ไปกันใหญ่แล้ว 'สุทิน-เพื่อไทย' อ้างพระราชอำนาจ ขู่ตุลาการศาลรธน.

แฟ้มภาพ

6 ก.ย.2565 - นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารตาม และรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กถึงกรณีการวินิจฉัยวาระการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ของศาลรัฐธรรมนูญว่า ศาลรัฐธรรมนูญมิอาจวินิจฉัยเป็นอย่างอื่น นอกจากวินิจฉัยชี้ขาดให้ความเป็น นายกฯของ พล.อ.ประยุทธ์ สิ้นสุดลงเนื่องจากดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีครบกำหนด 8 ปี ตามมาตรา 170 วรรคสอง และมาตรา 158 วรรคสี่ ของรัฐธรรมนูญ 2560 เนื่องจากการดำรงตำแหน่งนายกฯเป็นไปตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และเป็นไปตามประกาศพระบรมราชโองการเพื่อให้มีหน้าที่ และอำนาจในการบริหารประเทศ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ ตามพระบรมราชโองการลงวันที่ 24 ส.ค.2557 และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ และพระบรมราชโองการลงวันที่ 9 มิ.ย.2562 อันเป็นไปตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ 2560 ที่บัญญัติให้ประเทศไทยมีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข ตามมาตรา 2 และพระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจในการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี ตามมาตรา 158 ซึ่งสืบเนื่องจากมาตรา 3 ที่กำหนดให้พระมหากษัตริย์ทรงพระราชอำนาจในการใช้อำนาจบริหาร ผ่านคณะรัฐมนตรี และแต่งตั้งนายกฯ อันเป็นพระราชอำนาจโดยแท้ ผู้ใดจะล่วงละเมิดมิได้ตามมาตรา 6

เมื่อพระมหากษัตริย์ทรงใช้พระราชอำนาจแต่งตั้งบุคคลใดเป็นนายกฯแล้วบุคคลนั้นย่อมเป็นนายกฯตามรัฐธรรมนูญ และบุคคลดังกล่าวมิอาจดำรงตำแหน่งเกินกว่าที่พระมหากษัตริย์ทรงใช้พระราชอำนาจแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งภายใต้เงื่อนไขตามกำหนดระยะเวลาในมาตรา 158 ที่มิให้ดำรงตำแหน่งรวมกันเกินกว่า 8 ปีได้

ประกอบกับบทเฉพาะกาลรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 264 ได้บัญญัติ ให้คณะรัฐมนตรีที่บริหารราชการแผ่นดินอยู่ในวันก่อนวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้เป็นคณะรัฐมนตรีตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้ จนกว่าคณะรัฐมนตรีที่ตั้งขึ้นใหม่ภายหลังการเลือกตั้งทั่วไปครั้งแรกตามรัฐธรรมนูญนี้จะเข้ารับหน้าที่ และให้นําความในมาตรา 263 วรรคสาม มาใช้บังคับแก่การดํารงตําแหน่งรัฐมนตรีด้วยโดยอนุโลม อันเป็นการบัญญัติในลักษณะให้เกิดความต่อเนื่องในการบริหารราชการแผ่นดิน เพื่อให้คณะรัฐมนตรีที่บริหารราชการแผ่นดินอยู่ในวันก่อนวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้เป็นนายกฯและรัฐมนตรีต่อเนื่องตลอดไม่ขาดช่วง

คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ 5/2561 และ 7/2562 ขึ้นมาด้วยว่า วางหลักไว้ว่าการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีตั้งแต่รัฐธรรมนูญ 2557 ให้ถือเป็นรัฐธรรมนูญ 2560 ตามบทบัญญัติแห่งมาตรา 264 และเทียบกับคำวินิจฉัยที่ 24/2564 แล้ว จะเห็นว่าเมื่อรัฐธรรมนูญใช้บังคับเมื่อใด แม้ลักษณะต้องห้ามของการดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ของ นายสิระ เจนจาคะ กรณีถูกพิพากษาอันถึงที่สุดว่า กระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ที่กระทำโดยทุจริตจะเกิดขึ้นก่อนรัฐธรรมนูญ 2560 ใช้บังคับ แต่ก็ยังอยู่ในบังคับที่ต้องสิ้นสุดความเป็น ส.ส.ทันที และมิใช่เรื่องโทษทางอาญาที่จะบังคับย้อนหลังไม่ได้ แต่เป็นเรื่องของกฎหมายมหาชนที่เกี่ยวกับเรื่อง การเข้าสู่ตำแหน่ง และการพ้นจากตำแหน่งของเจ้าหน้าที่รัฐที่ต้องเป็นไปตามกฎหมายบัญญัติ

กรณีของกรรมการในองค์กรอิสระที่ดำรงตำแหน่งอยู่ก่อนรัฐธรรมนูญ 2560 ได้มีบทเฉพาะกาลตามมาตรา 273 ที่บัญญัติให้การอยู่ในตำแหน่งเพื่อปฏิบัติหน้าที่ได้เพียงใดให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ เช่น กรณีของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชุดเดิมที่ต้องพ้นจากตำแหน่งเนื่องจากพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง 2560 ให้พ้นจากตำแหน่ง ส่วนคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชุดเดิมที่ยังไม่ครบวาระก็ยังคงดำรงตำแหน่งเพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไป และยังได้สิทธิดำรงตำแหน่งเท่าเดิมคือ 9 ปีมิใช่ 7 ปีตามรัฐธรรมนูญ เนื่องจากพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต 2561 ที่อาศัยอำนาจตามบทเฉพาะกาลมาตรา 273 ของรัฐธรรมนูญบัญญัติให้ดำรงตำแหน่งต่อไปตามระยะเวลาดำรงตำแหน่งเดิม เป็นต้น

กรณีระยะเวลาในการดำรงตำแหน่งนายกฯไม่มีข้อยกเว้นในรัฐธรรมนูญ และกฎหมายใดที่จะมิให้นับระยะเวลาในการดำรงตำแหน่งนายกฯ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาของ พล.อ.ประยุทธ์ ดังนั้นเมื่อนับถึงวันที่ 23 ส.ค.65 พล.อ.ประยุทธ์ จึงดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีครบ 8 ปีแล้ว เมื่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญบัญญัติไว้อย่างชัดเจน จึงมิอาจอ้างเหตุใดเพื่อใช้ดุลพินิจในการวินิจฉัยไปในทางอื่นได้ แต่หากองค์กรใด บุคคลใด จะตีความหรือวินิจฉัยไปในทางที่จะให้ พล.อ.ประยุทธ์ ยังไม่พ้นจากตำแหน่งนายกฯ ย่อมเป็นผู้ทำลายหลักความสูงสุดของรัฐธรรมนูญ และล่วงละเมิดพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'เนติวิทย์' ยักไหล่! ลั่นไม่ผิดคาด คำตัดสินศาล รธน. ปลุกร่วมต่อสู้ยกเลิกเกณฑ์ทหาร

นายเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล นักกิจกรรม และนักเคลื่อนไหวทางการเมือง จำเลยคดีหลีกเลี่ยงเกณฑ์ทหารตาม พ.ร.บ.รับราชการทหาร โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า สำหรับผม มติศาลรัฐธรรมนูญที่ออกมาไม่ได้ผิดคาดสักเท่าไหร่ ในเมื่อเหตุปัจจัยในปัจจุบันเป็นแบบนี้

'เนติวิทย์' ขาแหย่คุก! คดีไม่ร่วมเกณฑ์ทหาร ศาลลงมติเอกฉันท์ พรบ.รับราชการทหาร ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ

ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์วินิจฉัยว่า พระราชบัญญัติรับราชการทหาร พ.ศ. 2567 มาตรา 27 และมาตรา 45ไม่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 26 วรรคหนึ่ง และมาตรา 31

‘เอกนิติ’ยืนยันชงครม.สัปดาห์หน้ากู้เงิน2แสนล้าน-ไทยช่วยไทยพลัส

‘เอกนิติ’ ยันจ่อชงปรับปรุงแผนบริหารหนี้สาธารณะ ทุบโต๊ะกู้ 2 แสนล้านบาท พ่วงโครงการไทยช่วยไทย พลัส เข้า ครม. วันที่ 19 พ.ค. นี้ คอนเฟิร์มเดินหน้าตามไทม์ไลน์ พร้อมยันกู้ตามความต้องการใช้ ไม่มีกู้มากอง ป้องกันรัฐเสียดอกเบี้ย ไม่หวั่นฝ่ายค้านยื่นศาลเบรก พ.ร.ก. กู้เงิน ยืนยันเป็นเรื่องความมั่นคงทางเศรษฐกิจ