัวเองจ่ายเงินเพื่อเข้ารับ ขรก. ก็ไปหาลูกค้าในลักษณะที่ตัวเองเคยจ่ายเงินสอบเข้า ขรก. ซึ่งเหมือนพวกแชร์ลูกโซ่ โดยจะใช้สักกี่รายจึงจะใช้หนี้หมด มันลามกันเป็นลูกโซ่ เมื่อประตูบานแรก (เข้าเป็น ขรก.) เริ่มต้นด้วยการจ่ายเงิน หลังจากนั้นจึงเรียงกันตามลำดับ เมื่อจุดเริ่มต้นชั่วแล้ว มันไม่มีตรงไหนดีเพราะทุกอย่างคือการลงทุน"

ส่วนคลิปเสียงโยงถึง ขรก.ระดับสูง มีเส้นใหญ่หนุนอยู่เบื้องหลังการรับเงินโกงสอบ ขรก.ท้องถิ่นนั้น นายจตุพร กล่าวว่า เสียงในคลิปเป็นลักษณะการถามนำ และต้องถูกตรวจสอบว่า ทำในลักษณะใด คือ ล่อซื้อหรือทำหน้าที่เป็นสายตำรวจหรือไม่

ดังนั้น บทบาทเสียงของคนอ้างชื่อส้มในคลิปจึงต้องดูว่า ได้เล่นตามบทสายของเจ้าหน้าที่หรือไม่ และคงมีอีกหลายคลิป เพราะเป็นความตั้งใจพูด ถาม โยงให้ไปถึงเครือข่าย นอกจากนี้ การตรวจสอบต้องสอบถามมหาวิทยาลัยอื่นที่ถอนตัวออกจากการรับจัดสอบ ขรก.ด้วย

“การจ่ายเงินโกงสอบ ขรก.ครั้งนี้ จัดว่าเลวร้ายที่สุด เพราะเป็นการเปลี่ยนผลคะแนนการสอบเข้า เมื่อเอาคน 3,000 ที่จ่ายเงินได้รับบรรจุเป็น ขรก.แล้ว แปลความว่าต้องไปเบียดคนอีก 3,000 ที่สอบได้ ไม่มีสิทธิ์ได้รับบรรจุเป็น ขรก. จึงเป็นเวรกรรมและไม่แฟร์อย่างยิ่ง”

อีกอย่าง เสียงในคลิปที่เผยแพร่นั้น ยังจะเชื่อถือไม่ได้ เพราะบางคำพูดเป็นการถามนำ แล้วโยงถึงญาติของเครือข่ายระดับนำโดยไม่จำเป็น ดังนั้น จึงต้องตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมา หาความจริงออกมาให้ได้ โดยความจริงต้องไม่ดูหน้าตาคนถูกตรวจสอบด้วย ดังนั้น ประชาชนขอให้ใจเย็นๆ รอการขยายผลการสอบสวนด้วยการใช้ความจริงมาคลี่คลาย

อีกทั้งกล่าวว่า ตำรวจเข้ายึดเอกสารโกงผลการสอบเข้ารับราชการท้องถิ่นที่สำนักงานแห่งหนึ่งนั้น ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นการเฝ้าติดตามเก็บข้อมูลมาสักระยะหนึ่งแล้ว ส่วนคลิปเสียงที่เผยแพร่นั้นยังมีลักษณะแปลกๆ เช่นกัน แต่นายกฯ ต้องทำคือ สอบสวนหาผู้กระทำความผิดให้ได้ โดยขณะนี้มีข้อมูลถึง 3 ส่วน จาก มศว. กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) และชุดจับกุม แม้ขณะนี้ ปปช.ทำหน้าที่ได้ดี แต่หลังจากนี้จะหมักดองปัญหาไว้อีกหรือไม่.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

มหาดไทยสั่งผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ งัด 3 มาตรการรับมือน้ำท่วม

รัฐบาลเกาะติดฝนตกหนัก-น้ำท่วมตลอด 24 ชั่วโมง กระทรวงมหาดไทยสั่งผู้ว่าฯ ทุกจังหวัดเดินหน้า 3 มาตรการเร่งด่วน ยกระดับเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยง เตรียมกำลังคน-เครื่องจักร-

ดร.ณัฏฐ์ ซัด 'โรม' ทำ กมธ.เป็นศาลโซเชียล ชี้ 'อนุทิน' ไม่ต้องไปแจง 8 ต.ค.

“ดร.ณัฐวุฒิ” ซัด “รังสิมันต์ โรม” ใช้ กมธ.เป็นเครื่องมือ ทำตัวเป็น “ศาลโซเชียล” ปมเรียก “อนุทิน” แจงทุจริตสอบท้องถิ่น 8 ต.ค.

'สส.ปชน.เชียงใหม่' โวยโดนโยงสนิท 'สท.ก้อง' หลังมท.2 จับบ่อนใหญ่ช้างเผือก ลั่นไม่รู้จักส่วนตัว

สส.พลอย หอบหลักฐานขึ้นโรงพักช้างเผือก ลงบันทึกประจำวัน ปมถูกพาดพิงมี สท.ก้อง เป็นทีมงาน กรณี มท.2 นำกำลังฝ่ายปกครองบุกทลาย 2 บ่อนใหญ่กลางเมืองเชียงใหม่ ยันไม่รู้จักเป็นการส่วนตัวแต่ถูกพาดพิงทำเสียหาย

นายกฯ ชง 'ปปง.-ปปท.' สอบกลุ่มถูกโยงโกงท้องถิ่น ย้ำไม่ใช่แค่ 'ทองเจือ' เพียงรายเดียว

‘อนุทิน’ ย้ำไม่ใช้ตำแหน่งป้องใคร หลัง’ทองเจือ’ถูกโยงโกงสอบท้องถิ่น มั่นใจ จากนี้บล็อกโกงสอบท้องถิ่นได้

มท.2 นำทีมบุกทลาย 2 บ่อนใหญ่เชียงใหม่ รวบนักพนันกว่า 100 ราย

“พลพีร์” นำชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครองกว่า 100 นาย เปิดปฏิบัติการ “ปราบเซียนนครพิงค์” จู่โจม 2 บ่อนกลางเมืองเชียงใหม่ รวบนักพนันกว่า 100 ราย